thansettakij
thansettakij
ส่งออกไทยปีนี้ยังติดลบ10%  บี้รัฐเร่งแก้ปัญหาโลจิสติกส์

ส่งออกไทยปีนี้ยังติดลบ10% บี้รัฐเร่งแก้ปัญหาโลจิสติกส์

08 ก.ย. 63 | 06:44 น.

สรท.คงเป้าส่งออกทั้งปีติดลบ10%  ชี้ไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ทั้งโควิด-19 สงครามการค้า ราคาน้ำมัน ค่าเงินบาทที่ยังผันผวน แม้จะมีปัจจัยบวกเข้ามาอย่างการส่งออกสินค้ากลุ่มอาหารที่ปรับตัวดีขึ้นแต่ก็ยังไม่เพียงพอ บี้รัฐเร่งแห้ไขปัญหาโลจิสติกส์

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)เปิดเผยว่า สรท. ยังคงคาดการณ์การส่งออกไทยในปี 2563ติดลบ10%  โดยมีปัจจัยบวกคือ การส่งออกสินค้ากลุ่มอาหาร (อาหารกระป๋อง ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง) และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับ work from home ยังคงขยายตัวได้ดี จากอานิสงค์ของการระบาดโควิด-19 ในบางพื้นที่

ขณะที่ ปัจจัยเสี่ยง เช่น การระบาดโควิด-19 หลายประเทศทั่วโลกที่ยังคงมีความรุนแรง รวมถึงการกลับมาระบาดครั้งใหม่ในหลายประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนกลุ่มประเทศดังกล่าว, ทิศทางการนำเข้าหดตัวลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการผลิตและส่งออกโดยใช้วัตถุดิบและสินค้าที่มีอยู่เดิม ประกอบกับความเชื่อมั่นในตลาดโลกที่ยังไม่ดีนัก ทำให้การผลิตต่ำกว่าระดับประหยัดต่อขนาดของการผลิตซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตของบริษัทสูงขึ้นจนไม่สามารถแข่งขันได้และอาจส่งผลให้บริษัทที่สายป่านไม่ยาวพอต้องปิดกิจการได้ อาทิ กลุ่มยานยนต์และสิ่งทอ ,ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในทิศทางที่แข็งค่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐที่ยังคงมีแนวโน้มตึงเครียดในหลายประเด็นต่อเนื่อง อาทิ การเจรจาความตกลงระยะที่ 1 ยังไม่มีความคืบหน้า และผลจากการอ่อนค่าของดอลลาร์โดยเปรียบเทียบกับค่าเงินบาทจากความไม่แน่นอนของการออกงบประมาณช่วยเหลือโควิด-19 จากรัฐบาลกลางสหรัฐ ,ราคาน้ำมันที่ทรงตัวอยู่ระดับต่ำกว่าปี 2562 มากกว่าร้อยละ 30 อันเนื่องมาจากผลกระทบการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการชะลอของอุปสงค์การใช้น้ำมันทั่วโลก ทำให้การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน อาทิ พลาสติก เคมีภัณฑ์ และน้ำมันสำเร็จรูปยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง และปัญหาญหาภัยแล้ง

ส่งออกไทยปีนี้ยังติดลบ10%  บี้รัฐเร่งแก้ปัญหาโลจิสติกส์

สำหรับการส่งออกเดือนกรกฎาคม 2563 มีมูลค่า 18,819 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ติดลบ11.37% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน  ในขณะที่การนำเข้า มีมูลค่า 15,476 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ติดลบ26.38 % ส่งผลให้ เดือนกรกฎาคม 2563 ประเทศไทยเกินดุลการค้า 3,343 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (การส่งออกเมื่อหักทองคำ น้ำมันและอาวุธยุทธปัจจัย เดือนกรกฎาคมการส่งออกหดตัวร้อยละ -12.97)

 

ขณะที่ ภาพรวมช่วงเดือนม.ค.- ก.ค. ปี 2563 ไทยส่งออกรวมมูลค่า 133,162 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ติดลบ7.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 119,118 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ติดลบ14.69 %  ส่งผลให้ช่วงเดือน ม.ค.- ก.ค. 2563 ประเทศไทยเกินดุลการค้า 14,044 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ 389,496 ล้านบาท (การส่งออกเมื่อหักทองคำและน้ำมันน้ำมันและอาวุธยุทธปัจจัย เดือนม.ค. – ก.ค. การส่งออกขยายตัวร้อยละ -9.02)

ส่งออกไทยปีนี้ยังติดลบ10%  บี้รัฐเร่งแก้ปัญหาโลจิสติกส์

ทั้งนี้หากแยกเป็นรายกลุ่มพบว่า สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ติดลบ10.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน โดย สินค้าที่ยังขยายตัวได้ดีอยู่ คือ อาหารสัตว์เลี้ยง น้ำมันปาล์ม ทูน่ากระป๋อง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง แต่สินค้ากลุ่มที่หดตัวคือ ยางพารา น้ำตาลทราย ข้าว กุ้งสดแช่แข็งและแปรรูป ขณะที่ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ติดลบ10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน โดย กลุ่มสินค้าที่มีการขยายตัว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด ทองคำ ขณะที่สินค้ากลุ่มที่หดตัว อาทิ สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์

 

ทั้งนี้ สรท. เรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ปัญหาด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าที่สำคัญ เช่น แก้ไขความสูงของรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์สำหรับบรรจุสิ่งของขนาด ,เร่งรัดการทำสัญญาสัมปทานสถานีบรรจุและคัดแยกสินค้ากล่อง (ไอซีดีลาดกระบัง) ตลอดจนเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง ไอซีดีลาดกระบัง และ SRTO ,ขอให้เลื่อนการบังคับใช้ประกาศการท่าเรือฯ เรื่องกำหนดอัตราค่าภาระของเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ  A) ท่าเรือแหลมฉบัง และขอให้พิจารณายกเว้นการเรียกเก็บค่า Cargo Dues สำหรับเรือ Barge ที่ขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ขาเข้า ระหว่างท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านร่องน้ำสันดอนเจ้าพระยาเข้าไปขนถ่าย หรือส่งมอบ ณ ท่าเรือเอกชน หรือท่าเรืออนุญาตที่ตั้งอยู่ในบริเวณอาณาเขตท่าเรือกรุงเทพ เป็นต้นโดยสรท.จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทยเพื่อเรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ไขปัญหาโลจิสติกส์ ในวันพรุ่งนี้(9ก.ย.63)