
ร้านค้าแห่ไลฟ์สด ดันยอดพุ่ง 200%
วิกฤติโควิดหนุนช็อปออนไลน์โตกว่า 70% ไลฟ์สดยอดขายพุ่ง 200% ร้านค้าแห่ไลฟ์จาก 2,000 เป็น 7,000 ครั้งต่อสัปดาห์ ใน 3 เดือน ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคยังได้รับความนิยม
นางคิมมี เฉิน ผู้จัดการทั่วไป Shoplus เปิดเผยว่า สถานการณ์ของโรคโควิด-19 นั้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ภาคธุรกิจทำให้ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหารและการบริการต้องปิดให้บริการและหยุดชะงักลงผลกระทบนี้ก่อให้เกิด 3 ปัญหาหลักใหญ่ๆ คือ 1. คนที่พึ่งพาการขับเคลื่อนของธุรกิจต้องขาดรายได้ไม่สามารถทำการค้าได้ 2. ขาดการติดต่อกับลูกค้ารายสำคัญเป็นระยะเวลานาน และ 3. ถึงแม้ว่าร้านค้าหลายรายจะพยายามสร้างเว็บไซต์ของตัวเองแต่ก็มีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงและยุ่งยาก
ทั้งนี้ยังมีธุรกิจที่เรียกว่าเป็นขาขึ้น เนื่องจากผู้คนทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตมาสู่ความเป็นดิจิทัลเพิ่มขึ้นกว่า 70% มีการใช้เวลากับโซเชียลมีเดียมากขึ้น และใช้เวลาในการช็อปปิ้งออนไลน์เพิ่มขึ้นกว่า 70% ซึ่งประเทศไทยถือเป็น 1 ใน 10 ของโลกที่มีมูลค่าการช็อปปิ้งออนไลน์สูงที่สุด และเป็นประเทศเดียวในทวีปเอเชีย โดยกลุ่มสินค้าที่มีการซื้อขายเพิ่มขึ้นมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้น 33% ของใช้ในครัวเรือนที่จำเป็น 29% และผลิตภัณฑ์สุขภาพ 27%
ขณะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการซื้อขายบนโซเชียลมีเดียมากที่สุดผ่านเฟซบุ๊กด้วยการไลฟ์สด ซึ่งเป็น การเสนอขายที่ดีที่สุดในวิกฤตินี้ เพราะคนอยู่บ้านไม่สามารถออกไปไหนได้แต่สามารถที่จะซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ได้ ซึ่งการไลฟ์เป็นช่องทางที่ทำให้คนสามารถเห็นสินค้าได้ง่ายสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและสร้างยอดขายได้มากขึ้น Shoplus มีการใช้ AI มอนิเตอร์ ร้านกว่า 1,200 ร้านในกลุ่มเฟซบุ๊กและพบว่ามีการแชร์การไลฟ์ไปยังกลุ่มเฟซบุ๊กกว่า 1,200 กลุ่ม โดยใน 1,200 กลุ่มนั้นมีร้านค้ากว่า 30% ของ 150,000 ร้านหรือราว 45,000 ร้าน ที่มีการไลฟ์ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา และในยอดนี้มีผู้ใช้งาน Shoplus เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า
โดยการขายผ่านไลฟ์ มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี 2562 โดยพบว่ามียอดการไลฟ์ในระบบกว่า 2,000 ไลฟ์ต่อสัปดาห์ในปีที่ผ่านมาจนกระทั่งวิกฤติของโรคโควิด-19 ทำให้การไลฟ์มียอดเพิ่มสูงขึ้นถึง 4,000 ไลฟ์ต่อสัปดาห์ ล่าสุดมียอดการไลฟ์ต่อสัปดาห์มากกว่า 7,000 ไลฟ์ ในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน และยอดขายของร้านค้าเติบโตขึ้นกว่า 216%
ด้านนายอรรถพล สินฉลอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอ็มเซเว่นทีน เซอร์วิสเซส ไทยแลนด์ฯ เปิดเผยว่า เทรนด์ของผู้บริโภคหรือผู้ชมการไลฟ์นั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากโดยมียอดการรับชมไลฟ์เพิ่มขึ้นไม่ตํ่ากว่า 20% ต่อร้าน ซึ่งถ้าเจาะลึกลงไปในกลุ่มคนดูจะเป็นกลุ่มคนในช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไปที่เข้ามาดูไลฟ์ โดยสินค้าที่ยังมีผู้ให้ความสนใจใช้บริการนักไลฟ์ในช่วงนี้ยังคงเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านอาหาร เครื่องสำอาง และอาหารเสริม ทั้งนี้ผลกระทบในภาพรวมของธุรกิจอาจจะมีการปรับรายได้ลดลงในไตรมาส 2 เพราะลูกค้าเอสเอ็มอี ที่ตื่นตระหนกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงไม่กล้าที่จะลงทุนเพิ่ม
แต่อย่างไรก็ตามในวิกฤติยังมีโอกาสเพราะช่วงนี้ผู้บริโภคมีเวลาในการใช้งานสื่อออนไลน์มากขึ้นทำให้ยอดผู้ชมการไลฟ์เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ แต่ขณะเดียวกันร้านค้าหรือธุรกิจขนาดเล็กก็มีความวิตกกังวลจึงทำให้หยุดการทำการตลาดในแบบต่างๆ ซึ่งเมื่อธุรกิจเอสเอ็มอีหรือร้านค้ารายย่อย หยุดวิตกกังวลและปรับตัวกับสถานการณ์ได้ โดยเชื่อว่าหากธุรกิจมีการกลับมาทำตลาดด้วยการไลฟ์อีกครั้งจะเห็นผลที่แตกต่างออกไปตรงที่จำนวนผู้รับชมมีมากขึ้น
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,572 วันที่ 7-9 พฤษภาคม 2563









