
แอพฯดูแลเบาหวาน ‘ไดอะเมท’ตั้งเป้าโต650%
ประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานกว่า 4.8 ล้านคน ในอาเซียนมีกว่า 30 ล้านคน และทั่วโลกกว่า 425 ล้านคน โดยพบว่ามีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานที่เข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขไม่ตํ่ากว่าปีละ 15 ล้านครั้งหรือราว 15% จากผู้ป่วยทั้งหมด ซึ่งผู้ป่วยเบาหวานกว่า 70% ไม่สามารถควบคุมระดับนํ้าตาลในเลือดได้ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานที่ทำให้เสียชีวิต เช่น โรคไต โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคหัวใจ อย่างไรก็ตามในยุคดิจิทัล มีเครื่องไม้เครื่องมือ ที่เข้ามาช่วยการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วยตัวเอง ติดตาม ตรวจวัดระดับนํ้าตาลในเลือด การแจ้งเตือนกินยาหรือฉีดยา
นายพงษ์ชัย เพชรสังหารผู้ร่วมก่อตั้ง Diamate (ไดอะเมท) แอพพลิเคชันในรูปแบบเทเลเฮลธ์ หรือการดูแลสุขภาพทางไกลด้านเบาหวาน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หากพูดถึงภาพรวมของตลาดของอุตสาหกรรมการแพทย์ ยา เวชภัณฑ์ และสุขภาพของประเทศไทยนั้นมีมูลค่ากว่าหลายแสนล้านบาท แต่เฮลธ์เทคสตาร์ตอัพยังมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันไม่น่าเกิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งมองว่ายังมีโอกาสและศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก แอพพลิเคชัน ไดอะเมท พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้มีความเสี่ยงเบาหวานที่บ้าน ร่วมกับการรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนเมษายน 2561 ที่ผ่านมา ผู้ป่วยจะได้รับการติดตามระดับนํ้าตาลในเลือด โดยการตรวจระดับนํ้าตาลในเลือดด้วยตนเอง จากการบันทึกการรับประทานอาหาร การแจ้งเตือนกินยาหรือฉีดยา ซึ่งข้อมูลผู้ป่วยที่ได้บันทึกไว้จะส่งตรงไปยังบุคลากรด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาล ที่ดูแลอยู่ และสามารถให้คำแนะนำผ่านระบบแชตในแอพไดอะเมท เพื่อช่วยปรับพฤติกรรมผู้ป่วยทำให้ดูแลเบาหวานได้ดีมากขึ้น
ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าทั้งหมดของไดอะเมทเป็นลูกค้าองค์กรขนาดกลางขึ้นไป อาทิ บริษัทประกัน ที่ประสบปัญหาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของพนักงานและการเคลมประกันสูงขึ้นทุกปี รวมถึงกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาลที่ยังมีความต้องการเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อใช้ในการติดตามและดูแลคนไข้ให้ดีมากยิ่งขึ้น ปัจจัยที่สำคัญคือ นโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนการนำเทเลเฮลธ์ หรือเทเลเมดิซีน มาใช้ในการดูแลคนไข้ให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และลดความแออัดในโรงพยาบาล ซึ่งไดอะเมท ตอบโจทย์ตรงนี้
สำหรับค่าใช้จ่ายของการใช้งานแอพไดอะเมทนั้น มีค่าบริการของผู้ใช้งาน 800 บาทต่อเดือน สำหรับภาคเอกชน และ 300 บาทต่อเดือนสำหรับภาครัฐหรือโรงเรียนแพทย์ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้บริการไดอะเมทกว่า 5,000 ราย เติบโตจากปีที่ผ่านมากว่า 100% โดยภายในสิ้นปีคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการราว 15,000 คน หรือเติบโตถึง 650% จากผู้ป่วยใน 20 โรงพยาบาลทั่วประเทศ และองค์กรขนาดใหญ่ที่หันมาดูแลสุขภาพพนักงานมากขึ้น ทั้งนี้คาดว่าจะมีการขยายบริการไปยังประเทศมาเลเซียในปี 2565 เนื่องจากประเทศมาเลเซียมีอัตราผู้ป่วยเบาหวานต่อประชากรสูงที่สุดในอาเซียน
อย่างไรก็ตาม บริการของไดอะเมท นั้นส่งผลทำให้ผู้ป่วยเบาหวานที่เข้ารับบริการได้รับความรู้ในการดูแลตัวเองมากขึ้น มีการติดตามระดับนํ้าตาลในเลือดและโภชนาการ ที่ข้อมูลนั้นมีลักษณะเป็นส่วนตัวและเฉพาะเจาะจงกับบุคคล ส่งผลให้การดูแลรักษาเบาหวานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้ป่วยสามารถลดโอกาสในการเกิดโรคแทรกซ้อน ลดการใช้ยาที่ไม่จำเป็น และเกือบทั้งหมดของผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้บริการสามารถควบคุมระดับนํ้าตาลในเลือดได้ดีขึ้น ซึ่งผลกระทบในวงกว้าง คือสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย รวมถึงเปลี่ยนจากการรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียว มาเป็นการรักษาที่ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมในการดูแลตนเอง
แอพพลิเคชันไดอะเมทมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม โดยได้รับการสนับสนุนจาก DEPA และ สวทช. ในการจัดทำ AI แชตบอต เพื่อให้บริการผู้ป่วยเบาหวานได้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงการขยายบริการเทเลเฮลธ์ (Tele Health) และเทเลเมดิซีน (Tele Medicine) ร่วมกับสตาร์ตอัพ ในสมาคมเฮลธ์เทคไทยเพื่อไปยังกลุ่มเป้าหมายในต่างจังหวัด อีกทั้งยังมีโซลูชันด้านการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของพนักงาน ระบบข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล (Personal Health Record) และโซลูชันสำหรับบริษัทประกันชีวิต
ปัจจุบันไดอะเมทมีการระดมทุนอยู่ในรอบ Preserie A ซึ่งในการทำธุรกิจที่ผ่านมานั้นเกิดจากการใช้เงินทุนส่วนตัวและเงินหมุนเวียนในธุรกิจ หลังจากนี้จะมีการเปิดรับการระดมทุนในรอบ Serie A โดยคาดว่าจะได้รับเงินระดมทุนที่ประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
นอกจากนี้ไดอะเมทยังมีพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) กรมการแพทย์ และกระทรวงสาธารณสุขภายใต้ความร่วมมือ Government Procurement Fund สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) และสวทช. ที่ให้การสนับสนุนการขยายตลาดในจังหวัดอุบลราชธานี อุดรธานี และสงขลา โรงพยาบาลของรัฐ อาทิ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โรงพยาบาลสมุทรปราการ โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ 10 แห่ง โรงพยาบาลเอกชน เช่น โรงพยาบาลเทพธารินทร์ อลิอันซ์อยุธยาประกันชีวิต ไทยรีเซอร์วิสเซส กรุงเทพประกันชีวิต โรชไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) เป็นต้น
หน้า 11 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3496 ระหว่างวันที่ 15 - 17 สิงหาคม 2562











