
จับตา 5G! พลิกโฉมเศรษฐกิจโลก2020
ในช่วงที่ผ่านมาคลื่นเทคโนโลยีลํ้าสมัยได้พลิกโฉมวิถีชีวิตของผู้คนและธุรกิจทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) เครือข่ายไอโอที (Internet of Things) หรือระบบคลาวด์ (Cloud) ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังจะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับภาคเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลกไปสู่การเติบโตแบบก้าวกระโดด จากการมาถึงของเทคโนโลยี 5G เป็นดั่งกุญแจสำคัญเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0
การเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 หมายถึงยุคที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีลํ้าสมัยจะอุบัติขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่ปรากฏมาก่อน โดยนายเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งหัวเว่ย ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ใน ปี 2563 ผ่านนิตยสาร The Economist ว่ามนุษยชาติกำลังจะเข้าสู่ยุคอัจฉริยะภายในช่วง 20-30 ปีนี้ แม้ว่าการอุบัติใหม่ของเทคโนโลยีจะสร้างโอกาสมากมายให้กับโลกใบนี้ แต่ก็จะมาพร้อมกับความท้าทายที่ไม่แน่นอนเช่นกัน จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือที่เปิดกว้างจากทุกฝ่าย เพื่อที่จะร่วมกันรับ มือกับอนาคตอันคลุมเครือที่ กำลังจะมาถึง
ยุคอัจฉริยะคาดเดาไม่ได้
การล้นทะลักของเทคโนโลยีอุบัติใหม่ เราจะได้เห็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดนับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่วิวัฒนาการของชิปที่จะล้มกระดานกฎของ มัวร์ ซึ่งเคยเป็นที่ยอมรับระดับสากลว่าเทคโนโลยีจะเพิ่มเป็นเท่าตัวทุกๆ 2 ปี ไปสู่ทิศทางอื่นที่ไม่มีใครคาดการณ์ได้อย่างชัดเจน จะเห็นได้จากขนาดของชิปที่ลดลงเหลือเพียง 3 หรือแม้กระทั่ง 1 นาโนเมตร
เหนือสิ่งอื่นใด AI จะมีบทบาทอย่างกว้างขวางทั้งในเชิงสังคมและพาณิชย์ รวมทั้งช่วยวิเคราะห์แนวโน้มของผลลัพธ์และเลี่ยงผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้น เพียงแต่ AI จะวิวัฒน์ไปในทิศทางใดและเปลี่ยนโฉมหน้ารูปแบบการทำงานและการใช้ชีวิตไปอย่างไรนั้นก็เป็นสิ่งที่ซับซ้อนเกินจะคาดเดา
นายเหริน เจิ้งเฟย ยังได้เผยถึงแนวทางสำคัญในอนาคตว่า เราต้องกระตุ้นโครงสร้างพื้นฐานของสังคมแห่งข้อมูลข่าวสาร ทั้งในแง่เทคโนโลยีที่มีอยู่และในแง่กฎเกณฑ์กับทักษะที่นำไปใช้ ในฐานะผู้นำด้านเครือข่าย 5G หัวเว่ยมีความพร้อมที่จะช่วยเหลือแต่ละประเทศเพื่อพัฒนาโครง สร้างพื้นฐานให้รองรับกับยุคสมัย ทั้งด้านเทคโนโลยี การศึกษาและการพัฒนาบุคลากร เขายังได้เน้นยํ้าว่าการส่งเสริมด้านการศึกษาถือเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกรัฐบาลควรให้ความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ และจะต้องมีสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างต่ออิสรภาพทางความคิดอีกด้วย
เหริน เจิ้งเฟย
ปี 2563 ยุคทองไอซีทีอาเซียน
