
ฝีมือคนไทย
ตรวจเชื้อป้องกันโควิด-19
การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ถือเป็นการเผชิญกับวิกฤติโรคร้ายที่รุนแรงอีกครั้งหนึ่งของมวลมนุษยชาติ แม้แต่ละประเทศจะพยายามออกมาตรการต่างๆ มาเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาด พร้อมกับการหาวิธีฆ่าเชื้อโรคร้ายนี้ แต่วันนี้ก็ยังไม่บรรลุผล หนึ่งในแนวทางที่เกิดขึ้นและเชื่อว่าจะลดการแพร่ระบาดได้คือ การตรวจหาเชื้อให้ได้เร็วที่สุด เพื่อการป้องกันและรักษาไม่ให้เกิดการแพร่กระจาย
การผนึกกำลังเพื่อต่อสู้กับ “โควิด-19” จึงเกิดขึ้นทั้งแบบรูปธรรมและนามธรรม และหนึ่งในนวัตกรรมที่เกิดจากฝีมือคนไทย คือการตรวจเชื้อเพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว ลดต้นตอการกระจาย และป้องกันไม่ให้ส่งต่อเชื้อไปสู่ผู้อื่น
นวัตกรรมการตรวจเชื้อโควิด-19 ที่ต้องรวดเร็วและได้ผลชัดเจน ถึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ล่าสุดเป็นผลงานของคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กับการใช้ห้องปฏิบัติการของศูนย์ตรวจวินิจฉัยระดับโมเลกุล ศูนย์บริการสุขภาพคณะสหเวชศาสตร์ ที่สามารถตรวจยืนยันผล COVID-19 ในห้องปฏิบัติการได้ภายใน 6-12 ชั่วโมง ทำให้สามารถรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และ ร.พ.ในละแวกใกล้เคียง มาตรวจหาเชื้อไวรัสได้และรู้ผลอย่างรวดเร็ว
“นํ้ายาที่ใช้ตรวจในห้องปฏิบัติการเป็นนํ้ายาที่ได้รับรองว่ามีความแม่นยำสูง มีความไวในการตรวจหาเชื้อและสามารถตรวจ 3 ยีน ใน 1 หลอดทดลองเท่านั้น ซึ่งจะช่วยลดความผิดพลาดได้เป็นอย่างดี” ผศ.ดร.จีระพงษ์ ทะนงศักดิ์ศรีกุล ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหาร และหัวหน้าห้องปฏิบัติการศูนย์ตรวจวินิจฉัยระดับโมเลกุล กล่าวยืนยัน
ความพิเศษของห้องปฏิบัติการของมธ. คือเป็นห้องความดันลบ ทุกอย่างในห้องจะถูกผลักเข้าระบบกรองอากาศที่มีความละเอียดสูงในระดับที่สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กได้ ฉะนั้นการทำงานภายในห้องปฏิบัติการจะไม่มีสิ่งปนเปื้อนรั่วไหลออกมาสู่สิ่งแวดล้อมภายนอกได้ ส่วนการตรวจเชื้อ COVID-19 จะตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสด้วยเทคนิค Realtime RT-PCR ภายใต้การดูแลของนักเทคนิคการแพทย์ และคณาจารย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคนี้ ในระยะแรกของการดำเนินงาน ศักยภาพของห้องปฏิบัติการ สามารถตรวจวิเคราะห์เชื้อได้วันละ 40-50 ตัวอย่าง
อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจคือ “ชุดตรวจวินิจฉัย COVID-19” ซึ่งเกิดจากการผนึกกำลังของเครือข่ายในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีจากสถาบัน Broad Institute, Massachusetts Institute of Technology and Harvard, USA กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี โดยมีกลุ่มปตท.และธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณการวิจัย
ชุดตรวจวินิจฉัย COVID-19 นี้ สามารถตรวจโรคได้ภายใน 30-45 นาที ซึ่งขณะนี้สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ภาควิชาจุลชีววิทยา เริ่มทดลองกับตัวอย่างจากคลินิกแล้ว และอยู่ระหว่างการเตรียมแผนผลิตชุดทดสอบเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการในขั้นตอน Clinical Trial ในเดือนเมษายนนี้
เพื่อลดการแพร่ระบาด และเน้นความสะดวก ปลอดภัยให้กับผู้มาใช้บริการ โรงพยาบาลรามคำแหงจึงให้บริการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ในรูปแบบ Drive Thru Service โดยสามารถขับรถเข้าไปตรวจ ไม่ต้องลงจากรถ เพียงเปิดหน้าต่าง เก็บตัวอย่างจากโพรงจมูกและคอ เพื่อส่งให้ห้องปฏิบัติการตรวจ พร้อมกับส่งผลการตรวจผ่านทาง SMS, E-Mail และ RAM Application ซึ่งสามารถรับผลการตรวจภายใน 5-8 ชั่วโมง หากทำการตรวจในช่วงเช้า และวันถัดไปหากตรวจในช่วงบ่าย โดยสนนราคาค่าบริการอยู่ที่ 6,500 บาทต่อคน
สำหรับผู้ที่ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยง แต่สนใจและต้องการข้อมูลข่าวสารของไวรัสโควิด-19 ก็สามารถเข้าไปดูในเพจ “เป็ดไทยสู้ภัย” ที่กลุ่มสตาร์ต อัพไทย ในนามสมาคมไทยเทคสตาร์ทอัพ (TTSA) ร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และหน่วยงานอื่นๆ จัดตั้งขึ้น เพื่อนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยลดภาระการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ช่วยเหลือภาครัฐในการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัส ทั้งการตรวจสอบข่าวเท็จ (Fake news), การประเมินอาการและความเสี่ยงในขั้นต้น รวมถึงระบบจัด-ส่งยารักษาโรค อาหารและของใช้จำเป็นสำหรับผู้ที่อยู่ระหว่างการกักตัวเฝ้าระวัง
ทั้งหมดคือ นวัตกรรมที่เกิดจากฝีมือคนไทยที่ต้องการช่วยให้วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ #เราจะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน
หน้า 25 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,559 วันที่ 22 - 25 มีนาคม 2563











