thansettakij
thansettakij
ดีอีเอส  ผนึกแคทนำร่องบริการไวไฟฟรีชุมชนเมือง 10 แห่ง

ดีอีเอส ผนึกแคทนำร่องบริการไวไฟฟรีชุมชนเมือง 10 แห่ง

31 ส.ค. 63 | 12:13 น.

ดีอีเอส ผนึก แคทนำร่องเปิดจุดให้บริการไวไฟฟรีชุมชนเมือง 10 แห่ง พร้อมขยายศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศ 250 แห่งสิ้นปีนี้

   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า เพื่อให้ประชาชนทุกพื้นที่มีโอกาสใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าถึงบริการภาครัฐสร้างอาชีพและปรับวิถีการใช้ชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal)โดยได้มอบหมายให้ บมจ. กสท โทรคมนาคม (แคท) ทำโครงการนำร่อง “ขยายจุดให้บริการไวไฟฟรี ในชุมชนเมือง” จำนวน 10 แห่ง ภายในเดือนกันยายนนี้ สำหรับโครงการนี้จะแตกต่างจากศูนย์ดิจิทัลชุมชน ในโครงการเน็ตประชารัฐซึ่งมุ่งเน้นไปที่พื้นที่ห่างไกล โดยมองเป้าหมายจุดติดตั้งในชุมชนเมือง ซึ่งประชาชนในพื้นที่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตหรือไวไฟ และคัดเลือกจากพื้นที่ซึ่ง กสท โทรคมนาคม มีโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) อยู่แล้ว เพื่อประหยัดต้นทุนการลากสาย เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นชุมชนเมืองในกรุงเทพ 5 จุด และในต่างจังหวัด 5 จุด รวมทั้ง จะกำหนดระยะเวลาการใช้บริการสำหรับผู้ที่ log-in เข้าใช้งานฟรีแต่ละครั้งไม่เกิน 30-45 นาทีถ้าจะใช้งานนานกว่านั้นต้องทำการ log-in ใหม่ รวมทั้งจะมีการกำหนดให้ใช้รหัสผ่านในการเข้าใช้งาน เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้มีการเข้าถึงและใช้ออนไลน์อย่างเหมาะสม

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)

 

“โครงการนำร่อง ไวไฟฟรี ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการสนับสนุนชุมชนและประชาชนทุกพื้นที่ให้มีโอกาสใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เข้าถึงบริการภาครัฐ และใช้ประโยชน์ในกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และปรับวิถีการใช้ชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ยิ่งต้องใช้ไวไฟผ่านมือถือในการทำกิจกรรม/ธุรกรรมต่างๆ ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการเดินทาง ลดต้นทุนการประกอบธุรกิจ” นายพุทธิพงษ์กล่าว

      นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ปีนี้เตรียมเพิ่มจำนวนศูนย์ดิจิทัลชุมชนให้ครอบคลุม 250 แห่งทั่วประเทศโดยมีทั้งจุดเดิม และพื้นที่ใหม่ มุ่งเน้นพื้นที่ซึ่งเป็นศูนย์รวมของชุมชน ได้แก่ วัดมัสยิด นอกเหนือจากการติดตั้งตามโรงเรียน หรือบ้านผู้นำชุมชนอย่างที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายหลัก ที่มุ่งสร้างศูนย์ดิจิทัลชุมชน ให้เยาวชนและคนทั่วไปเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ทุกวัน รวมทั้งเวลาหลักเลิกเรียน โดยปีนี้ตั้งงบประมาณไว้กว่า 147 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้จะไม่มีการใช้เป็นงบก่อสร้างแน่นอน เนื่องจากเป็นพื้นที่ตั้งจะเน้นจุดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ทุกคนเข้ามาใช้งานได้สะดวก โดยจะจัดเตรียมทั้งระบบคอมพิวเตอร์ เครือข่ายไวไฟพร้อมใช้งาน มีเจ้าหน้าที่ดูแลรวมถึงมีการจัดอบรมให้ความรู้และการขายสินค้าออนไลน์ วิธีนำเสนอสินค้าบนออนไลน์ให้น่าสนใจ การตั้งราคาที่เหมาะสมกับตลาด

“ในปีต่อไปเราก็มีเป้าหมายขยายศูนย์ดิจิทัลชุมชนเพื่อส่งเสริมให้ทั้งเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้ง่าย สามารถพัฒนาทักษะของตัวเอง เพราะวันนี้ทุกอย่างจำเป็นต้องพึ่งพาดิจิทัล และจากนี้ไปจะไม่ใช่แค่ห้องที่มีคอมพิวเตอร์วางอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนในการเรียนรู้ ต่อยอดทำมาหากิน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล”