thansettakij
thansettakij
พณ.ประสานสิบทิศ  แก้ผลไม้ล้นตลาดสู้โควิด

พณ.ประสานสิบทิศ แก้ผลไม้ล้นตลาดสู้โควิด

24 เม.ย. 63 | 00:20 น.
อัปเดตล่าสุด :24 เม.ย. 63 | 08:49 น.

ผลไม้ของประเทศไทยจะมีผลผลิตออกมามากตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน เฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกแหล่งผลิตใหญ่ของประเทศ คาดการณ์จะมีผลผลิตในปี 2563 คือ ทุเรียน 584,712 ตัน โดยจะออกสู่ตลาดมากในเดือนเมษายน-พฤษภาคม มังคุด 201,741 ตัน ออกสู่ตลาดมากในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน  และเงาะ 220,946 ตัน ออกสู่ตลาดมากในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน  ซึ่งจากการระบาดของไวรัสโคโรนา(โควิด-19) ได้ส่งผลกระทบต่อการระบายผลผลิตทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้นต้องมีการบริหารจัดการรองรับอย่างเป็นระบบเพื่อให้เกษตรกรยังขายผลผลิตได้ราคาดี ไม่ขาดทุน

 

3 มาตรการเริ่มเห็นผล

นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีนโยบายให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับห้างโมเดิร์นเทรด กำหนดมาตรการบริหารจัดการผลไม้ปี 2563 ใน 3 มาตรการ ประกอบด้วย 1.ส่งเสริมการซื้อขายผลไม้ผ่านตลาดข้อตกลง โดยมีการทำข้อตกลงระหว่างท็อปส์ มาร์เก็ต, เดอะมอลล์, แม็ค โคร, เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี กับสถาบันเกษตรกรจากจังหวัดเชียงใหม่ ลําพูน น่าน สุโขทัย ตราด จันทบุรี กว่า 40 สัญญา โดยมีผลไม้ 9 ชนิด ได้แก่ ส้มเขียวหวาน ลําไย ลิ้นจี่ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สละ และสับปะรด ปริมาณรวม 16,699.30 ตัน มูลค่ารวมกว่า 761.988 ล้านบาท 

 

พณ.ประสานสิบทิศ  แก้ผลไม้ล้นตลาดสู้โควิด

 

2. เพิ่มช่องทางการจัดจําหน่าย โดยจับมือกับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จํากัด (CPN) จัดพื้นที่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้เกษตรกรจําหน่ายผักและผลไม้ให้กับผู้บริโภคโดยตรงผ่านกิจกรรม “ตลาดผลไม้รวมใจ” ระหว่างวันที่ 15 - 30 เม.ย. 63 โดยมีเซ็นทรัล 5 สาขา (ประกอบด้วย เวสต์เกต, ลาดพร้าว, พระราม 2, พระราม 3, อิสต์วิลล์) มีกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วม 14 กลุ่ม (พะเยา,อุตรดิตถ์, พิจิตร, ศรีสะเกษ, อุดรธานี, ลพบุรี, จันทบุรี, นครปฐม, ราชบุรี, สมุทรสาคร, ปทุมธานี, ปัตตานี)

3.มาตรการรณรงค์การบริโภคในประเทศ เชิญชวนให้ประชาชนบริโภคผลไม้ไทยตามฤดูกาล ในเกรดส่งออก ในราคาเหมาะสม

 

ดึงทุกภาคส่วนช่วยแก้

อย่างไรก็ดี วันที่ 20 เมษายน 2563 นายจุรินทร์ ได้ตรวจเยี่ยม Tops market ในห้างเซ็นทรัล สาขาแจ้งวัฒนะ ตามโครงการความร่วมมือระบายสินค้าเกษตร-ผลไม้กับห้างสรรพสินค้า และได้ใช้เวลาช่วงเช้าของวันเดียวกันตรวจเยี่ยมโครงการความร่วมมือเชื่อมโยงและกระจายสินค้าเกษตรผลไม้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 

นายจุรินทร์ กล่าวว่า โครง การความร่วมมือนี้เกิดจากนโยบายที่ได้ทำข้อตกลง MOU เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 โดยหลักการร่วมมือ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” เพื่อร่วมมือกันทำงานให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพจากเกษตรกรและกระทรวงพาณิชย์ช่วยระบายสินค้าทางการเกษตรไปยังตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งในสินค้าผลไม้จำเป็นต้องเร่งดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ จากผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาดมากขึ้นในช่วง 3-4 เดือนนับจากนี้ 

“ในช่วงสถานการณ์โควิด -19 จำเป็นต้องปรับแผนงานทั้งหมดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยได้ข้อสรุปร่วมกันกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการทั้งตลาดในและตลาดต่างประเทศ และต้องดำเนินการทั้งในส่วนตลาดออฟไลน์ และตลาดออนไลน์ควบคู่ไปด้วยกัน โดยเฉพาะสำหรับตลาดต่างประเทศที่ผลไม้ตัวสำคัญที่ต้องส่งออก 60% ต้องปรับมาเป็นตลาดในประเทศเพื่อช่วยชาวสวนเพิ่มให้มากขึ้น”


พณ.ประสานสิบทิศ  แก้ผลไม้ล้นตลาดสู้โควิด

เพิ่มบริโภคกันเอง

ประการที่ 2  จะใช้ตลาดในท้องถิ่นช่วยระบายสินค้า  โดยพาณิชย์จังหวัดจะประสานกับเกษตรกร ประการที่ 3 ได้สั่งให้เตรียมการที่จะนำสหกรณ์การเกษตรที่ผลิตผลไม้ทั่วประเทศที่กระทรวงเกษตรฯส่งรายชื่อมาให้มีทั้งหมด 114 สหกรณ์จะต้องประชุมร่วมกับพาณิชย์จังหวัด 76 จังหวัดเพื่อให้พาณิชย์จังหวัดไปสำรวจตลาดที่ตนเองรับผิดชอบและทำการสั่งซื้อเพื่อที่จะไประบายในจังหวัดของตัวเอง ช่วยให้ลองกองจากนราธิวาส สามารถขายที่อุบลราชธานี ที่ภาคอีสาน ที่ภาคเหนือ หรือที่กรุงเทพฯได้ และช่วยให้มะม่วงจากอีสาน จากภาคเหนือมาขายกรุงเทพและภาคอื่นได้สลับกัน โดยพาณิชย์จังหวัดจะเป็นสื่อกลางทำหน้าที่เซลล์แมนจังหวัดขายผลไม้ให้เกษตรกร

ประการที่ 4  การร่วมมือกับโมเดิร์นเทรดต่างๆ มีการทำ MOU ร่วมกันเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา และการที่มาที่ Tops Market (20 เม.ย.) เกิดจาก MOU ที่ได้ลงนามร่วมกันที่จะช่วยเป็นแหล่งระบายผลไม้ให้กับเกษตรกรซึ่งเราได้รับความร่วมมือจากทั้งบิ๊กซีโลตัส เดอะมอล์ แม็คโคร ท็อปส์ มาร์เก็ต ซึ่งเป็นสี่โมเดิร์นเทรดใหญ่ในการที่ให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ โดยครั้งนี้ได้ทำสัญญา 40 สัญญา เพื่อระบายผลไม้จากหลายจังหวัดทั่วประเทศซึ่งช่วยให้สามารถขายผลไม้จากสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศได้ถึง 16,700 ตันและมีมูลค่า 762 ล้านบาท

หน้า 9 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,568 วันที่ 23 - 25 เมษายน พ.ศ. 2563