
5G จุดเปลี่ยน ทรานส์ฟอร์มองค์กร สู่ความอยู่รอด
กูรูเทคโนโลยี ชี้ 5G พลิกสร้างโอกาสธุรกิจ-อุตสาหกรรม ตัวเร่งผู้นำองค์กรทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล และสร้างความอยู่รอดในวิกฤติโควิด
เทคโนโลยี 5G โอกาสใหม่ภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถสรุปจุดเด่นด้านการใช้งานของ 5G เป็น 3 แกนหลัก เพื่อให้มองเห็นภาพ คือ “การสื่อสารไร้สายความเร็วสูง การสื่อสารกับอุปกรณ์จำนวนมาก และการเชื่อมต่อที่เสถียรและตอบสนองไว” โดยความเร็วของ 5G นั้นสูงถึง 20 เท่า เมื่อเทียบกับ 4G การมาของเทคโนโลยี 5G มีผลโดยตรงต่อการพัฒนาและการเติบโตของทุกอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรม ยานยนต์ การขนส่ง สิ่งก่อสร้าง พลังงาน การเงิน สุขภาพ อุตสาหกรรมการผลิต ความบันเทิงหรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เทคโนโลยีไร้สาย 5G จะเข้ามาพลิกประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโลกที่จะเป็นตัวเร่งผู้นำองค์กรปรับตัวสู่ความเป็นดิจิทัลและอยู่รอดในวิกฤติโควิด
นางวรินทร สีสุขดี ผู้อำนวยการส่วนผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ บริษัท จีไอเอส จำกัด เปิดเผยว่า ธุรกิจที่ดูเหมือนจะไปได้ดีที่สุดในช่วงวิกฤติโควิด-19 เช่น ธุรกิจโลจิสติกส์ ก็ต้องเผชิญกับปัญหาการจัดการการขนส่งที่ไม่ได้มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ การใช้ประโยชน์เทคโนโลยี 5G ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ จึงมีบทบาทสำคัญในการอยู่รอด ทั้งในด้านการเชื่อมต่อพัสดุ โกดังสินค้า บุคลากร ยานพาหนะ และอุปกรณ์ IoT ต่างๆ เข้าด้วยกัน ในด้านการขนส่ง เช่น การควบคุมรถจากระยะไกลแบบไร้คนขับ โดยข้อมูลต่างๆ จะถูกส่งผ่าน 5G กลับมาที่ผู้ควบคุมรถได้ทันที การใช้ระบบป้องกันความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยกล้อง Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) คือการนำภาพวิดีโอมาวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ เพื่อแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบพฤติกรรมเสี่ยงทั้งจากผู้ขับขี่และสภาพแวดล้อมภายนอกและการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารระหว่างรถยนต์กับรถยนต์ที่เรียกว่า Vehicle-to-Vehicle (V2V) ซึ่ง 5G จะช่วยรับ-ส่งข้อมูลความเร็วสูง มีการตอบสนองที่รวดเร็วและมีความเสถียรสูง ทำให้รถยนต์ 2 คันสามารถสื่อสารได้ว่าอยู่ที่ตำแหน่งใด มีความเร็วเท่าไร มุ่งไปในทิศทางใด จากนั้นรถยนต์คันอื่นที่อยู่ในบริเวณเดียวกันสามารถอ่านข้อมูลจากเซ็นเซอร์เพื่อรับรู้ตำแหน่งของรถร่วมถนนและแจ้งเตือนผู้ขับขี่ล่วงหน้าหากมีแนวโน้มว่ารถจะชนกันช่วยให้การขนส่งมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นและยังสามารถระบุตัวตนพนักงาน การตรวจสอบตู้สินค้า คลังสินค้าดิจิทัล และการขับเคลื่อนอัตโนมัติโดยการใช้หุ่นยนต์และโดรน
นอกจากนี้ 5G จะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในอุตสาหกรรมบริการด้านสุขภาพ (Healthcare) ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อรูปแบบการให้บริการที่ต้องปรับเปลี่ยนให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างดีที่สุด โดยเฉพาะในยุคที่วิกฤติโควิด-19 เข้ามาทำให้การบริการด้านการแพทย์และการให้บริการด้านสุขภาพกลายเป็นเรื่องที่ผู้คนให้ความสำคัญ
ด้านนายวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบเทค จำกัด กล่าวว่า อาวุธทรงอานุภาพอย่าง 5G จะเป็นตัวเร่งสำคัญที่จะเข้ามาช่วยทรานส์ฟอร์มอุตสาหกรรมบริการด้านสุขภาพจากอัตราการรับส่งข้อมูลที่สูงขึ้น เวลาในการตอบสนองที่ลดลง การประหยัดพลังงาน การลดต้นทุน และความจุของระบบ รวมถึงสามารถจัดการกับอุปกรณ์ IoT หลายพันชิ้นพร้อมกัน อุปกรณ์เหล่านี้จะก่อให้เกิดความสามารถใหม่ๆ จากการรับ-ส่ง ข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล (Personal Health Information) ได้ โดยข้อมูลเหล่านั้นสามารถจัดเก็บไว้ในประวัติสุขภาพและส่งต่อไปยังผู้ให้บริการสุขภาพที่เปิดสิทธิอนุญาตการเข้าถึงด้วยความยินยอม ทำให้เกิดความรวดเร็วในการเข้าพบแพทย์ การวินิจฉัยต่างๆ เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้น แพทย์ยังสามารถเข้าถึงติดตามผลพฤติกรรมสุขภาพ กิจกรรมของคนไข้ในความดูแลถึงการปฏิบัติตัวและการดูแลสุขภาพตามคำแนะนำ
แพทย์ยังสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการประชุมทางวิดีโอเพื่อให้การรักษาที่เรียกว่าระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ช่วยให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์สามารถพูดคุยตอบโต้กันได้ทันทีทันใด ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการช่วยรักษาอาการเบื้องต้นลดอัตราการเสียชีวิตระหว่างนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลได้ ขณะเดียวกันทีมแพทย์ที่โรงพยาบาลปลายทางก็สามารถเตรียมพร้อมการรักษาได้รวดเร็ว นอกจากนี้ในกลุ่ม Wellness Clinic ที่ให้บริการสุขภาพแนวใหม่เน้นการพักผ่อนและการป้องกันก่อนป่วยเน้นการดูแลในระยะยาวก็มีแนวโน้มการเติบโตมากยิ่งขึ้น โดยสามารถจัดโปรแกรมพิเศษดูแลเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการดูแลผู้ป่วย ผู้สูงวัย การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยเก็บข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพ และการทำงานของร่างกายกิจกรรมต่างๆ ประจำวัน สามารถนำไปวิเคราะห์โอกาสในการเกิดโรค (Predictive Analytics) เพื่อเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงก่อนเจ็บป่วยผ่านแพลตฟอร์มสุขภาพต่างๆ ได้อีกด้วย
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,574 หน้า 16 วันที่ 14 - 16 พฤษภาคม 2563











