thansettakij
thansettakij
“กรณ์”แนะใช้เทคโนโลยีแก้โกง-ปัญหาปากท้อง

“กรณ์”แนะใช้เทคโนโลยีแก้โกง-ปัญหาปากท้อง

13 มี.ค. 63 | 09:23 น.

“กรณ์” แนะใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ชูเอสโตเนีย โมเดล ตัวอย่างประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีงานบริการภาครัฐเน้นความโปร่งใสและความเป็นส่วนตัว เผยระบบบราชการไทยยังเป็นอุปสรรคในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล ทรานส์ฟอเมชัน

“กรณ์”แนะใช้เทคโนโลยีแก้โกง-ปัญหาปากท้อง

นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานสมาคมฟินเทคประเทศไทย กล่าวภายในการอบรมหลักสูตร Digital Trasformation For CEO #2  หัวข้อ Do or Die : How to win with transformation ว่า วันนี้ถ้าไม่มีมิติเรื่องของเทคโนโลยี ต้องบอกเลยว่าแผนธุรกิจนั้นใช้ไม่ได้ จากการที่มีโอกาสได้ไปศึกษาดูงานในข่วง 3 ปีที่ผ่านมาโดยได้คลุกคลีกับสตาร์ทอัพในการสร้างธุรกิจจากเทคโนโลยีเพื่อให้บริการทางด้านการเงินซึ่งนำไปสู่การก่อตั้ง สมาคมไทยฟินเทคให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ทำให้มาคิดถึงบทบาทของภาครัฐที่นำไปสู่เรื่องของ Government Technology หรือ Gov Tech การให้บริการของภาครัฐแก่ประชาชนบนพื้นฐานของเทคโนโลยีที่จะมาตอบโจทย์และแก้ปัญหาของบ้านเมือง แก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งเรื่องนี้สามารถตอบโจทย์ได้ 

ทั้งนี้หากพูดถึงเรื่องของการคอร์รัปชัน การแก้ปัญหาคือการปลูกฝังให้คนเป็นคนดี  ไม่โกง แต่ที่ผ่านมายังไม่ประสบความสำเร็จ ยังมีการคอร์รัปชันเหมือนในอดีต เพราะคนที่ทุจริต คอร์รัปชันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโกงหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี นี่คือปัญหา ดังนั้นการปลูกฝังค่านิยมถือเป็นสิ่งสำคัญ และจะทำอย่างไรเรื่องของการคอร์รัปชันเป็นสิ่งที่ถูกตรวจสอบได้ง่าย ทำให้มองเห็นว่าเรื่องของเทคโนโลยีนั้นมีประโยชน์อย่างไร  อาทิ บล็อกเชน ที่เป็นหลักฐาน เป็นเป็นรอยเท้า (Footprint) ที่จะบันทึการกระทำที่เกิดขึ้นในทุกขั้นตอน สามารถย้อนรอยตรวจสอบการทำธุรกรรมต่างๆ ได้ ลองนึกภาพสังคมไร้เงินสดในอนาคต ที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกและสามารถตรวจสอบการทุจริตได้

ขณะที่ประเทศเอสโตเนียที่เริ่มต้นแนวคิดโดยการไม่สร้างระบบราชการ และทำทุกอย่างด้วยเทคโนโลยี อย่างบล็อกเชนจนกระทั่งวันนี้เป็นที่ยอมรับเรื่องการใช้เทคโนระหว่างภาครัฐและประชาชนได้สมบูรณ์แบบมากที่สุด โดยหลักการที่ 1. คือ ข้อมูลของประชาชนเป็นลิขสิทธิ์ของประชาชนคนนั้น บนหลักของความเป็นส่วนตัว (Privacy)  หลักการที่ 2 . Once Only  การแสดงตัวตนด้วยเอกสารต่างๆ อาทิ ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนเพียงครั้งเดียวในชีวิต  หลังจากนั้นหน่วยงานราชการไม่มีสิทธิ์ที่จะขอเอกสารแสดงตัวจากประชาชนอีกนอกจากการ แต่งงานหรือการซื้ออสังหาฯ  หลังจากนั้นจะสามารถใช้ดิจิทัล ไอดีได้ในทุกธุรกรรม เช่น เรื่องของการเลือกตั้ง 3. เรื่องของไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ที่มีศูนย์กลลางข้อมูลที่ฝากไว้ในประเทศอื่น กรณีถูกโจมตีก็ยังสามารถรักษาข้อมูลของประชากรทั้งหมดไว้ได้ เพราะเรื่องของไซเบอร์ซีเคียวริตี้นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ

“วันนี้อุปสรรคในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คือ เรื่องของระบบราชการไทยที่ยังแยกกันทำ มีเรื่องของวัฒนธรรรมต่างๆ มีรัฐมนตรีที่โชว์เหนือผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการในด้านนั้นๆ”

 

สำหรับปัญหาด้านการศึกษาจากปัญหาครูไทยมีเวลาให้นักเรียนเพียง  30–40%  เพราะเสียเวลาไปกับงานธุรการ  จากกฎกติกาที่ ทางกระทรวงศึกษาธิการกำหนดขึ้น เป็นปัญหาที่รู้แต่แก้ไม่ได้ ธนาคารพาณิชย์ไทยที่รู้ดีว่าภัยคุกคาม คือ เรื่องของเทคโนโลยี ไม่ใช่ระหว่างธนาคารกันเอง แต่ก็ยังไม่มีการปรับตัวอย่างจริงจัง ที่ทำคือการตั้งบริษัทด้านดิจิทัลขึ้นมาเพื่อหาวิธีปรับตัว แต่เมื่อมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงก็จะมีกระแสต่อต้านจากคนในองค์กรจากบริษัทแม่ทันที ตรงนี้เป็นปัญหา  ภายในไม่กี่ปีจากนี้ไทยจะมีรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์ไร้คนขับมาให้บริการแทนการใช้รถส่วนตัว ซึ่งหากมีรถบริการเพียงหนึ่งคันนี้จะสามารถรองรับการใช้งานของคนได้ถึง 20 คนต่อวัน สามารถลดการจราจรบนท้องถนนได้

อย่างไรก็ตามประเทศไทยจะสามารถแก้ไขปัญหาปากท้องของคนไทยได้ เรื่องของเทคโนโลยียังเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้คนไทย ที่นอกจากจะเป็นผู้บริโภคแล้วยังมีส่วนช่วยในด้านการผลิตและเข้าถึงตลาดได้ด้วยเทคโนโลยี นี่คือหัวใจ เพราะนับวันโอกาสในการเข้าถึงตลาดเริ่มผูกขาดมากขึ้นเรื่อยๆ ตลาดปลายทางที่อยู่ในมือของคนจำนวนน้อยลงทุกที ทำให้ประชาชนมีอำนาจในการต่อรองน้อยลง