thansettakij
thansettakij
โซลูชัน “เวิร์กฟรอมโฮม” พุ่ง รับโควิด

โซลูชัน “เวิร์กฟรอมโฮม” พุ่ง รับโควิด

16 เม.ย. 63 | 06:05 น.

"ซิสโก้"เผยทั่วโลกแห่ใช้โซลูชัน Work from home โตพุ่ง 3 เท่า รับโควิด

 

ซิสโก้เผยทั่วโลกแห่ใช้โซลูชัน Work from home เติบ โต 3 เท่าในเดือนเดียว ขณะที่ไทยผู้ใช้เพิ่มเกือบ 800% ชี้ช่วยสร้างความคุ้นเคยให้พนักงาน หนุนทรานส์ฟอร์มการทำงานแบบดั้งเดิม พร้อมเดินหน้าศึกษา New Normal หลังพ้นวิกฤติโควิด-19

นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการซิสโก้ ประจำประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน เปิดเผยว่าวิกฤติโควิดทำให้โซลูชันวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มีความต้องการเพิ่มขึ้น โดยการใช้ Cisco Webex ทั่วโลกนั้นเติบโตขึ้นกว่า 3 เท่า ขณะที่ในประเทศไทยมียอดการใช้งานเติบโตถึง 766% ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งซิสโก้มองเป้าหมายของ Webex ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ใช่แค่ในช่วงสถานการณ์ของโควิด-19 โดยคาดว่ากลุ่มผู้ใช้ในไทยที่จะเพิ่มขึ้นมากที่สุด ได้แก่ ภาคการศึกษา และภาครัฐ สำหรับการประเมินการลงทุนด้านไอทีหลังวิกฤติโควิด-19 นั้น ตอนนี้ที่เห็นคือ 3 โซลูชันที่เป็นส่วนที่ลูกค้าจะจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น คือ 1. การเชื่อมต่อ (Connec tivity) 2. เน็ตเวิร์กสำหรับการทำงานในที่ต่างๆ ที่จะเพิ่มขึ้นเนื่องจากการใช้งานแบนด์วิดธ์ที่มากขึ้น 3. Collaboration หรือการทำงานร่วมกัน เป็นอีกปัจจัยพื้นฐานหนึ่งที่จำเป็นโดยมีการนำไปใช้งานได้กว้างขึ้น

 

 

“สถานการณ์ตอนนี้ทำ ให้โซลูชันสำหรับ WFH มีความต้องการมาก โดยมองว่ายิ่งมีการแข่งขันมาก จะก่อให้เกิดผลดีในแง่ของความสามารถในการรองรับ (Capacity) ที่ตอนนี้ยังไม่เพียงพอ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการ กระจุกที่รายใดรายหนึ่ง”

 

โซลูชัน “เวิร์กฟรอมโฮม” พุ่ง รับโควิด

 

ขณะที่กลยุทธ์ของซิสโก้นั้นล่าสุดยังไม่มีการปรับเป้าหมาย แต่มองว่าสถานการณ์นี้เป็นทั้งวิกฤติและโอกาสที่มีความท้าทายในเรื่องการทำงาน หลายหน่วยงานสร้างโอกาสใหม่ในการทำงานร่วมกัน สร้างความคุ้นเคยให้คนหันมาใช้งาน Collaboration กันมากขึ้น ซึ่งซิสโก้ก็ได้เริ่มมีการศึกษาว่าหลังจากที่วิกฤติโควิดผ่านพ้นไปแล้วอะไรจะเป็นปรากฏการณ์ใหม่ หรือ New Normal ที่จะเกิดขึ้น เพื่อที่จะหาโซลูชันและนำมาใช้กับ New normal ในอนาคตจะ เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรนั้นเป็นสิ่งที่องค์กรต้องเร่งศึกษา นายวัตสันกล่าวต่อไปอีกว่าอย่างไรก็ตามการเลือกใช้โซลูชัน Work from home ต้องมองเรื่องของความปลอดภัยด้านไซเบอร์ ทั้ง VPN เครือข่าย และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งการใช้ซอฟต์แวร์ฟรีเป็นสิ่งที่ต้องระวังเรื่องการนำข้อมูลไปขาย ต้องมีการสร้างความตระหนักเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) เนื่องจากการทำงานที่บ้านหลายคนยังไม่ได้มองถึงความปลอดภัยไม่มีกรอบล้อมรอบเหมือนทำงานที่ออฟฟิศ ซึ่งเรื่องของไซเบอร์ซิเคียวริตีนั้นมีความจำเป็นมาก รวมถึงองค์กรหรือบริษัทต้องมีความสามารถในการมองเห็นการทำงานของพนักงานว่ามีความเต็มที่ในการทำงานหรือไม่

 

 

ขณะที่การทำงานที่บ้านหรือ Work from home ช่วยให้องค์กรสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย ค่านํ้า ค่าไฟ รวมถึงลดจำนวนอุปกรณ์ที่ใช้ในสำนักงาน อุปกรณ์เครื่องมือที่รองรับการทำงานนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญคือกระบวนการทำงานที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือทรานส์ฟอร์ม ด้วยวิกฤติที่เกิดขึ้นนั้นทำให้คนเริ่มคุ้นเคยและเปิดรับกับเรื่องของการเปลี่ยนแปลง ในการทำงาน การเรียนการสอนรูปแบบใหม่ได้โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน นักเรียนนักศึกษา ซึ่งโซลูชันในการทำงานร่วมกัน (Collaboration) จะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงาน เพิ่มความ รวดเร็วในการทำงานเป็นทีม ลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง 

 

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3566 หน้า 26 วันที่ 16 -18 เมษายน 2562