svasdssvasds

ปรับแผนทำฝนภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก เร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง

01 มิ.ย. 2562 เวลา 9:41 น. 786

ปรับแผนทำฝนภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก เร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง

 วันที่ 1 มิถุนายน 2562  นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เผยว่า ตามที่ขณะนี้ได้เข้าสู่ช่วงฤดูฝนแล้ว และทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการประกาศแจ้งเตือนในหลายพื้นที่ที่มีฝนตกค่อนข้างมาก โดยอาจส่งผลกระทบทำให้เกิดดินโคลนถล่มหรือกรณีน้ำท่วมฉับพลันได้ในบางพื้นที่ได้ ทางกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงได้มีการพัฒนาจัดทำแผนที่ความต้องการน้ำ ในแต่ละพื้นที่ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. แสดงพื้นที่ต้องการน้ำหรือพื้นที่ที่มีฝนตกแต่ยังมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ ซึ่งมีความจำเป็นที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจะต้องปฏิบัติการช่วยเหลือในพื้นที่ดังกล่าว   

ปรับแผนทำฝนภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก เร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง

ส่วนที่ 2 แสดงพื้นที่ที่ไม่ต้องการน้ำหรือพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำมากอยู่แล้ว โดยในแผนที่จะมีการกำหนดสีที่แสดงลักษณะของแต่ละพื้นที่ ได้แก่ สีแดง คือ พื้นที่การเกษตรที่ต้องการน้ำ พื้นที่ที่มีการร้องขอฝน รวมถึงพื้นที่ประกาศภัยแล้ง สีฟ้า คือ พื้นที่ที่มีปริมาณน้ำเพียงพอ มีฝนตกตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงเป็นพื้นที่ที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตรควรหลีกเลี่ยงการปฏิบัติการ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะนำมาใช้วางแผนเพื่อปฏิบัติการฝนหลวงให้ตรงตามความต้องการของแต่ละพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ และไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่ที่ไม่ต้องการน้ำ

ปรับแผนทำฝนภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก เร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง

“มีการปรับแผนการปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 3 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก   โดยในพื้นที่ภาคเหนือ เดิมมีหน่วยปฏิบัติการฯ 2 หน่วยฯ ที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.พิษณุโลก จะปรับหน่วยปฏิบัติการฯ จ.พิษณุโลก ไปประจำการที่ จ.ตาก เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องเติมน้ำให้กับเขื่อนภูมิพล รวมถึงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวงให้กับพื้นที่การเกษตรของทางภาคเหนือให้ทั่วถึง พื้นที่ภาคกลาง ปรับหน่วยปฏิบัติการฯ จ.กาญจนบุรี ไปประจำการที่ จ.ราชบุรี”

ปรับแผนทำฝนภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก เร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง

 โดยใช้สนามบินที่อ.โพธาราม พื้นที่ภาคตะวันออก ปรับหน่วยปฏิบัติการฯ จ.จันทบุรี ไปประจำการที่ จ.สระแก้ว เนื่องจากบริเวณพื้นที่ จ.สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี มีความต้องการน้ำมากกว่าแถบ จ.จันทบุรี ตราด และระยอง ทั้งนี้ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงหน่วยปฏิบัติการที่ จ.ขอนแก่น และ จ.นครราชสีมาและพื้นที่ภาคใต้ ยังคงหน่วยปฏิบัติการที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และสงขลา

ปรับแผนทำฝนภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก เร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง

ด้านพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกประกาศ ยังคงมีจำนวน 8 จังหวัด (รวม 18 อำเภอ 65 ตำบล 470 หมู่บ้าน) ส่วนสถานการณ์น้ำใช้การในเขื่อน/อ่างเก็บน้ำ   ยังมีเขื่อน/อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% ประกอบด้วย เขื่อน/อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 19 แห่ง และเขื่อน/อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 199 แห่ง ซึ่งกรมฝนหลวงฯ จะเฝ้าระวังติดตามและเร่งปฏิบัติการทันทีที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย และขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันรณรงค์ใช้น้ำอย่างประหยัด

ปรับแผนทำฝนภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก เร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง

พื้นที่ภาคเหนือ จากผลการตรวจสภาพอากาศของสถานีเรดาร์ร้องกวาง จ.แพร่ และสถานีเรดาร์   อมก๋อย จ.เชียงใหม่ พบว่ามีความชื้นที่ระดับการเกิดเมฆ 86% (ร้องกวาง) 86% (อมก๋อย) ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 73% (ร้องกวาง) 90% (อมก๋อย) และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ -1.4 (ร้องกวาง) -1.2 (อมก๋อย) หน่วยปฏิบัติการฯ จ.เชียงใหม่ ยังขอติดตามสภาพอากาศในช่วงเช้า เนื่องจากสภาพอากาศบริเวณสนามบินยังมีสภาพปิด และหน่วยปฏิบัติการฯ จ.ตาก กำลังอยู่ระหว่างการย้ายหน่วยปฏิบัติการ ซึ่งในช่วงบ่ายจะพร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเมื่อสภาพอากาศเหมาะสม

ปรับแผนทำฝนภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก เร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง

“พื้นที่ภาคกลาง ผลตรวจสภาพอากาศของสถานีเรดาร์ตาคลี จ.นครสวรรค์ พบว่ามีความชื้นที่ระดับการเกิดเมฆ 80% ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 76% และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ -0.3 หน่วยปฏิบัติการฯ จ.ลพบุรี จึงวางแผนเพื่อเตรียมช่วยเหลือบริเวณพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ด้านหน่วยปฏิบัติการฯ จ.ราชบุรี กำลังอยู่ระหว่างการย้ายหน่วยปฏิบัติการ ซึ่งในช่วงบ่ายคาดว่าจะพร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเมื่อสภาพอากาศเหมาะสม

ปรับแผนทำฝนภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก เร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง

พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลการตรวจอากาศของสถานีเรดาร์บ้านผือ จ.อุดรธานี และสถานีเรดาร์พิมาย จ.นครราชสีมา พบว่ามีความชื้นที่ระดับเกิดเมฆ 84% (บ้านผือ) 72% (พิมาย) ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 85% (บ้านผือ) 77% (พิมาย) และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ -1.9 (บ้านผือ) -2.1 (พิมาย) หน่วยปฏิบัติการฯ    จ.ขอนแก่น ขอติดตามสภาพอากาศระหว่างวัน เนื่องจากบริเวณสนามบินมีสภาพอากาศปิด จึงยังไม่สามารถขึ้นบินปฏิบัติการในช่วงเช้าได้ ส่วนหน่วยปฏิบัติการฯ จ.นครราชสีมา ตัดสินใจขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือบริเวณพื้นที่ประสบภัยแล้ง และพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค อ.สูงเนิน อ.เฉลิมพระเกียรติ พื้นที่การเกษตรบริเวณ อ.เมืองนครราชสีมา อ.ปากช่อง อ.พิมาย อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา และบริเวณ อ.เมืองสุรินทร์ อ.ปราสาท อ.ลำดวน จ.สุรินทร์     

ปรับแผนทำฝนภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก เร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง

พื้นที่ภาคตะวันออก ผลการตรวจสภาพอากาศของสถานีเรดาร์สัตหีบ จ.ชลบุรี พบว่ามีความชื้นที่ระดับเกิดเมฆ 79% ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 65% และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ -2.2 โดยขณะนี้หน่วยปฏิบัติการฯ จ.จันทบุรี กำลังอยู่ระหว่างการย้ายหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงไปประจำที่จ.สระแก้ว ซึ่งคาดว่าในช่วงบ่ายจะพร้อมขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่ที่มีการร้องขอฝนและขาดแคลนน้ำต่อไป

ปรับแผนทำฝนภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก เร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง

ส่วน "พื้นที่ภาคใต้" ผลตรวจสภาพอากาศจากสถานีเรดาร์พนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี และสถานีเรดาร์ปะทิว จังหวัดชุมพร พบว่ามีความชื้นที่ระดับการเกิดเมฆ 50% (พนม) 67% (ปะทิว) ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 78% (พนม) 53% (ปะทิว) และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ -1.6 (พนม) -1.8 (ปะทิว) หน่วยปฏิบัติการฯ จ.สงขลา และหน่วยปฏิบัติการฯ จ.สุราษฎร์ธานี จึงขอติดตามสภาพอากาศระหว่างวัน หากสภาพอากาศเหมาะสมจะขึ้นบินปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่มีความต้องการน้ำ ด้านหน่วยปฏิบัติการฯ หัวหิน ขอติดตามสภาพอากาศในช่วงเช้า เนื่องจากบริเวณสนามบินยังมีเมฆปกคลุมอยู่ จึงยังไม่สามารถขึ้นบินปฏิบัติการได้ โดยหากมีสภาพอากาศเปิดและสภาพอากาศในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งเอื้ออำนวยก็จะเร่งปฏิบัติการช่วยเหลือทันที

ปรับแผนทำฝนภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก เร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง

อย่างไรก็ตาม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะเร่งปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ไฟป่าหมอกควัน พายุลูกเห็บและภัยพิบัติทางธรรมชาติรูปแบบต่างๆ ในทุกพื้นที่ทันทีเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย ทั้งนี้ สามารถแจ้งการขอรับบริการฝนหลวงได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงในทุกภูมิภาคของประเทศ

logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด