thansettakij
thansettakij
CEITEC สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ฯ แห่งสาธารณรัฐเช็ก และโอกาสความร่วมมือกับประเทศไทย

CEITEC สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ฯ แห่งสาธารณรัฐเช็ก และโอกาสความร่วมมือกับประเทศไทย

28 ก.ค. 62 | 07:09 น.

บทความพิเศษโดย นางอุรีรัชต์ เจริญโต เอกอัครราชทูต ณ กรุงปราก

 

ปัจจุบันนี้ ใคร ๆ ก็พูดถึงการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ วัสดุศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี แต่น้อยคนอาจจะทราบว่า สาธารณรัฐเช็กเป็นที่ตั้งของสถาบันเทคโนโลยีแห่งยุโรปกลาง หรือ Central European Institute of Technology (CEITEC) ซึ่งเป็นที่รู้จักและยอมรับในฐานะสถาบันวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ วัสดุศาสตร์และนาโนเทคโนโลยีชั้นนำ 

CEITEC สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ฯ แห่งสาธารณรัฐเช็ก และโอกาสความร่วมมือกับประเทศไทย

สถาบัน CEITEC ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในเมืองเบอร์โนจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ (1) Masaryk University (2) Brno University of Technology (3) Mendel University (4) University of Veterinary and Pharmaceutical Science Brno - BUT (5) Institute of Physics of the Academy of Sciences of the Czech Republic (ASCR) and (6) Veterinary Research Institute โดยมีพื้นที่ถึง 25,000 ตรม. ที่ประกอบไปด้วยห้องปฏิบัติการหลักที่ใช้ร่วมกัน 12 แห่ง พร้อมด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ครบครัน ซึ่งความพิเศษนอกเหนือไปจากนี้ก็คือ สถาบันแห่งนี้ยังเปิดให้บุคลากรทั้งภายในและภายนอกสถาบันฯ ในประเทศและต่างประเทศ เข้าใช้บริการได้ด้วย
 

CEITEC สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ฯ แห่งสาธารณรัฐเช็ก และโอกาสความร่วมมือกับประเทศไทย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นางอุรีรัชต์ เจริญโต เอกอัครราชทูต ณ กรุงปราก ได้เข้าเยี่ยมชมและรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถาบัน CEITEC และ โครงสร้างพื้นฐานการวิจัยนาโนแห่งสถาบันฯ (CEITEC Nano Research Infrastructure)  ซึ่งพบว่านอกจากสถาบันแห่งนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญมากมายแล้ว ยังมีอุปกรณ์เกี่ยวกับ nanofabrication, nanocharacterization, structural analysis และ x-ray tomography กว่า 70 ชิ้นในห้องปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้าน Nanotechnology และ Advanced Materials อีกด้วย ที่แห่งนี้มีผู้ใช้งานกว่า 500 คน รวมไปถึงมีบริษัทต่าง ๆ มาใช้บริการแล้วมากกว่า 55 บริษัท และมีการใช้งานอุปกรณ์การวิจัยมากกว่า 7,000 ชม./ปี

 

ทั้งนี้ เอกอัครราชทูต ณ กรุงปราก ยังได้หารือกับผู้อำนวยการสถาบัน CEITEC ถึงความเป็นไปได้และโอกาสในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและวิชาการระหว่างไทยกับสาธารณรัฐเช็กในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ซึ่งอย่างน้อยมี 3 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านการศึกษา โดยการสนับสนุนให้นักศึกษาไทยในระดับอุดมศึกษาไปศึกษาต่อที่ CEITEC และ BUT ในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน Nanotechnology โดย CEITEC เปิดสอนหลักสูตรปริญญาโทและเอก ในขณะที่ BUT เปิดสอนในระดับปริญญาตรี โท และเอก ทั้งนี้  BUT เป็นมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่มีชื่อเสียงและมีคุณภาพการศึกษาในระดับสากล มีการเรียนการสอนทั้งในภาษาเช็กและภาษาอังกฤษ ค่าเล่าเรียนสมเหตุสมผล นอกจากนี้ นักศึกษายังมีโอกาสขอรับทุนการศึกษาและการทำวิจัยในหลากหลายสาขาวิชา  ตลอดจนมีโอกาสใช้ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือ และอุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอนที่ทันสมัย


CEITEC สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ฯ แห่งสาธารณรัฐเช็ก และโอกาสความร่วมมือกับประเทศไทย

(2) การจัดการพื้นที่โครงการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ทั้งในรูปแบบการศึกษาการบริหารจัดการ การแลกเปลี่ยน ผชช./นักวิจัย และการแลกเปลี่ยนการฝึกงานของบุคลากรที่จะเป็นผู้บริหารและปฏิบัติงานในศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ ของไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นใน EECi และ

 

(3) ด้าน R&D ความร่วมมือระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย นักศึกษาไทยและเช็กและจากประเทศอื่น ๆ ในการทำการวิจัยร่วมกัน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศเพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างองค์ความรู้ และการพัฒนาในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างไทยและเช็กให้เป็นรูปธรรมและนำผลการวิจัยไปสู่การประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้มากยิ่งขึ้น     

 

ปัจจุบัน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ของไทย ได้จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยี 4 แห่ง ได้แก่ BIOTEC  MTEC  NECTEC และ NANOTEC ซึ่งนับว่ามีการดำเนินการในลักษณะที่ใกล้เคียงกับ CEITEC นอกจากนี้ ภายใต้แผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) ไทยยังมีมีแนวนโยบายการพัฒนา EECi 2 แห่ง ได้แก่ (1) อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ และ (2) วังจันทร์วัลเลย์ โดยมุ่งที่จะให้มีการลงทุนใน 6 อุตสาหกรรมหลัก ซึ่งในจำนวนดังกล่าว เช็กมีศักยภาพใน 3 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมแบตเตอรี่และยานยนต์สมัยใหม่ (2) อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และ (3) อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ  จึงเห็นได้ว่า ไทยกับเช็กมีโอกาสที่จะร่วมมือกันในด้านนี้ที่ไม่ควรมองข้าม และหากสามารถพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันให้เป็นรูปธรรมแล้ว ก็จะเป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศเป็นอย่างยิ่ง