thansettakij
thansettakij
พิษโควิดลิดรอนอิทธิพลสหรัฐในเอเชีย

พิษโควิดลิดรอนอิทธิพลสหรัฐในเอเชีย

19 ต.ค. 63 | 04:45 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ต.ค. 63 | 12:02 น.

ผลจากการรับมือกับวิกฤตโควิด-19 ทำให้สหรัฐอเมริกามีอิทธิพลน้อยลงในเอเชีย ขณะอิทธิพลจีนกลับไล่ตีตื้นขึ้นมา

 

สถาบันโลวี (Lowy Institute) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยของออสเตรเลีย เปิดเผยวานนี้ (18 ต.ค.)ว่า สหรัฐอเมริกามีอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียน้อยลง อย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลจากแนวทางจัดการกับ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งในระดับชาติและสากล

 

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ความคิดเห็นดังกล่าวมาจาก ดัชนี Asia Power Index ที่ทางสถาบันโลวีจัดทำขึ้น โดยได้จัดอันดับประเทศและดินแดน 26 แห่ง จากการประเมินอิทธิพลที่ประเทศและดินแดนเหล่านี้มีในภูมิภาคเอเชีย ดัชนีดังกล่าวประเมินศักยภาพของประเทศและดินแดนต่าง ๆ ใน 8 หมวดด้วยกัน รวมถึงแสนยานุภาพทางทหาร ทรัพยากรทางเศรษฐกิจ และอิทธิพลทางการทูต

 

ดัชนี Asia Power Index ระบุว่า สหรัฐยังคงเป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียในปีนี้ที่ 81.6 คะแนน ขณะที่จีนตามมาเป็นอันดับสองด้วยคะแนน 76.1 โดยคะแนนของสหรัฐทิ้งห่างจากจีนน้อยลงเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับปี 2561 ซึ่งขณะนั้นสหรัฐทิ้งห่างจีนถึง 10 คะแนน

พิษโควิดลิดรอนอิทธิพลสหรัฐในเอเชีย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐวิกฤติ โควิดคร่าชีวิตนาทีละคน

เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญความเสี่ยง “สูงมาก”

จีน…ความโชคดี บนความโชคร้ายจากวิกฤติโควิด-19

ถอดบทเรียน โควิด-19 การเรียนลัดจากจีน

 

นายเฮิร์ฟ เลอมาฮิว ผู้อำนวยการโครงการประเมินอิทธิพลและการทูตเอเชียของทางสถาบันโลวี เปิดเผยว่า สหรัฐ "ได้รับผลกระทบด้านชื่อเสียงมากที่สุดในภูมิภาค" อันเป็นผลจากการรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งสะท้อนถึง "ผลกระทบจากความล้มเหลวในการเป็นผู้นำโลก"

รายงานดังกล่าวระบุว่า จีนเองก็ได้รับผลกระทบด้านชื่อเสียงเช่นกันเนื่องด้วยโควิด-19 โดยปีนี้จีนมีคะแนนเท่ากับปีที่แล้วที่ 76.1 แต่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งของจีนจะทำให้จีนมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในเอเชีย

 

อย่างไรก็ดี นายเลอมาฮิวเปิดเผยว่า การที่จีนและประเทศเพื่อนบ้านขาดความเชื่อใจซึ่งกันและกันนั้น บ่งชี้ว่า จีนไม่น่าจะเอาชนะสหรัฐได้ในแง่ของการเป็นผู้รับประกันความมั่นคงในเอเชีย

 

          ลำดับประเทศที่มีอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียจากการจัดอันดับของสถาบันโลวี เป็นดังนี้

          1.          สหรัฐอเมริกา

          2.          จีน

          3.          ญี่ปุ่น

          4.          อินเดีย

          5.          รัสเซีย

          6.          ออสเตรเลีย

          7.          เกาหลีใต้

          8.          สิงค์โปร์

          9.          ไทย

          10.         มาเลเซีย         

          11.         อินโดนีเซีย

          12.         เวียดนาม

          13.         นิวซีแลนด์

          14.         ไต้หวัน

          15.         ปากีสถาน

          16.         ฟิลิปปินส์

          17.         เกาหลีเหนือ

          18.         บังคลาเทศ

          19.         บรูไน

          20.         เมียนมา

          21.         ศรีลังกา

          22.         กัมพูชา

          23.         สปป.ลาว

          24.         มองโกเลีย

          25.         เนปาล

          26.         ปาปัวนิวกินี