
50% SMBs หวังแค่อยู่รอดหลังโควิด
ผลสำรวจล่าสุดของ HP Inc พบว่า เจ้าของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมกว่า 50% คาดหวังว่าธุรกิจไม่เพียงแค่สามารถอยู่รอดได้แต่ต้องสามารถเติบโตหลังการแพร่ระบาด และ 60% มองว่าดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นจะมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูธุรกิจ เพื่อตอบสนองถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลสำรวจล่าสุดของ HP Inc หัวข้อ “การอยู่รอดเพื่อการฟื้นฟู” กับ SMBs 8 ประเทศภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบว่า เจ้าของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMBs)กว่า 50% คาดหวังว่าธุรกิจไม่เพียงแค่สามารถอยู่รอดได้แต่ต้องสามารถเติบโตหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 และเห็นด้วยว่าดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นจะมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูธุรกิจ เพื่อตอบสนองถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
ผู้ตอบแบบสอบถาม 60% เห็นว่าดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมแนวคิดนวัตกรรมต่อกระบวนการทำงาน สร้างรูปแบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่น อีกทั้งปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์และบริการให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้ ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต ถึงแม้ว่า SMBs มีความต้องการโซลูชั่นที่ให้ความคุ้มค่าเหล่านี้ แต่ยังมีความกังวลเรื่องการบริหารกระแสเงินสด และความไม่ชัดเจนว่าโซลูชั่นแบบใดที่เหมาะสมและจะหาได้จากที่ใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีเพียง 4 ใน 10 ของ SMBs ที่สำรวจมีแผนกหรือบุคคลที่รับผิดชอบในด้านนวัตกรรม
มร. ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ เอชพี อิงค์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ “ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมถือเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักในภูมิภาคเอเชีย แต่การระบาดใหญ่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ SMBs อย่างหนัก นี่จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวให้อยู่รอดเพื่อฟื้นธุรกิจของพวกเขา ผลการสำรวจนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่จะช่วยเหลือธุรกิจ SMBs ในภาคปฏิบัติ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงการใช้งานอุปกรณ์ เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ต้องการ ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ เอชพีต้องการช่วยเหลือ SMBs ปลดล็อคนวัตกรรมที่สามารถมอบประสบการณ์ที่ยึดลูกค้าและพนักงานเป็นศูนย์กลาง พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพ ทักษะ และความสามารถในการฟื้นตัวจากการระบาดครั้งใหญ่นี้เพื่อความพร้อมสำหรับอนาคต”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“เอชพี” เปิดแพลตฟอร์มหนุน SMEs สู้โควิด
สำหรับตลาดในประเทศไทยพบว่า 65% ของ SMBs เชื่อว่าธุรกิจของพวกเขาจะอยู่รอดได้ โดย 65% มีความมั่นใจว่าธุรกิจจะสามารถเติบโตได้หลัง COVID ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในไทยยังแสดงถึงการคาดการณ์การเติบโตในปีหน้าซึ่งเป็นไปในทางบวกโดยคาดว่าจะเติบโต 11% ในขณะที่ 40% เชื่อว่าการนำดิจิทัลมาใช้มีความสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ
เมื่อพูดถึงกลยุทธ์การฟื้นตัวในสามอันดับแรก SMBs ในประเทศไทยเชื่อว่ากลยุทธ์หลักที่สามารถช่วยธุรกิจของพวกเขา ได้แก่ (1) รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (2) การนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดและ (3) คำแนะนำกลยุทธ์ธุรกิจ สำหรับปัจจัยที่พวกเขาคิดว่าเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จ พวกเขาพิจารณาในเรื่องของการตลาดที่ตอบโจทย์กระแสเงินสด และการสรรหาบุคลากร
“ประเทศไทยสามารถจัดการกับสถานการณ์ COVID-19 ได้เป็นอย่างดีและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในไทยมีความมั่นใจว่าจะสามารถฟื้นตัวและอยู่รอดหลังจากสถานการณ์นี้ โดยรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นนั้นถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูแผนธุรกิจ” มร. ลิม ชุน เต็ก กล่าว “การสำรวจนี้ยังให้ข้อมูลเชิงลึกถึงแนวทางที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จหลังจากผลกระทบที่เกิดขึ้น และยังเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจในการคิดแผนโซลูชั่นการตลาดเพื่อฟื้นฟูธุรกิจหลังจาก COVID”
เพื่อรองรับความต้องการเหล่านี้ ความสามารถด้านดิจิทัลจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการช่วย SMBs ปรับตัว ธุรกิจ SMBs ส่วนใหญ่ไม่ได้กำหนดให้เป็นหัวใจหลักที่จะลงทุนทรัพยากรในด้านนี้ โดยทั่วไปจะเพียงแต่สนองความต้องการของลูกค้า หรือทำตามสิ่งที่คู่แข่งทำไว้ มีธุรกิจ SMBs เพียงหนึ่งในห้าเท่านั้นที่มอบข้อเสนอที่ปรับแต่งได้ เพิ่มช่องทางการขายและซัพพลายเชนใหม่ๆ หรือต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ อย่างเช่น SMBs ในอินโดนีเซีย ( 59%) และประเทศไทย ( 51%) ที่มีความโดดเด่นในการจัดสรรทรัพยากรด้านแนวคิดนวัตกรรมสูงสุด จึงไม่น่าแปลกใจที่ SMBs ของทั้งสองประเทศมีความมั่นใจสูงสุดในประสิทธิภาพของการดำเนินธุรกิจหลังโควิด
เพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงานที่คล่องตัว เอชพีได้เปิดตัวโซลูชั่นการพิมพ์ที่ให้บริการแบบครบวงจรเพื่อให้ธุรกิจ SMBs สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เอชพีมอบข้อเสนอการใช้งานหนึ่งปีสำหรับ HP Roam for Business บน HP LaserJet Pro 400 ซีรีส์ที่มีการซื้อในระหว่างนี้จนถึง 31 ตุลาคม 2563 ที่ให้อิสระในการใช้งานง่ายขึ้น โดยสามารถสั่งพิมพ์จากอุปกรณ์พกพาระหว่างการเดินทาง ผ่านการเชื่อมต่อ HP Roam กับเครื่องพิมพ์ภายในเครือข่ายของบริษัท
นอกจากนี้ เอชพีได้พัฒนา HP SecurePrint ซึ่งสามารถใช้งานได้กับเครือข่ายทุกประเภทรวมถึงเครือข่ายเดิมที่ติดตั้งในไฟร์วอลล์ รวมทั้งการพิมพ์ในสภาพไร้เซิร์ฟเวอร์ซึ่งจะช่วยลดความซับซ้อนของโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีได้ อีกทั้งยังเสริมความแกร่งให้กับพนักงานด้วย HP Workpath โดยช่วยให้พนักงานสามารถเชื่อมต่อแพลตฟอร์มคลาวด์ได้โดยตรงจากเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่น (MFP) ซึ่งได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วตั้งแต่การเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2562 โดยมีมากกว่า 100 แอปพลิเคชั่นบนแพลตฟอร์มและใช้งานบนอีกหลายพันแอปพลิเคชั่น
เพื่อตอบสนองลักษณะการทำงานของพนักงาน SMB ในหลากหลายรูปแบบ เครื่องพีซีของเอชพีได้รับการออกแบบให้สามารถทำงานได้ทุกที่ตามต้องการ ให้อิสระในการสร้างประสิทธิภาพของการทำงานที่ตรงกับแรงจูงใจ และช่วยให้พวกเขาทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นและง่ายดาย ดึงความคิดจิตนาการมาสู่ชีวิตอย่างแท้จริง
ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสภาพแวดล้อมการทำงานที่คล่องตัว เพื่อให้มั่นใจว่า SMBs รู้สึกสบายใจขณะที่ทำงานในทุกๆ ที่ เอชพีได้เสนอ Sure Click Pro ฟรีสำหรับลูกค้าเอชพี และผู้ที่ไม่ใช้ HP Windows จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 เทคโนโลยี และ HP Sure Click ปกป้องมัลแวร์ แรนซั่มแวร์ และไวรัสที่แฝงอยู่ในไฟล์แนบอีเมล หรือเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย
HP ช่วยให้ธุรกิจ SMBs เข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุดได้ง่ายด้วยแพลตฟอร์ม HP For Business ในประเทศไทย ซึ่งเป็นโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้รายเดือนที่ให้ลูกค้าเข้าถึงโซลูชั่นอย่างง่ายดาย ด้วยนวัตกรรมพร้อมใช้งานที่มาพร้อมประสิทธิภาพความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป และเครื่องพิมพ์ของเอชพี พร้อมกับบริการและดูแลทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมง โปรแกรมนี้ช่วยลดแรงกดดันทางการเงินให้กับผู้ประกอบการในระยะสั้นและลดภาระในการบริหารจัดการทรัพยากรด้านไอที
การเสริมทักษะอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่จะฟื้นฟูธุรกิจและเติบโตขึ้น โปรแกรม HP LIFE เสนอหลักสูตรฝึกอบรมด้วยตนเองในรูปแบบออนไลน์ฟรี ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้รับทักษะใหม่ๆ เพื่อพัฒนาธุรกิจของพวกเขา เช่น การสื่อสารทางธุรกิจ ความคิดธุรกิจเพื่อความสำเร็จ การตลาดสื่อสังคมออนไลน์ และการออกแบบความคิด
การสำรวจนี้เสร็จสมบูรณ์ในเดือนมิถุนายน 2563 ครอบคลุม SMBs ในออสเตรเลีย อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ชี้ว่า:
• บริษัทที่มีความมั่นใจสูงสุดว่าจะกลับมายืนหยัด ได้ให้ความสำคัญต่อการใช้ดิจิทัล - เกือบ 60% เห็นว่าการใช้ดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น โดย 74% ของ SMBs จากอินโดนีเซีย ตอบสนองเรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด โดย 74% ระบุว่า เป็นสิ่งจำเป็นหรือสำคัญมาก เช่นเดียวกับ เจ้าของธุรกิจในไทยที่ 65%
• มีการปรับแผนการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญหลังการระบาดใหญ่ - ก่อนการระบาดใหญ่ 46% ของ SMBs มีการคาดการณ์ว่าธุรกิจจะเติบโตแต่ภายหลังกลับลดลงเหลือ 16% โดย SMBs ในอินเดียและเวียดนาม ยังมีความเชื่อมั่นมากที่สุดว่าจะยังเติบโตหลังการระบาดใหญ่ ส่วน SMBs ในสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มีความเชื่อมั่นในเชิงบวกน้อย
• ผลผลิตถูกกระทบ เป็นประสบการณ์ที่พบเกือบทั่วกันช่วงโควิด - มี SMBs เพียง 6% เท่านั้นที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเทียบกับช่วงก่อนการระบาดของ โควิด โดยมี 43% ที่ทำงานได้ผลผลิตลดลง
• ทักษะถูกระบุว่าเป็นปัญหา - การระบาดใหญ่ชี้ให้เห็นช่องว่างด้านความคิดเกี่ยวกับการใช้และทักษะดิจิทัลภายในองค์กร ซึ่งสร้างอุปสรรคต่อการเติบโตของธุรกิจโดยมี SMBs กว่า 44% ได้รับผลกระทบนี้
• SMBs ขาดความชัดเจนว่าจะมองหาความช่วยเหลือได้จากที่ใด - สถาบันการเงินอยู่ในอันดับสูงถึง 31% ในขณะที่ 60% ของ SMBs ระบุว่าการสนับสนุนของรัฐบาลไม่เพียงพอและไม่ชัดเจนว่าให้ความช่วยเหลืออะไรได้บ้าง และมีเพียง 19% เท่านั้นที่หันไปขอความช่วยเหลือจากบริษัทไอที











