
SIM โชว์โครงสร้างธุรกิจใหม่ แยก 2 สายงานโมบาย และนอนวอยซ์บุกตลาดไลฟ์สไตล์
"สามารถ ไอ-โมบาย" ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่แยกสายงาน "โมบาย และ นอนวอยซ์" วางเป้าเน้นธุรกิจงานบริการมากขึ้นชูคอนเซ็ปต์ "Open" เน้นสินค้าแนวใหม่ที่ตรงไลฟ์สไตล์มากขึ้นคาดมีสัดส่วนรายได้มือถือ 80% และ 20% ตั้งเป้าปรับโฉมร้าน "ไอ-โมบาย" จำนวน 28 สาขาในปีแรก
นายจักรกฤช จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) หรือ sim เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้เปิดตัวโครงสร้างธุรกิจใหม่ แยกสายงานออกเป็นกลุ่มมือถือ (Mobile) และ ธุรกิจที่ไม่ใช่มือถือ (Non Mobile ) โดยจะเน้นธุรกิจงานบริการมากขึ้นรวมไปถึงการทำการค้า ในสินค้าแนวใหม่ที่เป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้นคาดว่าจะมีส่วนแบ่งรายได้จาการมือถือจำนวน 80% และ นอนวอยซ์ 20%
อย่างไรก็ตามการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งนี้เพื่อรับมือกับการแข่งขันทางธุรกิจที่เริ่มแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้นผนวกกับแนวทางเทคโนโลยีที่เข้าสู่ยุค Internet of Things อย่างแท้จริง บริษัท ได้เล็งเห็นโอกาส จึงปรับทิศทางตลอดจนโครงสร้างธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว ซึ่งนับได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของบริษัท ในการก้าวสู่จุดหมายที่ใหญ่และยั่งยืนยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด "Open" ด้วยการนำเสนอสินค้าและบริการที่โดดเด่นและแตกต่าง เพื่อต่อยอดจากธุรกิจเดิม เน้นการสร้างรายได้ประจำด้วยการรุกธุรกิจค้าปลีกในชื่อ "Open Shop" ร้านไลฟ์สไตล์ที่มีทั้งมือถือGadget และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อระบบเครือข่าย เพื่อการสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตัวไปได้ทุกที่ภายใต้แบรนด์ "O’Life"
นอกจากจะสะท้อนภาพลักษณ์ที่ทันสมัยแล้ว ในร้านยังมีบริการอื่นๆ อาทิ "O’Fix" ศูนย์ซ่อมมือถือสารพัดแบรนด์ "O’Pay" ศูนย์รับชำระบิลทุกประเภท "O’Top UP" ตู้เติมเงินที่ทำให้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น และ "O’ Café" พร้อมบริการกาแฟและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และยังมีสินค้า "O’Sport & Health and Smart Home" อีกด้วย ทั้งนี้ บริษัท ตั้งเป้าทยอยปรับเปลี่ยนร้านไอ – โมบายเดิม จำนวน 28 สาขา เป็นร้าน Open Shop รูปแบบใหม่ ภายในสิ้นปี 2559 นี้ พร้อมรุกขยายไปในทุกจังหวัด เพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงผู้ให้บริการได้รวดเร็วครอบคลุม ขณะเดียวกัน บริษัทได้วางRoadmap ในการขยายร้านไว้ทั้งในลักษณะ COCO (Company Own Company Operate) และขาย Franchise ในรูปแบบร้านใหม่ไปด้วย นอกจากนี้ในส่วนของธุรกิจ MVNO ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจในการสร้างรายได้ประจำ บริษัทเตรียมที่จะเปิดตัว Open MVNO ที่ให้บริการบนเครือข่ายของ CAT โดยจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้
นายจักรกฤช ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่าสำหรับด้านธุรกิจบริการ บริษัทได้มีการขยายธุรกิจจากเดิมสามารถมัลติมีเดีย ที่ให้บริการแต่ส่วนข้อมูล (Content Business) ในชื่อ BUG, EDT, i – Sport นั้น ในปีนี้ได้เพิ่มธุรกิจขึ้นอีก 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจ"E-commerce" โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันไป เช่น Thailandmal lเจาะกลุ่มค้าส่งต่างชาติ WappWapp เจาะกลุ่มในประเทศ SME Siam เจาะกลุ่มในประเทศและ Thailand Check-in ที่จะมุ่งให้บริการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และ ล่าสุดบริษัท ได้เข้าไปซื้อธุรกิจ Digital Advertising ชื่อ Phoinikas ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับ Digital Marketing เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำสายงานธุรกิจใหม่ล่าสุด นั่นคือ ธุรกิจ Digital Commerce ครบวงจร
"ในการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ ทำให้สายธุรกิจมัลติมีเดีย มีความแข็งแกร่ง และมีความพร้อมในการเข้าสู่ตลาด Digital ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน โดยคาดว่าจะมีรายได้ในสัดส่วน 20 % จากรายได้ทั้งหมด และจะขยายเป็น 40–50 % ภายในเวลา 3 ปี ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงของบริษัท"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,146 วันที่ 7 - 9 เมษายน พ.ศ. 2559
