thansettakij
thansettakij
5G ดัน ‘IoT’  ปั้น ‘เน็ตพาย’  เจาะตลาด 1.8 แสนล้าน

5G ดัน ‘IoT’ ปั้น ‘เน็ตพาย’ เจาะตลาด 1.8 แสนล้าน

25 ก.พ. 63 | 06:11 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มี.ค. 63 | 11:28 น.

 

เนคเทคเผยปี 2576 มูลค่าตลาด IoT ไทยโตกว่า 1.8 แสนล้าน เดินหน้าดัน “เน็ตพาย 2020” แพลตฟอร์ม IoT สัญชาติไทยให้บริการเชิงพาณิชย์ ตั้งเป้าขับเคลื่อนสู่ไทยแลนด์ 4.0

นางสาวพนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า จากการคาดการณ์มูลค่าตลาดอินเตอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง หรือไอโอที (IoT) ของประเทศไทยของ Frost & Sullivan ระบุว่าในปี 2566 ตลาด IoT ของไทยจะมีมูลค่ากว่า 9.6 พันล้านบาทโดยเติบโตขึ้นจากปี 2561 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 3.6 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 21.47% ต่อปี และจะโตถึง 1.88 แสนล้านบาทในปี 2576 ด้วย อัตราการเติบโตเฉลี่ย 30.18% ต่อปี ทั้งนี้ในไทยนั้นตลาด IoT จะมาจากกลุ่มสินค้า
เพื่อผู้บริโภค (Consumer product) อย่างสมาร์ทโฮมเป็นหลัก รวมถึงการใช้งานในอุตสาหกรรมการผลิต และการขนส่ง

 

5G ดัน ‘IoT’  ปั้น ‘เน็ตพาย’  เจาะตลาด 1.8 แสนล้าน

 

ขณะที่เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา IoT ในไทยตอนนั้นถือเป็นเรื่องใหม่ ต่างจากปัจจุบันที่ทุกคนรู้จักและยอมรับว่า IoT มีความสำคัญ เพราะสิ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศให้เข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 ก็คือข้อมูลที่จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีอย่าง IoT ซึ่งในปัจจุบัน มีแพลตฟอร์ม IoT เกิดขึ้นมาให้บริการมากมาย สำหรับในประเทศไทยนั้นมีผู้ใช้งานอุปกรณ์IoT ราว 40,000 บัญชี และมีการเชื่อมต่ออุปกรณ์กว่า 1 แสนอุปกรณ์ ซึ่งเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2558 คือต้องการที่จะเห็นอุปกรณ์ IoT ในประเทศไทยประมาณ 1,000,000 ชิ้น แต่ก็ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จากความต้องการและข้อจำกัดต่างๆ ที่ได้รับฟีดแบ็กจากผู้ใช้แพลตฟอร์ม เน็ตพาย จึงเป็นที่มาของเน็ตพาย 2020 ที่มีการพัฒนาร่วมกันโดยทีมที่พัฒนาเน็ตพาย เวอร์ชันแรก ซึ่งปัจจุบันมีส่วนหนึ่งที่ได้ออกไปตั้งบริษัท NEXPIE และส่วนหนึ่งที่ยังเป็นทีมวิจัยในเนคเทค เพื่อนำไปให้บริการในเชิงพาณิชย์ ที่เดิมทีทำได้ไม่สะดวกนัก โดยได้มีการออกแบบสถาปัตยกรรม และการขยายตัวเพื่อรองรับจำนวนอุปกรณ์หรือปริมาณข้อมูลจำนวนมากในยุค AI และ 5G


 

 

ทั้งนี้ในอนาคตเน็ตพายได้เตรียมรองรับการเชื่อมต่อ 5G เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเป็นตัวกลางขนส่งข้อมูล นอกจากนี้ยังเพิ่มความสามารถในการประมวลผลข้อมูลด้วย AI ในแพลตฟอร์ม และบริการต่างๆ ที่ตอบสนองกับภาคอุตสาหกรรมของประเทศเพิ่มขึ้น สำหรับจุดเด่นของเน็ตพาย 2020 เมื่อเทียบกับ IoTแพลตฟอร์มอื่น คือ เน็ตพาย เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาและให้บริการโดยคนไทย สามารถปรับปรุงให้ตอบสนองกับผู้ใช้บริการในไทย รวมถึงแพลตฟอร์มเป็นของไทยข้อมูลทั้งหมดบนแพลตฟอร์มจะไม่รั่วไหลไปยังต่างชาติ ซึ่งในแง่ฟีเจอร์ถือว่าไม่แตกต่างจาก IoTแพลตฟอร์มอื่นๆ

 

 

ด้านนายนิติ เมฆหมอก อุปนายกสมาคมไทยไอโอที กล่าวเพิ่มเติมว่า สมาคมไทยไอโอทีนั้นมีผู้ประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งจุดประสงค์ของการก่อตั้งสมาคมคือ 1. เพื่อสร้างการรับรู้ในสังคมให้รู้จักเทคโนโลยี IoT เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ 2. เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถ 3. เพื่อสร้าง Use Case ให้เกิดขึ้นจริง 4. เพื่อสร้างเครือข่าย (Alliance) โดยจะมีการจัดกิจกรรมขึ้นทุกเดือน มีการแบ่งปันคอนเซ็ปต์หรือโนว์ฮาวร่วมกัน ทั้งนี้ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการที่เข้ามาจะมีการหาพาร์ตเนอร์เพื่อทำโปรเจ็กต์ร่วมกัน ขณะที่การมีแพลต ฟอร์ม IoT ของประเทศนั้นจะช่วยแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทย และนักวิจัยของไทยที่มีความพร้อมมีความรู้ความสามารถ ซึ่งก็เชื่อมั่นว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวจะสามารถแข่งขันกับแพลตฟอร์มเจ้าอื่นที่มีอยู่ในตลาดได้

 

หน้า 26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,522 วันที่ 27-29 กุมภาพันธ์ 2563