thansettakij
thansettakij
เปิดหนังสือ กสทช. แจงนายกฯ ปมประชุมบอร์ดหลังคำพิพากษา

เปิดหนังสือ กสทช. แจงนายกฯ ปมประชุมบอร์ดหลังคำพิพากษา

16 ต.ค. 69 | 02:26 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ต.ค. 69 | 02:49 น.

สำนักงาน กสทช. ส่งหนังสือแจงปมจัดประชุมบอร์ด 1–2 ต.ค. 2569 หลังคำพิพากษา ศาลปกครองกลาง ยืนยันทำหน้าที่ธุรการตามคำสั่ง ไม่ได้วินิจฉัยสถานะประธาน พร้อมเสนอให้นายกฯ รับฟังคำชี้แจงจากประธานโดยตรง

KEY

POINTS

  • สำนักงาน กสทช. ทำหนังสือชี้แจงนายกรัฐมนตรี กรณีจัดประชุมบอร์ดหลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา
  • ระบุว่าการจัดประชุมเป็นไปตามหน้าที่สนับสนุนงานธุรการตามคำสั่งของประธาน กสทช. ซึ่งยังคงเข้าปฏิบัติหน้าที่
  • ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เป็นการวินิจฉัยหรือรับรองสถานะทางกฎหมายของบุคคลใด และไม่ได้มีเจตนาขัดแย้งต่อคำพิพากษา
  • เสนอให้นายกรัฐมนตรีรับฟังคำชี้แจงโดยตรงจากประธาน กสทช. เกี่ยวกับประเด็นสถานะและการใช้อำนาจสั่งประชุม

สำนักงาน กสทช. ทำหนังสือชี้แจงถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กรณีจัดประชุมบอร์ดวันที่ 1–2 ตุลาคม 2569 หลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา ระบุ ดำเนินการตามคำสั่งและหน้าที่สนับสนุนงานธุรการ ยืนยันไม่ได้วินิจฉัยหรือรับรองสถานะทางกฎหมายของบุคคลใด พร้อมเสนอให้รับฟังคำชี้แจงจากประธาน กสทช. โดยตรง

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) มีหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง “ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)” ถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่ออธิบายการดำเนินการเกี่ยวกับการประชุม กสทช. วันที่ 1 และ 2 ตุลาคม 2569 ภายหลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวข้อง

หนังสือดังกล่าวลงนามโดย นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ และ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. โดยระบุว่า สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งข้อบัญชาของนายกรัฐมนตรีให้เลขาธิการ กสทช. ชี้แจงเหตุผลในการดำเนินการเกี่ยวกับการเชิญประชุมทั้งสองวัน

อ้างหน้าที่ตามกฎหมาย สนับสนุนงานประชุม

สำนักงาน กสทช. ชี้แจงว่า ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สำนักงาน กสทช. มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐ ทำหน้าที่สนับสนุนและรับผิดชอบงานธุรการของ กสทช.

ส่วนเลขาธิการ กสทช. เป็นผู้รับผิดชอบการปฏิบัติงานของสำนักงานภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการจัดประชุมให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการประชุมวันที่ 1 และ 2 ตุลาคม 2569 สำนักงาน กสทช. ระบุว่า ได้ดำเนินการจัดประชุมในส่วนงานธุรการ โดยอาศัยข้อเท็จจริงว่า ประธาน กสทช. ยังคงเข้าปฏิบัติหน้าที่ และได้แจ้งยืนยันว่าตนยังดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. พร้อมสั่งการให้สำนักงานดำเนินการจัดประชุม

สำนักงาน กสทช. อ้างถึงระเบียบว่าด้วยข้อบังคับการประชุม กสทช. พ.ศ. 2555 ซึ่งกำหนดให้ประธาน กสทช. เป็นผู้กำหนดนัดประชุม จึงดำเนินการตามข้อสั่งการดังกล่าวภายใต้หน้าที่สนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านธุรการ

เปิดหนังสือ กสทช.แจงนายกฯ ปมประชุมบอร์ดหลังคำพิพากษา

เปิดหนังสือ กสทช.แจงนายกฯ ปมประชุมบอร์ดหลังคำพิพากษา

 

สำนักงาน กสทช. ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เป็นการริเริ่มใช้อำนาจกำหนดการประชุม หรือใช้อำนาจวินิจฉัยรับรองสถานะทางกฎหมายของบุคคลใด

แจงประชุมภายใน 9 ต.ค. เตรียมงานรองรับกรรมการทั้ง 6 คน

หนังสือยังชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 สำนักงาน กสทช. ได้จัดประชุมหารือภายใน เพื่อเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านธุรการสำหรับการประชุมของกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คน ตามที่มีการกำหนดจัดขึ้น

สำนักงาน กสทช. ระบุว่า การเตรียมงานดังกล่าวเป็นไปตามบทบาทของหน่วยงานธุรการ ซึ่งมีหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของกรรมการทุกคนอย่างเสมอภาค เพื่อให้การดำเนินงานของ กสทช. เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและต่อเนื่อง

เสนอรับฟังประธานโดยตรง ปมสถานะหลังคำพิพากษา

สำหรับสถานะการดำรงตำแหน่งของประธาน กสทช. ภายหลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา ตลอดจนเหตุผลในการพิจารณากำหนดนัดประชุม สำนักงาน กสทช. เห็นว่า เป็นประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และการพิจารณาใช้อำนาจของประธาน กสทช. โดยตรง

สำนักงาน กสทช. จึงระบุว่า ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนและรับผิดชอบงานธุรการ อาจไม่อยู่ในฐานะที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผลประกอบการพิจารณาได้อย่างครบถ้วน พร้อมเสนอให้พิจารณารับฟังคำชี้แจงจากประธาน กสทช. โดยตรง เพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้รับข้อมูลและข้อเท็จจริงรอบด้าน

ท้ายหนังสือ สำนักงาน กสทช. ย้ำว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้านธุรการภายใต้ขอบเขตอำนาจตามกฎหมาย ไม่มีวัตถุประสงค์หรือเจตนาขัดหรือแย้งต่อคำพิพากษาของศาลปกครอง และไม่ได้ใช้อำนาจวินิจฉัยหรือรับรองสถานะทางกฎหมายของบุคคลใด โดยยังยึดถือกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และคำพิพากษาของศาลเป็นสำคัญ