นายจักรกฤช จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) หรือ sim เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้เปิดตัวโครงสร้างธุรกิจใหม่ แยกสายงานออกเป็นกลุ่มมือถือ (Mobile) และ ธุรกิจที่ไม่ใช่มือถือ (Non Mobile ) โดยจะเน้นธุรกิจงานบริการมากขึ้นรวมไปถึงการทำการค้า ในสินค้าแนวใหม่ที่เป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้นคาดว่าจะมีส่วนแบ่งรายได้จาการมือถือจำนวน 80% และ นอนวอยซ์ 20%
อย่างไรก็ตามการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งนี้เพื่อรับมือกับการแข่งขันทางธุรกิจที่เริ่มแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้นผนวกกับแนวทางเทคโนโลยีที่เข้าสู่ยุค Internet of Things อย่างแท้จริง บริษัท ได้เล็งเห็นโอกาส จึงปรับทิศทางตลอดจนโครงสร้างธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว ซึ่งนับได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของบริษัท ในการก้าวสู่จุดหมายที่ใหญ่และยั่งยืนยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด "Open" ด้วยการนำเสนอสินค้าและบริการที่โดดเด่นและแตกต่าง เพื่อต่อยอดจากธุรกิจเดิม เน้นการสร้างรายได้ประจำด้วยการรุกธุรกิจค้าปลีกในชื่อ "Open Shop" ร้านไลฟ์สไตล์ที่มีทั้งมือถือGadget และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อระบบเครือข่าย เพื่อการสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตัวไปได้ทุกที่ภายใต้แบรนด์ "O’Life"
นอกจากจะสะท้อนภาพลักษณ์ที่ทันสมัยแล้ว ในร้านยังมีบริการอื่นๆ อาทิ "O’Fix" ศูนย์ซ่อมมือถือสารพัดแบรนด์ "O’Pay" ศูนย์รับชำระบิลทุกประเภท "O’Top UP" ตู้เติมเงินที่ทำให้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น และ "O’ Café" พร้อมบริการกาแฟและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และยังมีสินค้า "O’Sport & Health and Smart Home" อีกด้วย ทั้งนี้ บริษัท ตั้งเป้าทยอยปรับเปลี่ยนร้านไอ – โมบายเดิม จำนวน 28 สาขา เป็นร้าน Open Shop รูปแบบใหม่ ภายในสิ้นปี 2559 นี้ พร้อมรุกขยายไปในทุกจังหวัด เพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงผู้ให้บริการได้รวดเร็วครอบคลุม ขณะเดียวกัน บริษัทได้วางRoadmap ในการขยายร้านไว้ทั้งในลักษณะ COCO (Company Own Company Operate) และขาย Franchise ในรูปแบบร้านใหม่ไปด้วย นอกจากนี้ในส่วนของธุรกิจ MVNO ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจในการสร้างรายได้ประจำ บริษัทเตรียมที่จะเปิดตัว Open MVNO ที่ให้บริการบนเครือข่ายของ CAT โดยจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้
นายจักรกฤช ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่าสำหรับด้านธุรกิจบริการ บริษัทได้มีการขยายธุรกิจจากเดิมสามารถมัลติมีเดีย ที่ให้บริการแต่ส่วนข้อมูล (Content Business) ในชื่อ BUG, EDT, i – Sport นั้น ในปีนี้ได้เพิ่มธุรกิจขึ้นอีก 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจ"E-commerce" โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันไป เช่น Thailandmal lเจาะกลุ่มค้าส่งต่างชาติ WappWapp เจาะกลุ่มในประเทศ SME Siam เจาะกลุ่มในประเทศและ Thailand Check-in ที่จะมุ่งให้บริการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และ ล่าสุดบริษัท ได้เข้าไปซื้อธุรกิจ Digital Advertising ชื่อ Phoinikas ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับ Digital Marketing เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำสายงานธุรกิจใหม่ล่าสุด นั่นคือ ธุรกิจ Digital Commerce ครบวงจร
"ในการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ ทำให้สายธุรกิจมัลติมีเดีย มีความแข็งแกร่ง และมีความพร้อมในการเข้าสู่ตลาด Digital ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน โดยคาดว่าจะมีรายได้ในสัดส่วน 20 % จากรายได้ทั้งหมด และจะขยายเป็น 40–50 % ภายในเวลา 3 ปี ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงของบริษัท"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,146 วันที่ 7 - 9 เมษายน พ.ศ. 2559











