
สตาร์ตอัพมาแรง หมดยุคปลาใหญ่กินปลาเล็ก
ถ้าเป็นยุคเรดโอเชียน (Red Ocean Strategy : ROS) หรือ กลยุทธ์ทะเลสีแดง เป็นกลยุทธ์ที่เน้นเอาชนะคู่แข่ง ยิ่งใครมีสายป่านยาวยิ่งได้เปรียบโดยเฉพาะสถานะการเงินที่เข้มแข็ง สามารถไล่ซื้อกิจการมาต่อ ยอดธุรกิจ ถือได้ว่าเป็นยุคที่ปลาใหญ่ไล่ล่ากินปลาเล็ก
แต่ในยุคของโซเชียลมีเดียไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว เนื่องจากเป็นยุคของสตาร์ตอัพอย่างแท้จริง เพราะไม่เช่นนั้น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ไม่หยิบ ยกขึ้นมาพูดบนเวทีปิดหลักสูตร DIGITAL
สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์
โดย รมว.พลังงาน ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ซีอีโอ และ องค์กร ต้องทรานส์ฟอร์มธุรกิจเพื่อรับมือกับเทคโนโลยีดิสรัปชัน แม้แต่กระทรวงพลังงานได้เริ่มทรานส์ฟอร์มธุรกิจภายใน 7 หน่วยงานเพื่อเชื่อมโยงข้อมูล Big Data เพื่อนำมาใช้ในการวางนโยบายพลังงานให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจ
เพราะตอนนี้โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไม่ได้เป็นยุคปลาใหญ่กินปลาเล็กอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นยุคของปลาเล็กกินปลาใหญ่ เนื่องจากสตาร์ตอัพ ที่กำลังเป็นจุดเปลี่ยน
“ผมจำได้เป็นอย่างดีสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขายทุเรียนให้กับอาลีบาบา 8 หมื่นลูกภายใน 1 นาที โดยแจ็ค หม่า พูดคำว่า “เอไอ” มาโดยตลอดคำนี้ต้องบอกว่าทรงพลังมากองค์กรใหญ่ถ้าไม่มีเอไอ จะแพ้องค์กรขนาดเล็ก เพราะปัจจุบันองค์กรขนาดเล็กเป็นคนรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยง ดังนั้นหมดยุคปลาใหญ่กินปลาเล็กแล้ว” นั่นคือคำพูดของ สนธิรัตน์
ไม่เพียงเท่านี้ รมว.พลังงาน ยังหยิบยกประเด็นครั้นที่ไปเยือนกลุ่มธุรกิจค้าปลีกในประเทศเกาหลี มีสตาร์ตอัพที่ชื่อว่า “คูปัง” (Coupang) สามารถล้มยักษ์ อย่างห้างสรรพสินค้าล็อตเต้ “คูปัง” ใช้เวลา 7-8 ปี พลิกตัวเองขึ้นมา มีทีมวิจัยพัฒนา 3-4 พันคน แต่สามารถรู้พฤติกรรมผู้บริโภคด้วยการจัดเก็บบิ๊กดาต้า ถ้า “คูปัง” เข้ามาในเมืองไทยเชื่อได้เลยว่าธุรกิจค้าปลีกในประเทศมีผลกระทบอย่างแน่นอน
ว่าด้วยเรื่อง “คูปัง” เป็นบริษัทค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดและมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วที่สุดในเกาหลีใต้ ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในฐานะบริษัทสตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยี (Tech Startup) เมื่อปี 2553 ปัจจุบันมีสินค้าอยู่บน platform จํานวนกว่า 8 ล้านรายการ มีสมาชิกจํานวนกว่า 27.6 ล้านคน หรือครึ่งหนึ่งของประชากรเกาหลีใต้ ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักเป็นสุภาพสตรี 68% และมียอดจําหน่ายประมาณ 3 พัน ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี ทั้งนี้ ในอนาคตอันใกล้ Coupang มีแผนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ (Initial Public Offering-IPO) และขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศรวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Coupang เริ่มจําหน่ายสินค้าไทยบน platform ออนไลน์ครั้งแรกตั้งแต่เดือนเมษายน 2559 และเมื่อกลางปีที่่ผ่านมาได้เปิดให้บริการ ส่วนร้านจําหน่ายสินค้าไทย (Thai Store) อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ปัจจุบัน Thai Store มีสินค้าไทยอยู่ประมาณ 900 รายการ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทอาหาร ซึ่งนําเข้าผ่านบริษัทผู้นําเข้าเกาหลีใต้ จํานวน 47 ราย โดยบริษัทผู้นําเข้าที่นําเข้าสินค้าไทยใน Thai Store มากที่สุด ได้แก่ บริษัท K-Holdings
ปัจจุบัน เกาหลีใต้ ถือเป็นประเทศที่มีธุรกิจอี-คอมเมิร์ซใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก รองจากจีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร ทั้งนี้ด้วยอัตราการเติบโตของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในเกาหลีใต้ที่กําลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าเกาหลีใต้จะก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ของโลกภายในปี 2563
หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,537 วันที่ 5-8 มกราคม 2563











