thansettakij
thansettakij
“เกษตรอินทรีย์” พ่วงเงิน 3.5 หมื่นบาท/ราย จูงใจ

“เกษตรอินทรีย์” พ่วงเงิน 3.5 หมื่นบาท/ราย จูงใจ

06 ส.ค. 63 | 09:25 น.

​​​​​​กรมส่งเสริมสหกรณ์ คิกออฟ เกษตรอินทรีย์ในนิคมสหกรณ์ทั่วประเทศ  ใน 10 จังหวัด จัดเงินอุดหนุนรายละ 35,000 บาท  หวังรายได้เพิ่ม 1.5 แสนบาท/บาท/ครัวเรือน/ปี

กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เห็นความสำคัญในการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความรู้ด้านการผลิตตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ให้แก่สมาชิกสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรให้ได้มาตรฐาน เสริมสร้างความเข้มแข็งในกลุ่มผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ ตลอดจนการสร้างโอกาสทางการตลาดให้มีช่องทางจำหน่าย และสามารถนำความรู้ไปขยายผลต่อได้ จึงได้ดำเนินโครงการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ ในสถาบันเกษตรกรในพื้นที่นิคมสหกรณ์ ปี 2563 

 

อัชฌา สุวรรณนิตย์

นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์  เผยว่า เพื่อให้นิคมสหกรณ์ส่งเสริมการสร้างอาชีพหารายได้เพิ่มให้กับสมาชิก เหตุที่เลือกพื้นที่นิคมสหกรณ์เป็นเป้าหมายในการขับเคลื่อนโครงการนี้ เนื่องจากมีเขตดำเนินการชัดเจน สมาชิกส่วนมากเป็นคนในพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างความร่วมมือ การประสานงาน ถ่ายทอดความรู้ระหว่างกันและมีเจ้าหน้าที่ของนิคมสหกรณ์เข้าไปดูแลคอยให้คำแนะนำได้อย่างสะดวกและใกล้ชิด เป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้ในอนาคต คือ สร้างเครือข่ายนิคมสหกรณ์ผู้ผลิตผักปลอดภัยและยกระดับเป็นผักอินทรีย์ เพื่อส่งขายตลาดสำคัญในพื้นที่ คือ โรงพยาบาล สถานที่ราชการและตลาดโมเดิร์นเทรดที่ต้องการอาหารปลอดภัย

 

“เบื้องต้นได้เริ่มส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ให้กับสมาชิกสหกรณ์นิคม 15 แห่งในพื้นที่นิคมสหกรณ์ 13 แห่ง 10 จังหวัด  โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์สนับสนุนเงินอุดหนุนและให้สมาชิกสมทบเพื่อสร้างความเป็นเจ้าของ ในการจัดหาโรงเรือน ขนาด 6X30 เมตร พร้อมระบบน้ำให้แก่เกษตรกรที่เข้าโครงการจำนวน 98 โรง ราคาโรงเรือนละ 50,000 บาท  โดยกรมให้เงินอุดหนุนโรงเรือนละ 35,000  บาท และเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสมทบอีก  15,000  บาท  พร้อมทั้งจัดอบรมให้ความรู้กระบวนการทำเกษตรอินทรีย์ที่ได้มาตรฐานและการตลาด โดยได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปให้ความรู้ศึกษาดูงานแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนี้ตลอดระยะเวลาในการดำเนินการ”

 

“เกษตรอินทรีย์” พ่วงเงิน 3.5 หมื่นบาท/ราย จูงใจ

ก่อนหน้านี้กรมได้เริ่มทำทดลองจุดประกายให้สมาชิกในนิคมสหกรณ์นำร่อง และทดสอบการทำผักปลอดภัยเพื่อดูว่าจะมีตลาดรองรับมากน้อยเพียงใด ปรากฏว่าได้รับการตอบรับดี  ไม่เพียงพอจำหน่ายในชุมชน  เกษตรกรมีรายได้เพิ่มประมาณปีละ 150,000 บาทต่อครัวเรือน ในปีนี้สมาชิกมีความประสงค์อยากจะต่อยอดโครงการดังกล่าว จึงเริ่มโครงการนี้ขึ้น เป็นปีแรก

 

โดยสนับสนุนให้สมาชิกผลิตผักตามความชำนาญของแต่ละราย แต่ให้เริ่มปลูกแบบผักปลอดภัยและพัฒนายกระดับเป็นเกษตรอินทรีย์  จึงได้อุดหนุนเงินสำหรับสร้างโรงเรือนให้ เนื่องจากการปลูกพืชผักในโรงเรือนจะสามารถควบคุมการผลิตและปลอดภัยจากสารพิษ ซึ่งตลาดมีความต้องการ 

 

“เกษตรอินทรีย์” พ่วงเงิน 3.5 หมื่นบาท/ราย จูงใจ

จากนั้นก็คาดหวังว่าในปีต่อไป นิคมสหกรณ์ที่ผลิตพืชผักอินทรีย์จะขยายไปสู่การค้าเชิงพาณิชย์และวางแผนการผลิตให้ตอบสนองความต้องการของตลาดในแง่ของชนิดพืชผัก ปริมาณและคุณภาพ และที่สุดนำไปสู่การเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายระหว่างนิคมสหกรณ์ร่วมกันเพื่อส่งผลผลิตในพื้นที่ให้กับตลาดในพื้นที่โรงพยาบาล สถานที่ราชการและห้างโมเดิร์นเทรดต่อไปในอนาคต