
'อิหร่าน' พร้อมยุติสงครามกับสหรัฐฯและอิสราเอล แต่ต้องรับประกันไม่โจมตีอีก
อิหร่าน พร้อมยุติสงครามกับสหรัฐฯและอิสราเอล แต่ต้องรับประกันว่าความขัดแย้งจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต ย้ำต้องยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน การจ่ายค่าชดเชย และการรับประกันระหว่างประเทศที่มั่นคงเพื่อป้องกันการรุกรานในอนาคต
วันนี้(วันที่ 1 เมษายน 2569) มีรายงานข่าวจากสื่อต่างประเทศว่า นายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวทางโทรทัศน์กับประธานสภาแห่งยุโรป ว่า อิหร่านมีเจตจำนงยุติสงครามกับสหรัฐฯและอิสราเอล แต่ต้องรับประกันว่าความขัดแย้งจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต
เปเซชเคียน ยังได้โพสต์ X ย้ำว่า ในการหารือกับผู้นำรัสเซียและปากีสถาน ตนได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของอิหร่านในการสร้างสันติภาพในภูมิภาค
วิธีเดียวที่จะยุติสงครามครั้งนี้ซึ่งจุดชนวนด้วยระบบไซออนิสต์ และสหรัฐฯ คือการยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน การจ่ายค่าชดเชย และการรับประกันระหว่างประเทศที่มั่นคงเพื่อป้องกันการรุกรานในอนาคต
ท่าทีของอิหร่านในครั้งนี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทของสหรัฐฯ ปิดตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 2.91% ส่วน NASDAQ ปรับขึ้น 3.83% ขณะที่ดาวโจนส์ ปรับขึ้น 2.49%
ขณะเดียวกันสำนักข่าว BBC รายงานว่า เมื่อ 31 มี.ค. 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ที่ทำเนียบขาวว่า สหรัฐอเมริกาน่าจะเสร็จสิ้นภารกิจสงครามกับอิหร่านภายในระยะเวลา 2 ถึง 3 สัปดาห์ และเป็นไปได้ว่าจุดจบของสงครามอาจมาถึงเร็วกว่านั้น หากสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้
“สิ่งเดียวที่ผมต้องทำคือถอนตัวออกมาจากอิหร่าน และเรากำลังจะทำแบบนั้นในเร็วๆ นี้” ทรัมป์กล่าว หลังถูกผู้สื่อข่าวตั้งคำถามเกี่ยวกับปัญหาราคาน้ำมันในประเทศที่กำลังพุ่งสูงขึ้น รวมถึงแผนการของเขาในการดึงราคาให้กลับลงมา
ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ จะ “ถอนตัว” จากอิหร่านภายใน 2 หรือ 3 สัปดาห์ โดยกล่าวว่าเขามี “เป้าหมายเดียว” คือการทำให้อิหร่านไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และระบุว่าเป้าหมายนั้นบรรลุผลสำเร็จแล้ว
“เรากำลังปิดจ๊อบนี้” เขากล่าว และว่าสหรัฐฯ จะถอนกำลังออกไป “ภายในอาจจะ 2 สัปดาห์ หรืออาจจะนานกว่านั้นอีกแค่ไม่กี่วันเพื่อจบงาน”
“เราต้องการกำจัดทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขามีให้สิ้นซาก — แต่ตอนนี้มันก็มีความเป็นไปได้ที่เราจะบรรลุข้อตกลงกันก่อนหน้านั้น” เขายังกล่าวอีกว่าพวกเขาอาจจะได้ข้อตกลง แต่ “มันไม่สำคัญหรอก” ว่าฝ่ายนั้นจะ “ยอมรับการเจรจา” หรือไม่ (เพราะงานใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว)
ทรัมป์ระบุว่าด้วยขณะนี้เกิดการเปลี่ยนระบอบการปกครองในอิหร่านแล้ว โดยกล่าวว่ากลุ่มผู้นำอิหร่านชุดใหม่นั้น “มีความสุดโต่งน้อยกว่าเดิมมาก” และเป็นกลุ่มคนที่ “มีเหตุมีผล” มากขึ้น หากฝรั่งเศสหรือประเทศอื่นต้องการน้ำมัน พวกเขาก็สามารถล่องเรือเข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซและ “ดูแลตัวเองกันเอาเอง” โดยย้ำว่าสหรัฐฯ จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีกต่อไป
จากนั้น ผู้นำสหรัฐฯ ก็ย้ำว่า สหรัฐฯ จะถอนตัวจากอิหร่านก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าระบอบการปกครองนี้จะไม่สามารถสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้ไปอีกหลายปี “พวกเขาต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ครอบครอง” การจะทำข้อตกลงหรือไม่นั้น “ไม่เกี่ยวกัน” กับกำหนดการที่สหรัฐฯ จะออกจากอิหร่าน
เมื่อถูกถามกรณีที่อิหร่านออกมาข่มขู่จะโจมตีบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ นายทรัมป์ก็ตอบโต้ด้วยท่าทีไม่แยแส โดยเขาตั้งคำถามว่าอิหร่านจะทำอะไรได้ จะใช้ “ปืนอัดลม” (BB guns) มาสู้หรืออย่างไร
ทรัมป์ระบุว่า ขณะนี้สหรัฐฯ สามารถปฏิบัติการได้โดย ไร้การต้านทานโดยสิ้นเชิง ทุกอย่างถูกระเบิดทำลายไปหมดแล้ว ระบอบอิหร่านไม่มีแม้แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศหลงเหลืออยู่แล้ว
“พวกเขาไม่ได้ขัดขืนเลย ไม่แม้แต่จะยิงใส่เราด้วยซ้ำ” ทรัมป์อ้าง พร้อมระบุว่านั่นเป็นเพราะ “ยุทโธปกรณ์ของพวกเขาถูกทำลายจนหมดสิ้น” และ “ไม่มีอะไรจะเหลือให้ใช้ยิงแล้ว”
ทรัมป์อ้างด้วยว่า ตอนนี้อิหร่านไม่มีทั้งกองทัพเรือหรือกองกำลังทหารหลงเหลืออยู่แล้ว “พวกเขากำลังแพ้ และพวกเขาก็ยอมรับว่าแพ้ ตอนนี้พวกเขากำลังอ้อนวอนขอทำข้อตกลงกับเรา”






