
ไทยเดินหน้าปฏิรูปการทำประมงสู่ความยั่งยืน
ตอกย้ำเวทีโลก ”อลงกรณ์” บินนิวยอร์กถก "ยูเอ็น-อาเซียน-แปซิฟิก" วันที่ 25 ก.ย.นี้ สานต่อนโยบายรัฐมนตรีเกษตรฯ ขับเคลื่อนสู่รูปธรรมปฎิรูปประมง เร่งตั้งไข่เครือข่ายอาเซียนในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย ดันไทยเป็นต้นแบบ คว้าสำเร็จปลดใบเหลืองโชว์ การันตีสู่การทำประมงแบบยั่งยืนป้องทะเล
นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมการประชุมหารือเรื่อง "ASEAN-PacificDialoguetoCombatIUUFishing" ที่ กรุงนิวยอร์กสหรัฐอเมริกา ร่วมกับ นางซูสี ปูดเจียสตูตี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการทางทะเลและประมง แห่งสาธารณะรัฐอินโดนีเซีย (H.E Susi Pudjiastuti, Minister of Marine Affairs and Fisheries, Republic of Indonesia) และนายปีเตอร์ ทอมสัน ผู้แทนพิเศษเลขาธิการสหประชาชาติด้านกิจการทางทะเลและมหาสมุทร (Mr. Peter Thomson, United Nations Secretary General’s Special Envoy for the Ocean) ในที่ 25 กันยายนนี้
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันกรอบความร่วมมือในการต่อต้าน การทาประมงผิดกฎหมาย ไร้การรายงาน และไร้การควบคุม (IUU : llegel Unreported Unregulated Fishing) และในฐานะที่ประเทศไทยได้ดารงตำแหน่งประธาน ASEAN จึงได้มีการผลักดันให้อาเซียนร่วมกันสร้างความ เข้มแข็งและพัฒนาด้านการประมงรวมทั้งการต่อต้านการประมง IUUโดยเสนอให้จัดตั้งนโยบายประมงอาเซียน (ASEAN General Fisheries Policy) เพื่อพัฒนานโยบายการประมงในทุกมิติของประเทศสมาชิกอาเซียนและ รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค
นอกจากนี้ได้เสนอให้จัดตั้งเครือข่าย อาเซียนในการต่อต้านการประมง IUU (ASEAN Network for combating IUU fishing) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่างสมาชิกอาเซียนในการต่อต้านการประมง IUU ให้มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการเจรจาหารือกับสาธารณรัฐ อินโดนีเซีย ในกรอบความร่วมมือในภาคการประมงในลาดับต่อไป
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาในการควบคุมการทาประมงของเรือประมงไทย ทรัพยากร ประมงทะเลเสื่อมถอยลง กระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ทำการปฏิรูปการประมงของประเทศปรับปรุงแก้ไขกรอบกฎหมายประมงให้มีความเป็นสากล สอดคล้องกับ กฎระเบียบระหว่างประเทศ รวมทั้งได้วางมาตรการในการป้องกัน ยับยั้งการประมง IUU ที่รัดกุม
ปัจจุบันทำให้ขณะนี้ ประเทศไทยมีกลไก เครื่องมือระบบและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านการประมง IUU โดยมีความ ร่วมมือกับต่างประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ทั้งรัฐเจ้าของธง รัฐเจ้าท่า รัฐชายฝั่ง RFMOs และองค์กรระหว่าง ประเทศสำคัญ ได้แก่ EJF, Seafood Taskforce, Ocean Mind และ Interpol เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเรือประมง และกิจกรรมประมงเพื่อติดตามตรวจสอบเรือประมงที่สงสัยว่าจะทำประมงผิดกฎหมาย ทั้งนี้ประเทศไทยยินดี อย่างยิ่งที่จะแบ่งปันประสบการณ์และให้ความร่วมมือกับสังคมโลกและนานาประเทศในการต่อต้านการทาประมง ผิดกฎหมาย
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า นโยบายการอนุรักษ์ทรัพยากรในทะเลเป็นหัวใจสำคัญของนโยบาย ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เช่นเดียวกับการรักษามาตรฐานการแก้ไขปัญหา IUU ซึ่งได้แถลงชัดเจนในการ ประชุมการพัฒนาและฟื้นฟูศักยภาพการประมงไทยเพื่อเตือนทุกฝ่ายให้ตระหนักถึงนโยบายของท่านรัฐมนตรี เกษตรฯ นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ริเริ่มผลักดันให้เกิดความร่วมมือในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยการจัดตั้งเครือข่าย ASEAN Network for combating IUU fishing จนคืบหน้าและเป็นที่ยอมรับ เพื่อให้การปฏิรูปทรัพยากรทางทะเลและการค้ามนุษย์รวมทั้งปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคนี้ได้รับการพัฒนาแก้ไขให้เป็นไปตาม มาตรฐานสากลและประเทศไทยจะเป็นตัวอย่างต้นแบบ
ด้วยการที่ประเทศไทย สามารถได้รับใบเขียวจากการแก้ไขปัญหา IUU ซึ่งเกิดจากความร่วมมือทุก ๆ ภาค ส่วนจนสามารถผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ดาเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ วิธีปฏิบัติ ตลอดจนมีการจัดทาโครงการต่าง ๆ เพื่อการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก การดำเนินการดังกล่าวโดยไม่ให้ขัดกับมาตรฐานที่นานาชาติกำหนดไว้
“การประชุมหารือในครั้งนี้จะเป็นการประกาศถึงจุดยืนของประเทศไทยในฐานะประธาน ASEAN ต่อการดำเนินการแก้ไขปัญหา IUU พร้อมทั้งหารือ และเจรจาเพื่อเปิดโอกาสให้แก่ภาคการประมงไทยในเวทีระดับนานชาติ เพื่อให้ประเทศไทยกลับมามีศักยภาพใน การแข่งขันในเวทีโลก ภายใต้การอนุรักษ์ความยั่งยืนของทรัพยากรต่อไป” นายอลงกรณ์ กล่าวย้ำในตอนท้าย










