thansettakij
thansettakij
"ทรู" ชู 5 ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจ AI ในภูมิภาค

"ทรู" ชู 5 ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจ AI ในภูมิภาค

16 ต.ค. 69 | 04:36 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ต.ค. 69 | 04:52 น.

“ทรู” รุกโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและแพลตฟอร์ม AI ต่อยอดฐานลูกค้ากว่า 47 ล้านราย ยกระดับบริการเชิงรุก หนุนรัฐ–เอกชนวางกรอบกำกับ AI เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย

KEY

POINTS

  • ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศ 5 ยุทธศาสตร์หลัก เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ AI ในระดับภูมิภาค
  • ยุทธศาสตร์มุ่งเน้นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล, พัฒนาระบบนิเวศ AI, และผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาครัฐและเอกชน
  • ทรูพร้อมเปลี่ยนบทบาทจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมสู่การเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม AI และสนับสนุนการสร้างกรอบกำกับดูแล AI ระดับชาติ

ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดทิศทางขับเคลื่อนธุรกิจด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจ AI และผลักดันการเป็นศูนย์กลางดิจิทัลและ AI ของภูมิภาค โดยผู้บริหารร่วมแสดงวิสัยทัศน์บนเวที NBTC Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด “Beyond Volatility: Harnessing Resilience Through Dialogue” ณ โรงแรมดุสิตธานี

วาง 5 ยุทธศาสตร์ต่อยอดโครงข่ายสู่เศรษฐกิจ AI

นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรู เปิดเผยในหัวข้อ “Building Thailand's Digital Backbone: An Operator's Perspective” ว่า ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจดิจิทัลสู่เศรษฐกิจ AI ทำให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวต้องบูรณาการองค์ประกอบหลัก 5 ด้าน ได้แก่ การเชื่อมต่อ ระบบประมวลผล การจัดการข้อมูล การใช้ AI ประมวลผลเพื่อสร้างมูลค่าใหม่ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ทรูจึงมุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมสู่การเป็นผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและสนับสนุนแพลตฟอร์ม AI หรือ Digital Infrastructure & AI Platform Enabler โดยมีฐานลูกค้ากว่า 47 ล้านราย โครงข่าย 5G ครอบคลุม 94% ของประชากร โครงข่าย 4G ครอบคลุม 99% และโครงข่ายไฟเบอร์กว่า 500,000 กิโลเมตร

บริษัทกำหนด 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ ประกอบด้วย การเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ การยกระดับคุณภาพและความมั่นคงของโครงข่าย การขับเคลื่อนภาครัฐและภาคธุรกิจสู่ดิจิทัล การพัฒนาระบบนิเวศ AI และการสร้างโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม

นายจักรกฤษณ์กล่าวว่า การผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลและ AI ของภูมิภาคต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล ภาคเอกชน และพันธมิตรเทคโนโลยี ควบคู่กับกฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุนและนวัตกรรม เพื่อให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถใช้ประโยชน์จาก AI ในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิต

"ทรู" ชู 5 ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจ AI ในภูมิภาค

ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร กล่าวว่า ทรูสนับสนุนให้บุคลากรทดลองและเรียนรู้จากการพัฒนา AI โดยการนำนวัตกรรมไปใช้งานต้องอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรม และมีมนุษย์ร่วมกำกับกระบวนการ เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมการใช้ AI ดูแลลูกค้าเชิงรุก การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์เพื่อแก้ไขปัญหาก่อนเกิดเหตุ และการพัฒนาผู้ช่วยอัจฉริยะ “มะลิ” เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการ

นอกจากนี้ ทรูร่วมมือกับเอ้ก ดิจิทัล พัฒนาโมเดลพฤติกรรมขนาดใหญ่ เพื่อทำความเข้าใจลูกค้าจากพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง และต่อยอดการทำการตลาดเฉพาะบุคคลในวงกว้างให้แม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงการสร้าง Digital Twin กว่า 3 ล้านโปรไฟล์

ดร.ธีรเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนา AI ให้เติบโตอย่างยั่งยืนต้องมีระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง โดยทรูมุ่งทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อบูรณาการข้อมูล ระบบคลาวด์ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการเชื่อมต่ออัจฉริยะ

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI และสร้างแรงจูงใจเพื่อรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ ลดปัญหาสมองไหล และสนับสนุนให้ไทยก้าวจากผู้ใช้เทคโนโลยีสู่ผู้พัฒนาและผู้ให้บริการ AI ที่แข่งขันได้ในระดับโลก

หนุนกรอบกำกับ AI แห่งชาติ เสริมอธิปไตยดิจิทัล

นายมนตรี สถาพรกุล หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า ภาคเอกชนสามารถนำประสบการณ์ใช้งานจริงมาร่วมพัฒนาแนวทางกำกับดูแล AI ของประเทศ โดยเฉพาะเมื่อบริการโทรคมนาคมเชื่อมโยงกับระบบคลาวด์และผู้ให้บริการ AI มากขึ้น

ทรูได้กำหนดเงื่อนไขการใช้ข้อมูล สิทธิการเข้าถึง และความรับผิดชอบของผู้ให้บริการอย่างชัดเจน โดยเห็นว่าการกำกับดูแล AI ควรครอบคลุมการตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ การกำหนดผู้รับผิดชอบตรวจสอบการตัดสินใจที่มีผลกระทบสำคัญต่อผู้ใช้ และการเตรียมวิธีดำเนินงานสำรองเมื่อ AI ทำงานผิดพลาด

แนวทางนี้จะช่วยให้ธุรกิจนำ AI มาพัฒนาบริการ พร้อมลดผลกระทบต่อผู้ใช้ ป้องกันการใช้ข้อมูลผิดวัตถุประสงค์ และลดความเสี่ยงจากบริการหยุดชะงัก

นายมนตรีกล่าวว่า ทรูสนับสนุนการพัฒนากรอบกำกับดูแล AI ระดับชาติที่สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และกฎหมายเฉพาะของแต่ละภาคส่วน ผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลและภาคธุรกิจ

สำหรับอธิปไตยด้าน AI หรือ AI Sovereignty หมายถึงความสามารถของประเทศในการกำกับดูแลการใช้ข้อมูล โมเดล และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการจัดการความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ให้บริการต่างประเทศ โดยต้องมีทางเลือกสำรองสำหรับบริการสำคัญ และทดสอบความพร้อมอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ ควรส่งเสริมชุดข้อมูลที่มีคุณภาพ โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล AI ที่เข้าถึงได้ในต้นทุนเหมาะสม และพื้นที่ทดสอบ AI ภายใต้การกำกับดูแลร่วมกัน เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจพัฒนาและใช้ AI อย่างรับผิดชอบ พร้อมสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในระยะยาว