thansettakij
thansettakij
ส่องเทรนด์ Longevity เชื่อม 3 ธุรกิจ รองรับคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ส่องเทรนด์ Longevity เชื่อม 3 ธุรกิจ รองรับคุณภาพชีวิตในระยะยาว

17 ต.ค. 69 | 04:10 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ต.ค. 69 | 04:17 น.

ตลาด Longevity กำลังขยายตัว จากการดูแลสุขภาพไปสู่ความงามและที่อยู่อาศัย โดย Dior, VitalLife และ Upper House Residences Bangkok ดันองค์ความรู้ดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาว

KEY

POINTS

  • เทรนด์ Longevity หรือการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ กำลังเชื่อมโยง 3 ธุรกิจเข้าด้วยกัน ได้แก่ ธุรกิจความงาม (Dior) การแพทย์เชิงป้องกัน (VitalLife) และอสังหาริมทรัพย์ (Upper House Residences)
  • ความร่วมมือนี้สะท้อนแนวคิดการดูแลคุณภาพชีวิตระยะยาวใน 3 มิติ คือ การดูแลผิวพรรณ (Skin Longevity) การวางแผนสุขภาพเชิงป้องกันเฉพาะบุคคล (Personalized Longevity) และการออกแบบที่อยู่อาศัยที่ส่งเสริมสุขภาวะ
  • การผนึกกำลังของทั้ง 3 ธุรกิจมีเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาวอย่างครบวงจร ตั้งแต่ความงามภายนอก สุขภาพภายใน ไปจนถึงสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต

แนวคิด Longevity หรือการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ กำลังเชื่อมโยงธุรกิจหลายสาขาเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว การแพทย์เชิงป้องกัน ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้น Dior, VitalLife Scientific Wellness Center และ Upper House Residences Bangkok จึงจับมือผนึกกำลังภายใต้แนวคิด THE SCIENCE OF LONGEVITY & THE ART OF LIVING นำเสนอความเชื่อมโยงของ 3 ธุรกิจ ได้แก่ การดูแลผิว การประเมินสุขภาพจากภายใน และการออกแบบสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต ซึ่งแต่ละด้านมีบทบาทแตกต่างกัน แต่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับพฤติกรรมการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันได้

Dior ต่อยอดวิทยาศาสตร์ความงามสู่ Skin Longevity

“ชิชกาญ องอาจชิญสุข” International Dior Skincare Pro กล่าวว่า แนวทางของ Dior ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง เพื่อคงความแข็งแรงและสมดุลของผิวในแต่ละช่วงวัย โดยนำความรู้จากธรรมชาติมาต่อยอดผ่านงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ แนวทางนี้เชื่อมโยงกับแนวคิด Skin Longevity ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง แทนการมุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันยังเป็นตัวอย่างของการนำองค์ความรู้จากธรรมชาติมาพัฒนาต่อยอดในธุรกิจความงามด้วย

VitalLife ใช้ข้อมูลสุขภาพวางแผนดูแลเฉพาะบุคคล

พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ Chief Executive Officer บริษัท ไลฟ์สไตล์เทค โซลูชัน จำกัด และ Business Development Director ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ กล่าวว่า การดูแล Longevity ครอบคลุมตั้งแต่ผิว สุขภาพภายใน ไปจนถึงสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต โดย VitalLife ก็มุ่งนำวิทยาศาสตร์และข้อมูลสุขภาพมาช่วยให้แต่ละบุคคลเข้าใจสุขภาพของตนเองและวางแผนดูแลระยะยาวได้เหมาะสมยิ่งขึ้นด้าน 

โดยมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ใช้ข้อมูลทางการแพทย์และปัจจัยด้านการใช้ชีวิต เพื่อประเมินสุขภาพของแต่ละบุคคล แทนการพิจารณาจากอายุหรืออาการเจ็บป่วยเพียงอย่างเดียว แนวทางดังกล่าวยังครอบคลุมการประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพระยะยาว เช่น ระบบเผาผลาญ องค์ประกอบของร่างกาย โภชนาการ การนอนหลับ ฮอร์โมน ความเครียด และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละคน

