
UNCTAD ชี้ AI จ่อแตะ 4.8 ล้านล้านดอลลาร์ปี 76 ห่วงผลประโยชน์กระจุกตัว
UNCTAD คาดตลาด AI แตะ 4.8 ล้านล้านดอลลาร์ปี 2576 ห่วงผลประโยชน์กระจุกตัว เวที World Investment Forum ชูลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน–ทักษะ–โมเดลเปิด ขยายโอกาส SMEs
KEY
POINTS
- UNCTAD คาดการณ์ว่าตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 4.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2576
- มีความกังวลว่าผลประโยชน์จากการเติบโตของ AI อาจกระจุกตัวอยู่กับบริษัทขนาดใหญ่และประเทศที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและเงินทุนอยู่แล้ว
- ITU ชี้ว่าความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยประชากรราว 2.2 พันล้านคนยังไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ซึ่งขัดขวางโอกาสในการได้รับประโยชน์จาก AI
การเติบโตของ AI กำลังดึงดูดเงินลงทุนทั่วโลก แต่การเปลี่ยนเม็ดเงินเหล่านี้ให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่กระจายถึงธุรกิจรายเล็กและประเทศกำลังพัฒนา ยังเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลและภาคเอกชน ท่ามกลางความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี เงินทุน และกำลังประมวลผลที่กระจุกตัวอยู่กับผู้เล่นบางกลุ่ม
ประเด็นดังกล่าวเป็นสาระสำคัญของการเสวนา “Investing in AI for an Inclusive Digital Future” หรือ “การลงทุนใน AI เพื่ออนาคตดิจิทัลที่ทุกคนมีส่วนร่วม” ในการประชุม World Investment Forum ครั้งที่ 9 ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ระหว่างวันที่ 25–27 ตุลาคม 2569 โดยมีสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU เป็นพันธมิตรในการจัดเวที
ตลาดขยายตัว ผลประโยชน์เสี่ยงกระจุก
รายงาน Technology and Innovation Report 2025 ขององค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNCTAD ตามข้อมูลประกอบการประชุม คาดการณ์ว่า ตลาด AI จะมีมูลค่าสูงถึง 4.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2576
อย่างไรก็ตาม บริษัทเพียง 100 แห่งมีสัดส่วนการใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาถึง 40% ของภาคธุรกิจทั่วโลก สะท้อนความกระจุกตัวของทรัพยากรที่มีบทบาทต่อการสร้างนวัตกรรม โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นการใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาของภาคธุรกิจโดยรวม
UNCTAD ชี้ว่า หากขาดการกำหนดนโยบายอย่างมีเป้าหมาย ผลประโยชน์จาก AI อาจไหลไปสู่บริษัทและประเทศที่มีความได้เปรียบอยู่แล้ว ขณะที่กรอบการหารือของเวทีให้ความสำคัญกับการลงทุนควบคู่กันทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ทักษะ มาตรฐานทางเทคนิค สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านดิจิทัลช่วยลดช่องว่างการพัฒนา
ITU ชี้ช่องว่างดิจิทัลขวางโอกาส AI
สำนักข่าวกาตาร์ หรือ QNA รายงานการเสวนาวันที่ 25 ตุลาคมว่า โทมัส ลามานาอุสกัส รองเลขาธิการ ITU ชี้ถึงความเหลื่อมล้ำด้านเงินลงทุนและกำลังประมวลผล โดยประชากรราว 2.2 พันล้านคนยังไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
การปิดช่องว่างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 2.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ครอบคลุมเครือข่ายโทรคมนาคม ไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ ทักษะดิจิทัล และสภาพแวดล้อมที่ดึงดูดเงินทุนเอกชน ตัวเลขนี้เป็นความต้องการลงทุนเพื่อปิดช่องว่างดิจิทัลโดยรวม ไม่ใช่เงินลงทุน AI ที่ประกาศในงาน
โมเดลเปิด–บริการการเงิน หนุนธุรกิจรายเล็ก
ไคฟู ลี ซีอีโอ ของ 01.AI ผู้พัฒนา AI จากจีน และประธาน Sinovation Ventures เสนอให้ประเทศกำลังพัฒนาใช้โมเดลโอเพนซอร์สที่มีต้นทุนต่ำกว่า เพื่อพัฒนาโซลูชันให้เหมาะกับความต้องการในประเทศ พร้อมเน้นการนำ AI เฉพาะด้านเข้าไปอยู่ในกระบวนการทำงานและการตัดสินใจของธุรกิจ
ด้าน เผิง หยาง ซีอีโอ Ant International ให้ความสำคัญกับการเปิดทางให้ SMEs เข้าถึง AI บล็อกเชน และบริการการเงินดิจิทัล เพื่อเพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดโลก โดยระบุว่าบริษัทให้บริการผู้ค้าประมาณ 16 ล้านรายทั่วโลก ราว 95% เป็น SMEs
ขณะที่ อับดุลลา บิน ฮาหมัด อัล มิสนัด ผู้บริหาร Qai ชี้ว่า ผลตอบแทนจากการลงทุน AI ต้องเชื่อมโยงกับการนำไปใช้ปรับปรุงการดำเนินงานของผู้ใช้และธุรกิจ เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสร้างผลิตภาพและการเติบโตได้จริง
กาตาร์วาง 4 เสาหลักรับเศรษฐกิจ AI
ในคำกล่าวเปิดเวที โมฮัมเหม็ด อัล มันไน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศกาตาร์ ระบุว่า ความท้าทายของรัฐบาลคือการเปลี่ยนกระแสเงินลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูลให้เป็นขีดความสามารถของประเทศ โอกาสทางเศรษฐกิจ และบริการที่ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
กาตาร์วางแนวทางไว้ 4 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาคน การเร่งใช้งานเทคโนโลยี และธรรมาภิบาล โดยรัฐมนตรีอ้างถึงความร่วมมือระหว่าง Qai กับ Brookfield มูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI และเพิ่มกำลังประมวลผลสมรรถนะสูงในภูมิภาค
ด้านบุคลากร กาตาร์ตั้งเป้าสร้างโอกาสฝึกอบรมด้านดิจิทัลและ AI มากกว่า 50,000 โอกาสภายในปี 2573 พร้อมพัฒนาการใช้งานในภาครัฐและสนับสนุนบริษัทกับสตาร์ตอัปผ่านแพ็กเกจสิ่งจูงใจมูลค่า 6,000 ล้านริยัลกาตาร์
ส่วนการกำกับดูแล รัฐมนตรีเน้นสิทธิมนุษยชน การกำกับโดยมนุษย์ และความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม รวมถึงภาษาอาหรับ เพื่อให้สังคมต่าง ๆ เข้าถึงประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง
ข้อเสนอจากเวทีจึงเปิดโจทย์ต่อประเทศที่กำลังเร่งดึงดูดการลงทุน AI ว่า จะเชื่อมเงินทุนเข้ากับการพัฒนาคน การลดต้นทุนเทคโนโลยี และการใช้งานของธุรกิจในประเทศได้เพียงใด เพราะขนาดตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วจะสร้างโอกาสได้กว้างขึ้น เมื่อผู้ประกอบการและประชาชนมีความพร้อมเข้าถึงและนำเทคโนโลยีไปใช้จริง
เรียบเรียงจาก QNA UNCTAD World Investment Forum