ปัจจุบันหลายประเทศมี นโยบายสนับสนุน 5G สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ เริ่มนำร่องการใช้งาน 5G ในเชิงพาณิชย์แล้ว พร้อมกันนี้ทางรัฐบาลจีนเองก็กำลังเตรียมทยอยสร้างเสาไฟฟ้าอเนกประสงค์มาตรฐานใหม่ในมหานครเซี่ยงไฮ้ เพื่อเพิ่มแหล่งจ่ายสัญญาณ 5G พร้อมยกให้เป็นเมืองตัวอย่างภาย ในปีหน้า ตามมาด้วยญี่ปุ่นซึ่งมีแผนจะเปิดตัวต้อนรับโอลิมปิกในปี 2020
หากมองภาพรวมทางฝั่งอาเซียน ข้อมูลดัชนีการพัฒนาไอซีทีในภูมิภาคอาเซียนปี 2019 สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมไอซีทีของอาเซียนยังติดปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียมค่อนข้างสูง เนื่องจากทักษะความสามารถและการพัฒนาด้านดิจิทัลยังจำกัดอยู่แค่ในระดับสตาร์ตอัพเท่านั้น คนส่วนใหญ่รวมทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐยังขาดวิสัยทัศน์ และขาดความร่วมมือในภาพรวมเพื่อผลักดันให้เกิดเทรนด์ดิจิทัลไลเซชันอย่างแท้จริง
ไทยขึ้นเป็นศูนย์กลางอาเซียน
ที่ผ่านมาทุกภาคส่วนในไทยต่างเดินหน้าร่วมกับหัวเว่ยเพื่อผลักดันเทคโนโลยี 5G ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้จับมือกับหัวเว่ย ร่วมด้วยหน่วยงานภาครัฐ โอเปอเรเตอร์ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาชั้นนำ เดินหน้าทดสอบเทคโนโลยี 5G สู่การใช้งานจริง (5G Testbed) เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยนำระบบเครือข่าย 5G แบบครบวงจรมาติดตั้งในศูนย์ทดสอบในพื้นที่การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งหัวเว่ยถือเป็นผู้จำหน่ายรายแรกและรายเดียวที่ดำเนินการทดสอบดังกล่าวในประเทศ ไทย และจะต่อยอดการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา
นอกจากนี้ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปยังเมืองเสินเจิ้น เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และได้เจรจาพูดคุยกับนายเหริน เจิ้งเฟย เพื่อกระชับความสัมพันธ์และ ร่วมกันส่งเสริมนวัตกรรมระบบนิเวศ 5G และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในประเทศไทย พร้อมผลักดันให้ประเทศก้าวเข้าสู่โลกแห่งอัจฉริยะลํ้าสมัยผ่านโครงการต่างๆ อาทิ การเปิดตัวโครงการ หัวเว่ย อะคาเดมี ในประเทศ ไทย เพื่อเฟ้นหาและส่งเสริมบุคลากรที่มีทักษะด้านไอซีที ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ที่ต้องการผลักดันประเทศให้เป็นศูนย์กลางหลักของดิจิทัลฮับแห่งอาเซียน ด้วยการพัฒนาโครง สร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเทคโนโลยี 5G และการสร้างสรรค์สมาร์ทอีโคซิสเต็ม 5G ครบวงจร
“รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ 5G และประเทศไทยก็มุ่งหวังที่จะประสบความสำเร็จในการเข้าสู่โลกความอัจฉริยะลํ้าสมัยแห่งยุค 5G และเรามุ่งหวังที่จะมีการ ขยายความร่วมมือของหัวเว่ยในเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง” ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
นับว่าวันนี้ประเทศไทยได้เดินหน้าโครงการเกี่ยวกับ 5G แล้ว ต้องจับตาดูต่อไปว่าความร่วมมือดังกล่าวจะสามารถผลักดันประเทศไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จและพร้อมเข้าสู่ยุคแห่งอัจฉริยะได้อย่างไรในอนาคตอันใกล้
หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,532 วันที่ 19-21 ธันวาคม 2562









