
‘ซูเปอร์ ควิกชาร์จ’ ของจริง
ปัญหาของผู้ที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ทั้ง อีวี และปลั๊ก-อินไฮบริด คือต้องวางแผนชาร์จพลังงานให้เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งขุมพลังลูกผสมที่ชาร์จไฟได้อาจจะมีความกังวลน้อยกว่า รถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100%
ใช้ได้ที่ ปอร์เช่
สำหรับรถ “อีวี” ที่ปัจจุบันมีผู้ให้บริการสถานีชาร์จ ทั้งของรัฐบาล เอกชน มีแพลตฟอร์มหรือแอพพลิเคชันในการค้นหาจุดชาร์จ การจอง และการชำระเงิน แต่หนึ่งปัญหาใหญ่คือการปล่อยกำลังไฟออกมาน้อย ทำให้เสียเวลาชาร์จนาน (รถบางรุ่นกับบางสถานีก็ชาร์จกันไม่ได้)
ล่าสุด เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ เตรียมต้อนรับการเปิดตัว “ไทคานน์” อีวีรุ่นแรกของค่าย ด้วยการสร้างสถานีชาร์จไฟกระแสตรงกำลังสูง (DC high-power electric vehicle Charger-HPC) ที่สำนักงานใหญ่ Porsche Centre Bangkok ดอนเมือง และโชว์รูม-ศูนย์บริการที่พัฒนาการ
เอเอเอส จับมือกับ เอบีบี ผู้ให้บริการเทคโนโลยีทางด้านพลังงานครบวงจรรายใหญ่ของโลก ประกาศติดตั้งสถานีชาร์จไฟกระแสตรงกำลังสูง HPC ให้กำลังไฟฟ้าสูงสุด 350 กิโลวัตต์ นั่นหมายความว่า ไทคานน์ รุ่น เทอร์โบ เอส ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนลูกโตขนาด 93.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถชาร์จแบตเตอรี่ที่มีพลังงานเหลือ 5% ให้เพิ่มขึ้นเป็น 80% ภายในระยะเวลา 22.5 นาทีเท่านั้น
สำหรับ HPC หรือซูเปอร์ควิกชาร์จ ที่ Porsche Centre Bangkok ดอนเมือง ถือเป็นการยํ้าภารกิจหลัก ในการก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า ทั้งโปรดักต์ และสถานีชาร์จรูปแบบใหม่ พร้อมชาร์จแบบ Combined Charging System (CCS) Combo ได้ถึง 2 ตำแหน่ง
“รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยอดขายกว่า 66% ในปี 2019 ที่ผ่านมาเป็นรุ่นที่ได้รับการติดตั้งขุมพลังปลั๊ก-อินไฮบริด และความมุ่งมั่นต่อไปของเรา คือการรุกตลาดด้วยการมาของปอร์เช่ ไทคานน์ ใหม่ พร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน” ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด กล่าว
นายนิโก้ คูห์ลมานน์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ปอร์เช่ เอเชีย-แปซิฟิก กล่าวเสริมว่า ปี 2020 นับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับปอร์เช่ ในฐานะของการเปิดตัว ไทคานน์ ใหม่ ตัวแทนของผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่บ่งบอกถึงอนาคตข้างหน้า และมุ่งมั่นต่อพันธกิจการสรรค์สร้างระบบนิเวศอัจฉริยะอันชาญฉลาด ตอบโจทย์การชาร์จพลังงานในทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในที่พักอาศัย การเข้ารับบริการ ภายในศูนย์ Porsche Centres การท่องเที่ยวเดินทางไปยังจุดหมายยอดนิยมต่างๆ รวมทั้งการขับขี่สัญจรบนเส้นทางหลักทั้งหมดในภูมิภาค
สำหรับไทคานน์ เทอร์โบ เอส ให้กำลังสูงสุด 761 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 2.8 วินาที ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งรถวิ่งได้ระยะทาง 412 กม. ส่วนไทคานน์ เทอร์โบ กำลังสูงสุด 680 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 3.2 วินาที ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งรถวิ่งได้ระยะทาง 450 กิโลเมตร
ทั้ง 2 รุ่นใช้มอเตอร์ขับเคลื่อน 2 ตัวหน้า-หลัง พร้อมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน สเปกเดียวกันคือความจุ 93.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2020 ที่เลื่อนไปจัดปลายเดือนเมษายนนี้ โดยคาดว่าไทคานน์ เทอร์โบ เอส ราคาประมาณ 11 ล้านบาท รุ่นเทอร์โบ 10 ล้านบาท
ส่วนรุ่นเริ่มต้น 4 เอส ให้กำลังสูงสุด 530 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 4.0 วินาที พิสัยการเดินทางสูงสุด 407 กิโลเมตร จากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน 79.2 กิโลวัตต์ ราคาประมาณ 7 ล้านบาท จะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าชาวไทยปลายปีนี้เป็นต้นไป
(ล้อมกรอบ)
ค่ายรถลุยขยายสถานีชาร์จ
การบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย หลายค่ายรถยนต์ให้ความสำคัญกับสาธารณูปโภคพื้นฐาน สถานีชาร์จไฟ พร้อมสร้างระบบนิเวศการใช้งานของรถประเภทนี้ให้ยั่งยืน สามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่ซื้อไปใช้งาน
บีเอ็มดับเบิลยู เป็นค่ายที่เตรียมความพร้อมมาหลายปี ปัจจุบันมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ChargeNow และสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูและมินิอย่างเป็นทางการรวม 125 หัวชาร์จใน 59 สถานีทั่วประเทศ หรือแบ่งเป็น 50 หัวชาร์จที่โชว์รูมและศูนย์บริการฯ ส่วนอีก 75 แห่งกระจายอยู่ตามจุดสาธารณะต่างๆ โดยบีเอ็มดับเบิลยูตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2563 จะเพิ่มจำนวนเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าทั้งหมด 150 หัวชาร์จ
ด้านเมอร์เซเดส-เบนซ์ ก็เป็นอีกหนึ่งค่ายที่มีรถยนต์แบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด และเร็วๆ นี้จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นอีคิวซี ปัจจุบันมีเครือข่ายสถานีชาร์จไฟตามโรงแรม ห้างร้านต่างๆ และตามแผนงานที่บริษัทแม่ได้วางไว้จะจับมือกับผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 35 ราย เพื่อเปิดให้บริการชาร์จไฟสาธารณะ ในรูปแบบฟาสต์ชาร์จ
อีก 2 แบรนด์ที่กำลังทำการบ้านเรื่องสถานีชาร์จไฟคือ มิตซูบิชิ ที่จะเปิดตัวรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด ออกสู่ตลาด และแบรนด์เอ็มจี โดยความคืบหน้าในตอนนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมกับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
หน้า 25 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,557 วันที่ 15 - 18 มีนาคม 2563











