
พลิกโฉมพลังงานยุค AI Amazon รุกลงทุนโรงไฟฟ้า SMR 960 เมกะวัตต์
พลิกโฉมพลังงานยุค AI Amazon รุกลงทุนโรงไฟฟ้า SMR 960 เมกะวัตต์: วิสัยทัศน์การกำกับดูแลและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่ออนาคตไทย โดย ปส. โดย นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คอลัมน์ เข็มทิศความปลอดภัยนิวเคลียร์
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 บริษัท Amazon ได้ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ American Electric Power (AEP) และ X-energy เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ณ รัฐอินดีแอนา สหรัฐอเมริกา
โครงการดังกล่าวตั้งเป้าติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์ก๊าซอุณหภูมิสูง (HTGR) รุ่น Xe-100 จำนวน 12 โมดูล กำลังผลิตรวม 960 เมกะวัตต์ (MWe) เพื่อป้อนพลังงานสะอาดและมีเสถียรภาพเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้า รองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ได้ขยับบทบาทจาก "ผู้ใช้ไฟฟ้า" มาเป็น "ผู้ร่วมลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์"
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีแห่งชาติ ได้วิเคราะห์กรณีศึกษานี้ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการกำกับดูแลและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย
มุมมองด้านการกำกับดูแลนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง (Regulatory Oversight on Advanced Technology)
โครงการของ Amazon เลือกใช้เทคโนโลยี Xe-100 ซึ่งเป็นเครื่องปฏิกรณ์ก๊าซอุณหภูมิสูง (HTGR) ใช้ฮีเลียมเป็นสารหล่อเย็น และใช้เชื้อเพลิง TRISO (อนุภาคเชื้อเพลิงหุ้มด้วยเซรามิกหลายชั้น) ในมุมมองของการกำกับดูแล ปส. จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเทคโนโลยีที่แตกต่างจากเครื่องปฏิกรณ์น้ำอัดความดัน (PWR) แบบดั้งเดิม ดังนี้:
การประเมินความปลอดภัยของเชื้อเพลิง TRISO: เชื้อเพลิงชนิดนี้มีคุณสมบัติกักเก็บผลผลิตฟิชชันได้ในตัวและทนอุณหภูมิสูงมาก
ปส. จะพัฒนากรอบการทดสอบและประเมินความปลอดภัยของวัสดุเซรามิกนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อเพลิงจะไม่หลอมละลายแม้ในสภาวะสูญเสียระบบระบายความร้อน
การกำกับดูแลความปลอดภัยเชิงรับ (Passive Safety) และความร้อนอุณหภูมิสูง: เครื่องปฏิกรณ์ HTGR สามารถผลิตพลังงานความร้อนอุณหภูมิสูงที่นำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมได้
ปส. ได้เตรียมการประเมินเกณฑ์ความปลอดภัยทั้งในส่วนของการผลิตไฟฟ้าและการเชื่อมต่อระบบความร้อนเข้ากับกระบวนการอุตสาหกรรมอื่นๆ เพื่อป้องกันผลกระทบข้ามระบบ
การประเมินสถานที่ตั้งและการเปลี่ยนผ่านโรงไฟฟ้าเดิม (Coal-to-Nuclear): โครงการนี้มีแผนศึกษาการใช้พื้นที่โรงไฟฟ้าถ่านหิน Breed Generating Station เดิม
ปส. มองว่านี่คือแนวทางที่ช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและใช้ประโยชน์จากสายส่งเดิมที่มีอยู่ แต่หน่วยงานกำกับดูแลต้องเข้ามาประเมินความเสี่ยงด้านธรณีวิทยา อุทกวิทยา และการปนเปื้อนในพื้นที่เดิมอย่างรัดกุมก่อนพิจารณาออกใบอนุญาตสถานที่ตั้ง (Siting License)
วิเคราะห์โอกาสและประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ต่อประเทศไทย หากประเทศไทยต้องการดึงดูดการลงทุนกลุ่ม Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลก พลังงานที่เสถียรและสะอาด 100% ตลอด 24 ชั่วโมงคือเงื่อนไขสำคัญที่สุด
เทคโนโลยี SMR จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างตรงจุด การเตรียมความพร้อมของประเทศล่วงหน้าจะสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจมหาศาล ทั้งการสร้างงานทักษะสูงในสาขาวิศวกรรมนิวเคลียร์ การยกระดับห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมในประเทศ และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในฐานะศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน
ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเตรียมความพร้อมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่
เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรองรับโอกาสทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ขอเสนอแนวทางเชิงนโยบายต่อผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้:
พัฒนากลไกความร่วมมือรัฐและเอกชน (Public-Private Partnership: PPP) ด้านพลังงานนิวเคลียร์:
รัฐบาลควรเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเทคโนโลยีหรือนิคมอุตสาหกรรม สามารถร่วมลงทุนหรือทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) กับโครงการ SMR เพื่อลดภาระการลงทุนของภาครัฐและลดความเสี่ยงทางการเงิน
ปรับปรุงกรอบกฎหมายรองรับเทคโนโลยี Gen-IV และ HTGR:
ปส. ต้องการเร่งพัฒนากฎระเบียบและแนวทางการออกใบอนุญาต (Licensing Framework) ให้มีความยืดหยุ่นและครอบคลุมนวัตกรรมเครื่องปฏิกรณ์ที่ไม่ได้ใช้น้ำเป็นสารหล่อเย็น เพื่อให้การประเมินความปลอดภัยเป็นไปอย่างรัดกุมและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ศึกษาศักยภาพพื้นที่โรงไฟฟ้าเดิมของประเทศ:
กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรบูรณาการร่วมกับ ปส. ในการศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงพื้นที่โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลที่กำลังจะหมดอายุการใช้งาน เพื่อเตรียมเป็นพื้นที่รองรับ SMR ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านสายส่งใหม่และเพิ่มการยอมรับจากชุมชนในพื้นที่
กรณีศึกษาความร่วมมือระหว่าง Amazon และ X-energy เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า พลังงานนิวเคลียร์ไม่ได้เป็นเพียงความมั่นคงด้านพลังงานเท่านั้น แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่กำหนดอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) พร้อมทำหน้าที่เป็นเสาหลักในการกำกับดูแลความปลอดภัยอย่างเป็นอิสระและเข้มแข็ง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกนวัตกรรมพลังงานที่นำมาขับเคลื่อนประเทศไทย จะตั้งอยู่บนมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
- ขอบคุณข้อมูลจาก Nuclear Engineering, Chulalongkorn University
- บทความนี้เผยแพร่บน Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ












