
AIS เปิด 5 สถานการณ์ดิจิทัลไทยปี 2569 พบ 1 ใน 5 เคยเจอภัยหลอกลวงออนไลน์
AIS เผยผล Thailand Cyber Wellness Index 2026 จากกลุ่มตัวอย่าง 77,492 คน พบสุขภาวะดิจิทัลคนไทยขยับสู่ระดับก้าวหน้า แต่ 1 ใน 6 ยังต้องพัฒนาทักษะ ขณะที่ 20.7% เคยมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับภัยหลอกลวงออนไลน์
KEY
POINTS
- ผลสำรวจชี้ว่าสุขภาวะดิจิทัลของคนไทยโดยรวมดีขึ้นสูงสุดในรอบ 4 ปี แต่ทักษะการรู้เท่าทันและตรวจสอบข้อมูลยังอยู่ในระดับต่ำที่สุด
- คนไทยประมาณ 1 ใน 5 หรือ 20.7% เคยมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับภัยหลอกลวงทางออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งรูปแบบ
- กลุ่มเด็ก Gen Alpha (อายุ 10-15 ปี) มีคะแนนสุขภาวะดิจิทัลต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ และยังพบช่องว่างด้านความเข้าใจและการใช้ AI ระหว่างวัยอย่างชัดเจน
AIS เปิดผลวิจัยดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของไทย หรือ Thailand Cyber Wellness Index 2026 (TCWI 2026) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 พบคะแนนเฉลี่ยสุขภาวะดิจิทัลของคนไทยเพิ่มขึ้นจาก 0.51 ในปี 2566 เป็น 0.724 ในปี 2569 ขยับสู่ระดับก้าวหน้า อย่างไรก็ตาม ทักษะการรู้เท่าทันและการตรวจสอบข้อมูลยังเป็นประเด็นที่ต้องเร่งพัฒนาควบคู่กับความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
การสำรวจครั้งนี้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 77,492 คนทั่วประเทศ วัดผลครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่ การใช้งานดิจิทัล ทักษะดิจิทัล การสื่อสารและการทำงานร่วมกัน อัตลักษณ์และสิทธิบนโลกดิจิทัล ความปลอดภัยและความมั่นคง การกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ และความสัมพันธ์ดิจิทัล เพื่อติดตามความพร้อมของคนไทยในการใช้ชีวิตบนโลกดิจิทัล และนำข้อมูลไปพัฒนาทักษะให้ตรงกับความเสี่ยงของแต่ละกลุ่ม
นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS เปิดเผยว่า ผลสำรวจปีนี้สะท้อนว่าคนไทยมีความพร้อมในการใช้ชีวิตบนโลกดิจิทัลดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การใช้เทคโนโลยีได้คล่องไม่ได้หมายความว่าจะรู้เท่าทันข้อมูลและความเสี่ยงออนไลน์เสมอไป
“วันนี้โจทย์ของประเทศไทยจำเป็นต้องขยับจากการทำให้คนเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีเป็น ไปสู่การสร้างคนไทยให้คิดเป็น ตรวจสอบเป็น ปลอดภัยเป็น และรับผิดชอบต่อผู้อื่นเป็น เพราะทักษะเหล่านี้คือพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิตในยุคที่ AI ข้อมูลข่าวสาร และภัยออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน”
ผล TCWI 2026 สะท้อน 5 สถานการณ์สำคัญของคนไทยบนโลกดิจิทัล ดังนี้
1. สุขภาวะดิจิทัลสูงสุดรอบ 4 ปี แต่ 1 ใน 6 ยังต้องเร่งพัฒนา
คะแนนเฉลี่ยสุขภาวะดิจิทัลของคนไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 0.51 ในปี 2566 เป็น 0.724 ในปี 2569 ทำให้ภาพรวมของประเทศขยับสู่ระดับก้าวหน้าและสูงสุดในรอบ 4 ปี ขณะเดียวกัน คนไทยประมาณ 1 ใน 6 ยังอยู่ในกลุ่มที่ต้องได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะดิจิทัลเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
2. ใช้งานเทคโนโลยีคล่อง แต่ทักษะรู้เท่าทันยังต่ำที่สุด
เมื่อพิจารณาสุขภาวะดิจิทัลทั้ง 7 ด้าน พบว่าความสามารถในการใช้งานดิจิทัลมีคะแนนเฉลี่ย 0.720 ขณะที่ทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัลมีคะแนนต่ำที่สุด อยู่ที่ 0.653 สะท้อนช่องว่างที่ต้องเร่งพัฒนาควบคู่กัน
การใช้อุปกรณ์ แพลตฟอร์ม หรือบริการดิจิทัลได้อย่างคล่องแคล่ว จึงต้องควบคู่กับความสามารถในการตั้งคำถาม วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ และตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล โดยเฉพาะในยุค Generative AI ที่สามารถสร้างข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอที่ดูสมจริงได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การหยุดคิดและตรวจสอบก่อนเชื่อหรือส่งต่อเป็นทักษะสำคัญของผู้ใช้งานทุกคน
3. คนไทย 20.7% เคยมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับภัยหลอกลวงออนไลน์
ผลสำรวจพบว่า คนไทย 20.7% หรือประมาณ 1 ใน 5 เคยมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับภัยหลอกลวงออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งรูปแบบ ทั้งลิงก์ปลอม ข้อความหลอกลวง การปลอมตัวเป็นบุคคลหรือหน่วยงาน และการชักชวนให้เปิดเผยข้อมูลหรือโอนเงิน
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า ความปลอดภัยดิจิทัลต้องครอบคลุมถึง “ความปลอดภัยในการตัดสินใจ” ตั้งแต่การตรวจสอบตัวตน แหล่งที่มา และความน่าเชื่อถือของข้อมูล ไปจนถึงการหยุดคิดก่อนคลิกลิงก์ เปิดเผยข้อมูลสำคัญ หรือโอนเงิน นอกเหนือจากการตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายากและการป้องกันมัลแวร์
4. เด็ก Gen Alpha สุขภาวะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ
เด็ก Gen Alpha อายุ 10–15 ปี มีคะแนนสุขภาวะดิจิทัลเฉลี่ย 0.61 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ โดย 29.4% หรือเกือบ 3 ใน 10 อยู่ในกลุ่มที่ต้องเร่งพัฒนา โดยเฉพาะการรู้เท่าทันข้อมูล ความปลอดภัย ความสัมพันธ์บนโลกออนไลน์ และความเข้าใจเรื่องร่องรอยดิจิทัล หรือ Digital Footprint
ขณะเดียวกัน คะแนนสุขภาวะด้านการกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ หรือ Cyberbullying ลดลงจาก 0.82 ในกลุ่มอายุ 10–12 ปี เหลือ 0.76 ในกลุ่มอายุ 13–15 ปี และ 0.75 ในกลุ่มอายุ 16–22 ปี
ผลสำรวจสะท้อนว่าควรเริ่มปูพื้นฐานตั้งแต่วัย 10–12 ปี ให้เด็กเข้าใจว่าทุกโพสต์ ความคิดเห็น และการส่งต่อข้อมูลสามารถสร้างผลกระทบและทิ้งร่องรอยบนโลกออนไลน์ได้ พร้อมเรียนรู้การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล คิดก่อนโพสต์หรือแชร์ เคารพสิทธิและความรู้สึกของผู้อื่น ไม่ร่วมขยายความรุนแรง และกล้าขอความช่วยเหลือเมื่อเผชิญ Cyberbullying
5. คนไทยใช้และเข้าใจ AI ดีขึ้น แต่ช่องว่างระหว่างวัยยังชัด
คะแนนเฉลี่ยด้านการใช้และความเข้าใจ AI ของคนไทยในปี 2569 อยู่ที่ 3.30 จากคะแนนเต็ม 5 เพิ่มขึ้นจาก 3.18 ในปี 2568 โดยกลุ่มอายุ 23–29 ปี มีคะแนนสูงที่สุดที่ 3.61 ขณะที่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมีคะแนนต่ำที่สุดที่ 2.53
ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนช่องว่างด้านการเข้าถึง ความรู้ และความสามารถในการใช้ AI ระหว่างช่วงวัย หรือความเหลื่อมล้ำทาง AI (AI Divide) ซึ่งครอบคลุมทั้งการเลือกใช้ AI ให้เหมาะสมกับงาน การตั้งคำถาม การตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ และความเข้าใจข้อจำกัดของเทคโนโลยี โดยผู้ใช้งานยังต้องสามารถคิด ตรวจสอบ และตัดสินใจได้ด้วยตนเอง
นางสายชล กล่าวว่า การสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกับคนทุกกลุ่ม เนื่องจากเด็ก เยาวชน วัยทำงาน และผู้สูงอายุ มีพฤติกรรมและความเสี่ยงแตกต่างกัน AIS จึงจะนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้เป็นฐานในการออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย ผ่าน Digital Health Check หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์: AI Literacy และความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ
การพัฒนาทักษะจะครอบคลุมตั้งแต่การวางรากฐานด้านการรู้เท่าทัน ร่องรอยดิจิทัล และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นสำหรับเด็ก การรับมือ Cyberbullying และแรงกดดันจากสังคมออนไลน์สำหรับเยาวชน การใช้ AI และป้องกันภัยหลอกลวงสำหรับวัยทำงาน ไปจนถึงการเสริมความมั่นใจด้าน AI และความปลอดภัยให้แก่ผู้สูงอายุ
ทั้งนี้ AIS ทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ ครอบครัว สื่อมวลชน และพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนข้อมูลจากผลสำรวจให้เกิดการลงมือทำ ตั้งแต่การค้นหาช่องว่างผ่าน Digital Health Check การพัฒนาความรู้ผ่านหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์: AI Literacy ไปจนถึงการร่วมสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยและรับผิดชอบ เพื่อให้สุขภาวะดิจิทัลของคนไทยเติบโตได้ทันกับเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน






