thansettakij
thansettakij

สงครามสหรัฐ-อิหร่าน เข้าสู่เฟสใหม่ เน้นโจมตี “แหล่งพลังงาน” ยืดเยื้อแน่นอน

31 มี.ค. 69 | 11:42 น.
อัปเดตล่าสุด :31 มี.ค. 69 | 11:51 น.

สงครามสหรัฐ–อิหร่าน เข้าสู่เฟสใหม่ เน้นโจมตี “แหล่งพลังงาน” ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินของอิหร่าน เตือนสถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อ แม้ทรัมป์ใช้เกม “คำขู่ควบคู่เจรจา”

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านกำลังเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อสัญญาณ “การยกพลขึ้นบก” ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง ท่ามกลางคำถามใหญ่ของโลกว่า สงครามครั้งนี้กำลังจะจบลง หรือกำลังจะบานปลายมากกว่าเดิม

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน วิเคราะห์ว่า สถานการณ์ไม่ได้ใกล้จบ แต่กำลัง “ยกระดับเข้าสู่เฟสใหม่” ซึ่งมีเป้าหมายชัดเจนคือการโจมตี “โครงสร้างพลังงาน” ของอิหร่าน ทั้งแหล่งน้ำมันและไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นเสมือน “กระเป๋าเงิน” ของประเทศ

จุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ถูกจับตา ได้แก่ เกาะคารค ซึ่งเป็นแหล่งส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน รวมถึงพื้นที่จังหวัดบูเชอร์ที่เป็นศูนย์กลางทั้งโรงไฟฟ้าและการเชื่อมต่อกับแหล่งก๊าซธรรมชาติ โดยหากพื้นที่เหล่านี้ถูกโจมตี จะกระทบโดยตรงต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจของอิหร่านอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่เป้าหมายดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกองกำลังสหรัฐต้องผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่อิหร่านวางกำลังป้องกันอย่างเข้มข้น ทั้งฐานทัพ ขีปนาวุธ โดรน และทุ่นระเบิดใต้ทะเล โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดโฮโมสกันและเกาะเควส ซึ่งถูกมองว่าเป็น “ปราการด่านหน้า” ของอิหร่าน

ในมิติของกำลังรบ อิหร่านมีศักยภาพสูงถึงราว 1 ล้านนาย เมื่อรวมทั้งกองกำลัง IRGC กองทัพปกติ และกองกำลังอาสา ทำให้การเผชิญหน้ากับกองกำลังสหรัฐที่มีการประเมินราว 3,000 นาย อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและขยายวงกว้างมากขึ้น

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน

"อิหร่านมีแนวโน้มตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซ สนามบิน หรือระบบเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้สถานการณ์ลุกลามในวงกว้าง"

อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.อัทธ์ มองว่า ท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ ยังเป็นลักษณะ “คำขู่ควบคู่เจรจา” มากกว่าจะเดินหน้าสงครามเต็มรูปแบบ โดยให้เหตุผลว่าการยกระดับความขัดแย้งจะสร้างต้นทุนสูงและความเสี่ยงทางการเมืองภายในประเทศสหรัฐเอง

ท้ายที่สุด ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า น้ำหนักของสถานการณ์ในระยะนี้อยู่ที่ “การเจรจา 60% ต่อการสู้รบ 40%” แม้เงื่อนไขที่สหรัฐยื่นให้อิหร่านยังมีความตึงตัวสูง แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะถูกปรับลดลง ขณะเดียวกันหลายประเทศ เช่น ปากีสถาน อียิปต์ ตุรกี และจีน ก็กำลังพยายามเข้ามามีบทบาทเป็นตัวกลางในการคลี่คลายความขัดแย้งครั้งนี้

"สถานการณ์ตอนนี้ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะแม้ทางออกจะยังเปิดอยู่ แต่ความเสี่ยงก็ยังไม่ลดลงเช่นกัน"