“หัวใจสำคัญคือ Personalized Longevity การนำผลประเมินไปใช้กำหนดแนวทางปฏิบัติ ทั้งการปรับพฤติกรรม การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการนอนหลับ พร้อมติดตามการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับแผนงานได้ตามความเหมาะสม”

ด้าน พญ.สุวรรณา สุวรรณพงษ์ Program Director ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ กล่าวว่า ผู้ที่มีอายุเท่ากันอาจมีภาวะสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงแตกต่างกัน การประเมินจึงต้องพิจารณาข้อมูลทางการแพทย์ร่วมกับปัจจัยด้านการใช้ชีวิต เพื่อกำหนดประเด็นที่ควรดูแลและติดตามสุขภาพในระยะยาว

อสังหาริมทรัพย์เชื่อมการอยู่อาศัยกับสุขภาวะ

นอกจากนี้ อีกด้านหนึ่งของ Longevity คือสภาพแวดล้อมที่ผู้คนใช้ชีวิตในแต่ละวัน ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกับการพักผ่อน การเคลื่อนไหวร่างกาย และกิจวัตรประจำวัน ทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สามารถนำแนวคิดด้านสุขภาวะมาประกอบการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยได้

ยกตัวอย่างโครงการ Upper House Residences Bangkok โครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ Upper House แห่งแรกของโลก ตั้งอยู่บนถนนวิทยุ ที่เปิดรับทัศนียภาพของสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ การออกแบบให้ความสำคัญกับสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน และภูมิสถาปัตยกรรมที่เชื่อมโยงกัน รวมถึงพื้นที่สีเขียวและแสงธรรมชาติ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายและการพักผ่อน อาทิ ฟิตเนส สตูดิโอออกกำลังกาย ห้องทรีตเมนต์ โปรแกรมบำบัดและฟื้นฟูด้วยอุณหภูมิน้ำ สระว่ายน้ำลอยฟ้า และพื้นที่พักผ่อน ตลอดจนบริการด้านสุขภาพและโปรแกรมที่ออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้อยู่อาศัย

แนวทางดังกล่าวเชื่อมโยงกับปรัชญา Houses not Hotels ของ Upper House ที่มุ่งพัฒนาประสบการณ์การอยู่อาศัยให้เป็นพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงสถานที่พักค้างคืน โดยนำแนวคิดด้านการบริการและการออกแบบมาประยุกต์ใช้กับตลาดที่อยู่อาศัยระดับบน

Longevity เชื่อมความงาม สุขภาพ และที่อยู่อาศัย

ความร่วมมือของทั้ง 3 ธุรกิจแสดงให้เห็นถึงขอบเขตของ Longevity ที่เชื่อมโยงมากกว่าการดูแลสุขภาพในสถานพยาบาล โดย Dior มุ่งเน้นการดูแลผิว VitalLife เน้นการประเมินและวางแผนสุขภาพเฉพาะบุคคล ส่วน Upper House Residences นำแนวคิดด้านสุขภาวะมาผสานกับการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยและบริการ เมื่อพิจารณาในมุมธุรกิจ ทั้ง 3 ด้านมีจุดเชื่อมโยงผ่านความต้องการดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาว ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ความงามและการดูแลผิว บริการสุขภาพเชิงป้องกัน ไปจนถึงที่อยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและกิจวัตรประจำวัน

อย่างไรก็ตาม คุณภาพชีวิตในระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ บริการ หรือสภาพแวดล้อมเพียงปัจจัยเดียว แต่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมสุขภาพและปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกัน แนวคิด Longevity จึงเป็นกรอบการดูแลชีวิตที่ต้องพิจารณาหลายมิติร่วมกัน เพื่อคุณภาพของชีวิตในแต่ละช่วงวัย