
AI พ่นพิษ! UNCTAD เตือน ‘ส่งออกโลก’ ปีนี้ทรุดฮวบ โตแค่ 1.5%
UNCTAD เตือนกระแส AI บูมเป็นภาพลวงตา บดบังส่งออกโลกปีนี้ทรุดฮวบ คาดโตแผ่วเหลือแค่ 1.5-2.5% หลังเซกเตอร์จริงซบเซาบวกพิษสงครามตะวันออกกลางทุบซ้ำ
KEY
POINTS
- UNCTAD เตือนว่าการเติบโตของการค้าโลกที่เห็นในปัจจุบันเป็นภาพลวงตาที่เกิดจากการเติบโตที่กระจุกตัวอยู่ในภาคส่วนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เท่านั้น ซึ่งบดบังการชะลอตัวของภาคเศรษฐกิจจริงในภาพรวม
- องค์กรได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของการค้าโลกในปีนี้ลงอย่างมาก เหลือเพียง 1.5% - 2.5% เท่านั้น จากที่เคยขยายตัวได้ถึง 4.7% ในปีก่อนหน้า
- ปัจจัยลบสำคัญที่ฉุดการค้าโลกคืออุปสงค์รวมที่ชะลอตัว, ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และกระแสคลั่งไคล้ AI ที่กำลังผ่านจุดสูงสุดและเข้าสู่ภาวะชะลอตัว
จับตาสัญญาณอันตรายจากภาวะการค้าโลกที่กำลังฟื้นตัวอย่างเปราะบาง หลัง องค์การสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ UNCTAD ออกโรงเตือนว่า "กระแส AI บูม" เป็นเพียงภาพลวงตาที่บดบังการชะลอตัวในภาพรวม (Broader Slowdown) ของภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector)
รายงานระบุว่า ภาพรวมการค้าโลกในช่วงปี 2025 ถึงต้นปี 2026 ที่ดูเหมือนขยายตัวได้ดีนั้น เกิดจากการกระจุกตัวของเม็ดเงินในโครงสร้างพื้นฐานและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นหลัก ขณะที่เซกเตอร์อื่น ๆ กลับมีโมเมนตัมการเติบโตที่ย่ำแย่และต่ำกว่าคาดอย่างเห็นได้ชัด
สะท้อนได้จากตัวเลขเชิงสถิติในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ:
- สหรัฐอเมริกา: ยอดรวมการนำเข้าสินค้ากลุ่ม "เครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ" (Automatic Data Processing Machines) อาทิ เซิร์ฟเวอร์ และระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (HPC) พุ่งทะยานจนกินสัดส่วนถึง 3 ใน 4 ของยอดนำเข้าสินค้าสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหมดของสหรัฐฯ ที่โต 4% ในปี 2025
- จีน: ยอดนำเข้ากลุ่มสินค้าเทคโนโลยี AI เติบโตอย่างดุดัน จนสามารถแบกรับและชดเชยยอดดิ่งเหวของการนำเข้าสินค้าประเภทอื่น ๆ อีกกว่า 5,000 รายการได้เกือบทั้งหมด
- ภูมิภาคหลัก (เอเชียตะวันออก, อเมริกาเหนือ, ยุโรป): ยอดการค้าสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับ AI ในปี 2025 กวาดสถิติเติบโตทะลุเป้าเป็นตัวเลข 2 หลัก ถึง 3 หลัก (Double-to-Triple Digit)
UNCTAD หั่นเป้าการค้าโลกปีนี้เหลือแค่ 1.5 - 2.5%
แม้ภาคการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Tech-driven Manufacturing) จะเป็นอัศวินม้าขาวค้ำยันให้เศรษฐกิจโลกปี 2025 ขยายตัวได้ใกล้เคียง 3% และหนุนให้ประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ในเอเชียรวมถึงจีน มีผลผลิตอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว
อย่างไรก็ตาม UNCTAD กลับมองว่าความร้อนแรงนี้กำลังจะสิ้นสุดลง โดยได้ปรับลดคาดการณ์ (Projected) การเติบโตของการค้าโลกในมูลค่าที่แท้จริง (Real Terms) ของปี 2026 ลงอย่างฮวบฮาบ เหลือเพียง 1.5% - 2.5% เท่านั้น จากปี 2025 ที่เคยขยายตัวได้สูงถึง 4.7%
ปัจจัยเสี่ยงรุมเร้าทำ Outlook ดิ่ง
UNCTAD ชี้ชัดว่า แนวโน้มการค้าโลกที่ทรุดตัวลง เป็นผลมาจาก 4 ปัจจัยลบหลัก คือ อุปสงค์มวลรวม (Aggregate Demand) ทั่วโลกที่ชะลอตัว, เม็ดเงินลงทุนที่แผ่วลง, ความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้อ, ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และที่สำคัญที่สุดคือ กระแสคลั่งไคล้ AI (AI Boom) ที่ผ่านจุดสูงสุดและกำลังเข้าสู่ภาวะคูลดาวน์
สินค้าดั้งเดิมเดดล็อก-ภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางทุบซ้ำ
หากกางโมเดลดูภาพรวมการค้านอกเหนือจากกลุ่มบิ๊กเทค จะพบว่า "อาการน่าเป็นห่วง" โดยกลุ่มสินค้าดั้งเดิม เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคขั้นพื้นฐาน, สิ่งทอ รวมถึงสินค้าขั้นกลาง มีตัวเลขขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่วนสินค้ากลุ่มโลจิสติกส์-เครื่องจักรกล
อุตสาหกรรมยังคงผันผวนและไม่เท่าเทียม
ยิ่งไปกว่านั้น การที่การค้าโลกพึ่งพาแต่เม็ดเงินจาก AI ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง (Vulnerable) ต่อแรงกระแทกภายนอก (External Shocks) โดยเฉพาะชนวนเหตุสงครามและความขัดแย้งทางทหารในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง ซึ่งเข้ามากดดันตลาดพลังงาน ป่วนเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ จนดันให้ค่าระวางเรือ (Freight Rates) และต้นทุนการค้าพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
UNCTAD คาดการณ์ทิ้งท้ายว่า เศรษฐกิจโลกปี 2026 จะเผชิญภาวะชะลอตัวอย่างแท้จริง แรงกดดันจากราคาพลังงานและความผันผวนของตลาด จะบีบให้นักลงทุนโยกย้ายเงินทุนเข้าสู่ "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Safe-Haven Assets) ซึ่งจะยิ่งฉุดแรงซื้อและเม็ดเงินลงทุนในระบบให้หดตัวลง แม้เซกเตอร์ AI จะยังพอมีพลังขับเคลื่อนอยู่บ้าง แต่ภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกได้ "หมดโปรโมชั่น" และสูญเสียโมเมนตัมไปเรียบร้อยแล้ว







