thansettakij
thansettakij
รุมต้านอีสท์วอเตอร์  ขึ้นค่าน้ำซํ้าเติมแล้ง

รุมต้านอีสท์วอเตอร์ ขึ้นค่าน้ำซํ้าเติมแล้ง

10 ก.พ. 63 | 06:40 น.

เอกชน 3 พื้นที่ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา รุมต้าน “อีสท์วอเตอร์” จ่อปรับขึ้นค่านํ้าผิดเวลา สวดยับไล่ไปจัดหาแหล่งนํ้าแก้วิกฤติก่อน ผู้ว่าการ กนอ. เร่งเคลียร์หาทางออก

 

แหล่งข่าวจากกลุ่มผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรม และเขตอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ทางบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรนํ้าภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์วอเตอร์ แจ้งลูกค้าว่า มีแผนจะปรับโครงสร้างราคาค่านํ้าใหม่ โดยเปลี่ยนโครงสร้างการคิดค่านํ้า จากปัจจุบันคิดตามปริมาณการใช้นํ้า ต่อไปคิดตามสูตรใหม่ตามเพดานการใช้นํ้าที่อีสท์วอเตอร์อ้างว่าเป็นรูปแบบการให้ผู้ประกอบการใช้นํ้าอย่างประหยัด 

ทั้งนี้ในพื้นที่ 3 จังหวัดดังกล่าวมีเขตประกอบการรวมทั้งหมด 45 แห่ง แต่มี 21 แห่งเป็นลูกค้าอีสท์วอเตอร์

“กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม และเขตอุตสาหกรรมได้เข้าหารือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) และสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตร เพื่อให้เป็นตัวกลางในการเจรจากับอีสท์วอเตอร์ เพราะนิคมฯของเราต้องขายนํ้าให้กับกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอยู่แล้วจากวิกฤติภัยแล้ง ยอมรับว่าจะเป็นภาระต้นทุนที่สูงขึ้น”

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่าถ้าอีสท์วอเตอร์ ปรับค่านํ้าตามสูตรใหม่อย่างน้อยค่านํ้าจะต้องสูงขึ้นตั้งแต่ 1 บาทต่อลบ.ม.ขึ้นไป กลายเป็นต้นทุนที่สูง จากปัจจุบันประเภทผู้ใช้นํ้าจากการนิคมอุตสาหกรรมและผู้ใช้นํ้าเดิมของกนอ. มีอัตราค่านํ้า 11 บาทต่อลบ.ม. ถ้าเป็นกลุ่มผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมเอกชนจะอยู่ที่อัตรา 12 บาทต่อลบ.ม. และถ้าเป็นโรงงานทั่วไปและอื่นๆ มีอัตราค่านํ้าที่ 13 บาทต่อลบ.ม. ซึ่งจากผลการประชุมตัวแทนของอีสท์วอเตอร์รับเรื่องไปให้บอร์ดอีสท์วอเตอร์พิจารณาทบทวน จากที่ก่อนหน้านี้ให้ปรับโครงสร้างราคาค่านํ้าวันที่ 1 มกราคม 2563 ซึ่งล่าสุดเข้าใจว่ามีการนำเรื่องนี้ไปพิจารณาใหม่

“ลูกค้าของอีสท์วอเตอร์ส่วนใหญ่ที่เป็น
กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เขตอุตสาหกรรม รอดูผลการประชุมบอร์ดของอีสท์วอเตอร์ก่อนว่าจะได้ข้อสรุปออกมาอย่างไร”

 

ต่อเรื่องนี้นางจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA กล่าวว่า การปรับขึ้นค่านํ้าของอีสท์วอเตอร์ ตอนนี้ถูกรุมต้าน เพราะเวลานี้ทุกคนกำลังเผชิญปัญหาภัยแล้ง
อยู่ ก็ควรสนใจแก้ปัญหาเรื่องนํ้าป้อนโรงงานอุตสาหกรรมให้เพียงพอก่อน

“เราทำจดหมายถึงกนอ.และประธานบอร์ดอีสท์วอเตอร์ ว่าไม่เห็นด้วยในการปรับสูตรคิดค่านํ้าครั้งนี้ของอีสท์วอเตอร์ ทุกวันนี้ค่าไฟฟ้าก็แพงอยู่แล้ว และการพิจารณาค่าไฟฟ้าก็มีคณะกรรมการกลางดูแล แบบนี้ในแง่การใช้นํ้าของ อีสท์วอเตอร์จะมาผูกขาดไม่ได้ วันนี้บทบาทของ อีสท์วอเตอร์ควรวิ่งแก้ปัญหาวิกฤติภัยแล้ง หาแหล่งนํ้ารองรับให้ลูกค้าอย่างเพียงพอก่อน”

นางสาวสมจิณณ์ พิลิก ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) กล่าวว่าเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ทั้ง 2 ฝ่ายมาหารือร่วมกัน โดยทางอีสท์วอเตอร์ ชี้แจ้งว่ากำหนดสูตรคำนวณราคาค่านํ้าใหม่ในลักษณะที่ให้มีเพดานการใช้นํ้าโดยให้ใช้นํ้าอย่างประหยัด ยกตัวอย่างเช่น เคยใช้นํ้า 1,000 คิว ปัจจุบันใช้อัตราคงที่ แต่ถ้าใช้นํ้าสูงเกินจากนี้ ก็จะจ่ายค่านํ้าสูงขึ้น โดยอีสท์วอเตอร์ให้เหตุผลว่า ปัจจุบันคนใช้นํ้ามีบ่อนํ้าเอง เวลามีนํ้าใช้ ก็ไม่ได้ใช้นํ้าจากอีสท์วอเตอร์ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นต้องเป็นผู้ลงทุนในการวางท่อผันนํ้าเอง แต่เวลานํ้าขาดก็จะหันมาใช้นํ้าจากอีสท์วอเตอร์ ส่วนลูกค้าอีสท์วอเตอร์ให้เหตุผลว่า ต้องการใช้นํ้าในอัตราคงที่เพราะจะได้คำนวณต้นทุนได้อย่างแม่นยำ แต่ถ้าตามอัตราสูตรใหม่ต้นทุนค่านํ้าจะผันผวนตามการใช้นํ้า และเป็นภาระที่สูงขึ้น อีกทั้งในขณะนี้กำลังเผชิญปัญหาภัยแล้งอยู่ ในแง่กนอ.ก็มองว่าจะต้องมีวิธีแก้ปัญหานี้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3547 วันที่ 9-12 กุมภาพันธ์ 2563