thansettakij
thansettakij
ธนาคารกลางสหรัฐลงมติคงดอกเบี้ยอัตรา 0.00-0.25% ตามคาด ยันเดินหน้าทำ QE

ธนาคารกลางสหรัฐลงมติคงดอกเบี้ยอัตรา 0.00-0.25% ตามคาด ยันเดินหน้าทำ QE

28 เม.ย. 64 | 23:07 น.
อัปเดตล่าสุด :29 เม.ย. 64 | 06:58 น.

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% ในการประชุมครั้งล่าสุด (28 เม.ย.) ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ที่ประชุม FOMC ของเฟด ระบุด้วยว่า จะยังคง ซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อย่างน้อย 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือน โดยเฟดจะซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐวงเงิน 8 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน และซื้อตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) ในวงเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์

แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานของสหรัฐแข็งแกร่งขึ้น โดยได้แรงหนุนจากความคืบหน้าใน การฉีดวัคซีนโควิด-19 และการสนับสนุนด้านนโยบาย

อย่างไรก็ดี เฟดเตือนว่าแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐยังคงเผชิญความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเฟดพร้อมที่จะใช้เครื่องมือทุกอย่างในการสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเพื่อให้มีการจ้างงานเต็มศักยภาพ และรักษาเสถียรภาพของราคา

นอกจากการประชุมในครั้งล่าสุดนี้แล้ว กำหนดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐประจำปี 2564 ยังมีดังนี้

       วันที่ 27-28 เม.ย. (ครั้งล่าสุด)

       วันที่ 15-16 มิ.ย.

       วันที่ 27-28 ก.ค.

       วันที่ 21-22 ก.ย.

       วันที่ 2-3 พ.ย.

       วันที่ 14-15 ธ.ค.

นอกจากมติการประชุม FOMC ของเฟดแล้ว ในวันนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะมีการเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2564 ซึ่งผลการสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์พบว่า มีความคาดหมายเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 6.1% ในไตรมาส 1 ซึ่งจะเป็นตัวเลขการขยายตัวสูงเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่ไตรมาส 3/2546 หลังจากที่เติบโต 4.3% ในไตรมาส 4/2563

ข่าวระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 33.4% ในไตรมาส 3/2563 ซึ่งเป็นการขยายตัวสูงเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ที่สหรัฐเริ่มมีการรวบรวมข้อมูลในปี 2490 หรือมากกว่า 70 ปี จากการที่สหรัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และมีการเปิดเศรษฐกิจ หลังจากหดตัวถึง 31.4% ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นการหดตัวรุนแรงเป็นประวัติการณ์ และหดตัว 5% ในไตรมาส 1 ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย เนื่องจากมีการหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน โดยทั้งหมดเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

 ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะมีการขยายตัวมากกว่า 7.0% ในปีนี้ ซึ่งจะเป็นการขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2527 หลังจากหดตัว 3.5% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการหดตัวรุนแรงที่สุดในรอบ 74 ปี

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง