thansettakij
thansettakij
ศึกอาหารสัตว์เดือด ‘หมู-กุ้ง-ไก่ไข่’หนุน ประมงค้านลดภาษี

ศึกอาหารสัตว์เดือด ‘หมู-กุ้ง-ไก่ไข่’หนุน ประมงค้านลดภาษี

26 มิ.ย. 63 | 04:55 น.
อัปเดตล่าสุด :26 มิ.ย. 63 | 12:16 น.

ศึกลดภาษีนำเข้าวัตถุ ดิบอาหารสัตว์เดือด ผู้เลี้ยง หมู-กุ้ง-ไก่ไข่ หนุนสุดตัว ช่วยลดต้นทุน ลุ้น 30 มิ.ย.ฝันเป็นจริง อีกฟากสมาคมประมงฯ ค้านสุดโต่ง เตรียมจัดประชุมด่วนรับมือผลกระทบ หวั่นเจ๊งทั้งประเทศ ด้านโรงงานอาหารสัตว์ชี้ลดภาษีใช่ว่าลดราคาได้ จากต้นทุนในประเทศยังสูง

จากการประชุมคณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 ที่มีนายถาวร จิระโสภณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เป็นประธานได้มีมติให้เลขานุการคณะอนุกรรมการฯ เชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาหารือเรื่องการปรับลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากปัญหาราคาสัตว์น้ำตกต่ำ และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคา เนื่องจากค่าอาหารสัตว์น้ำคิดเป็น 40% ของต้นทุนการผลิต โดยจะมีการประชุมในวันที่ 30 มิถุนายนนี้

ศึกอาหารสัตว์เดือด ‘หมู-กุ้ง-ไก่ไข่’หนุน ประมงค้านลดภาษี

                                 ครรชิต  เหมะรักษ์

นายครรชิต เหมะรักษ์ ประธานเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย และกรรมการในคณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 9 มีนาคมได้มีการพูดถึงขีดความสามารถการลดต้นทุนการผลิตโดยมุ่งเน้นปัจจัยที่เป็นค่าอาหารในการเลี้ยงกุ้ง หรือสัตว์น้ำ ที่คิดเป็น 40% ของต้นทุน ในส่วนของอาหารสัตว์ก็มีวัตถุดิบที่นำมาใช้ผลิตซึ่งเป็นต้นทุนหลัก และโครงสร้างภาษีเป็นต้นทุนอย่างหนึ่งของผู้ผลิตอาหารสัตว์จะมีแนวทางอย่างไรในการปรับลดเพื่อทำให้ราคาอาหารสัตว์ถูกลง ซึ่งหากมีปรับการปรับลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบ สัตว์บกก็จะได้ประโยชน์จากตรงนี้ด้วย จากข้อเรียกร้องนี้จึงเป็นที่มาของการประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 มิถุนายน เรื่องการปรับลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์

 

ศึกอาหารสัตว์เดือด ‘หมู-กุ้ง-ไก่ไข่’หนุน ประมงค้านลดภาษี

                                     สุรชัย  สุทธิธรรม

นายสุรชัย  สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า ในส่วนของอาหารสุกร จะใช้กากถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบหลัก ผสมกับเนื้อป่น หากภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองปรับลดลงจาก 2% เป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์หรือต่ำลงจะทำให้ราคาอาหารสัตว์ถูกลงจะเป็นผลดี ดังนั้นจึงสนับสนุนเห็นด้วย

 

ศึกอาหารสัตว์เดือด ‘หมู-กุ้ง-ไก่ไข่’หนุน ประมงค้านลดภาษี

                                    มาโนช  ชูทับทิม

เช่นเดียวกับนายมาโนช  ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าวว่า ส่วนผสมหลักของอาหารไก่คือกากถั่วเหลืองและข้าวโพด จะต้องพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับภาษีว่าอยู่ที่เท่าไร เห็นด้วยในหลักการการลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบจะทำให้ต้นทุนการเลี้ยงไก่ต่ำลง แต่กลุ่มที่ได้ประโยชน์ต้องไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ผู้ประกอบการที่ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ต้องได้รับระโยชน์กันถ้วนหน้า ซึ่งเมื่อต้นทุนวัตถุดิบและราคาอาหารสัตว์ต่ำลงทุกคนจะไปแข่งขันกันเลี้ยง ผลประโยชน์จะตกถึงผู้บริโภค

ศึกอาหารสัตว์เดือด ‘หมู-กุ้ง-ไก่ไข่’หนุน ประมงค้านลดภาษี

 

ศึกอาหารสัตว์เดือด ‘หมู-กุ้ง-ไก่ไข่’หนุน ประมงค้านลดภาษี

                            พรศิลป์  พัชรินทร์ตนะกุล

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวว่า ในแต่ละปีไทยนำเข้าถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง และข้าวสาลีปีละกว่า 7 ล้านตัน ซึ่งมีหลายรายที่นำเข้า ช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันในการนำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศรัฐบาลมีมาตรการกำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศในอัตรา 1 : 3 และรัฐบาลได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรไม่ต่ำกว่า 8 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) บางครั้งสูงกว่าราคาตลาดกว่า 3 บาทต่อกก. เพื่อแลกกับโควตานำเข้าข้าวสาลี ทำให้มีต้นทุนที่สูง แล้วอย่างนี้จะให้ปรับลดราคาอาหารสัตว์ลงได้อย่างไร ในส่วนนี้หากรัฐอยากให้เกษตรกรได้ราคาเท่าไรต้องรับผิดชอบไม่ใช่โยนภาระมาให้เอกชน และควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด และเสรีทุกห่วงโซ่ เช่นเดียวกับกากถั่วเหลือง ทำไมต้องคิดภาษีนำเข้า 2% ทั้งที่ผู้ประกอบการซื้อถั่วเหลืองจากเกษตรกรในประเทศทั้งหมดอยู่แล้ว ไม่น่าห่วงที่จะกระทบเกษตรกร สรุปการลดภาษีนำเข้าไม่ใช่ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์อย่างเดียว

 

ศึกอาหารสัตว์เดือด ‘หมู-กุ้ง-ไก่ไข่’หนุน ประมงค้านลดภาษี

                               มงคล  สุขเจริญคณา

นายมงคล สุขเจริญคณา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เผยว่า กรมประมงยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาราคาสัตว์น้ำตกต่ำได้ แล้วจะมาซ้ำเติมโดยการเสนอลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งใช้สัตว์น้ำจากต่างประเทศเข้ามาผลิต จะยิ่งทำให้ราคาสัตว์น้ำในประเทศทั้งระบบตกต่ำลงมากกว่าในปัจจุบัน 20-30% ทั้งนี้ถ้าหน่วยงานภาครัฐเอาใจแต่ผู้นำเข้า-ส่งออก ชาวประมงตายเรียบแน่นอน วันที่ 26 มิถุนายนนี้ จะมีการประชุมหารือและกำหนดท่าทีว่าจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงอย่างไร

หน้า 9 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,586 วันที่ 25 - 27 มิถุนายน พ.ศ. 2563