
สังคมเมืองหนุนธุรกิจแชริ่งแอพ‘บีนีท’ขอโต500%
เศรษฐกิจแบ่งปัน หรือ Sharing Economy กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกระแสในสังคมไทย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่กำลังมาแรงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแกร็บ แอร์บีเอ็นบี ล่าสุดสตาร์ตอัพหน้าใหม่อย่าง “บีนีท” (BeNeat) ที่เกิดจากการรวมตัวของอานนท์ น้อยอํ่า, ดร.คมคิด ชัชราภรณ์ และปรียลักษณ์ น้อยอํ่า มองเห็นโอกาสในยุคเศรษฐกิจแบ่งปัน จึงสร้างแพลตฟอร์มจัดหาพนักงานทำความสะอาดขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาการหาพนักงานทำความสะอาดที่ดีและมีคุณภาพ และไม่เพียงแค่การดีลระหว่าง พนักงานทำความสะอาดและผู้ใช้บริการ แต่บีนีท ยังมีการก่อตั้งอะคา เดมีเพื่อฝึกอบรมพนักงานทำความสะอาดก่อนให้บริการจริงอีกด้วย
นายอานนท์ น้อยอํ่า ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง บีนีท เปิดเผยว่า แรกเริ่มจากประสบการณ์ในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโครงการหมู่บ้าน บวกกับขณะนั้นบีนีททำธุรกิจเกี่ยวกับการปล่อยที่พักให้เช่า (Airbnb) ด้วย จึงพบปัญหาเรื่องของความยากในการหาแม่บ้านหรือพนักงานทำความสะอาดที่ดีและมีคุณภาพ จึงก่อให้เกิดแพลตฟอร์มนี้ขึ้น บีนีทเริ่มให้บริการมาประมาณ 3 ปีแล้ว นอกจากจะมีแอพพลิเคชันในการหาพนักงานทำความสะอาดแล้ว ยังมีอะคาเดมีในการฝึกอบรมแม่บ้านอย่างเต็มรูปแบบ ที่ผู้ให้บริการจะเป็นอิสระเหมือนกับแกร็บและอูเบอร์ ด้วยการเข้ามาลงทะเบียนฝึกอบรมกับบีนีท ที่มีคอร์สฝึกอบรม รวมถึงมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมทุกอย่างก่อนที่จะให้มีการรับงานผ่านแอพของบีนีทได้ เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจแบบแชริ่งในแง่ของการบริการ ทั้งนี้การเติบโตของธุรกิจแบบแบ่งปันในไทยนั้น ถ้าเป็นตลาดของการทำความสะอาด ถือว่าค่อนข้างใหญ่ยังสามารถ เติบโตได้อีกมาก เพราะเป็นปัญหาหลักๆ ของคนเมืองที่ต้องการผู้ให้บริการด้านการทำความสะอาด
ขณะที่คู่แข่งในตลาดปัจจุบันมีแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่ให้บริการคล้ายกันแต่ยังคงมีลักษณะที่แตกต่างกันไม่ได้เหมือนกัน 100% ซึ่งจุดแข็งของบีนีท คือไม่ได้เป็นแค่แอพในการเรียกใช้บริการทำความสะอาดบีนีทไม่ได้โพสิชันตัวเองเป็นแค่ตัวกลาง แต่บีนีทคือบริษัทที่ดูแลด้านการทำความสะอาดโดยตรงเพราะผู้ให้บริการไม่ใช่แค่มาลงทะเบียนและไปรับงาน แต่บีนีทดูแลตั้งแต่ต้นนํ้า คือจัดหาแม่บ้าน เข้ามาฝึกอบรมก่อนที่จะส่งออกไปรับงานกับลูกค้าเพราะฉะนั้นในมุมของการเรียกใช้บริการผ่านบีนีท ลูกค้าจะไม่ได้แค่ความสะดวกในการเรียกใช้แอพ แต่ยังได้คุณภาพและมาตรฐานในการให้บริการด้วย
ทั้งนี้ในส่วนของโมเดลรายได้นั้น จะมาจากรายได้ของผู้ให้บริการทำความสะอาด 20-30% เติบโตของธุรกิจในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 400-500% ต่อปี ปัจจุบันมีแม่บ้านหรือผู้ให้บริการที่ผ่านการฝึกอบรมกับบีนีทแล้วไม่ตํ่ากว่า 1,000 คน จากผู้สมัครลงทะเบียนในระบบกว่า 10,000 คน โดยในปีที่ผ่านมามีการให้บริการไปแล้ว 5-6 หมื่นครั้ง และมีลูกค้าที่มาลงทะเบียนในระบบเพื่อขอใช้บริการประมาณ 4-5 หมื่นคน ซึ่งในปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตของธุรกิจไว้ไม่ตํ่ากว่า 500% ทั้งในแง่ของรายได้และผู้มาใช้บริการ
ปัจจุบันบีนีทยังมีการขยายบริการเพิ่มเติมนอกจากพนักงานทำความสะอาด ยังมีบริการพนักงานนวดสปานวดเพื่อสุขภาพ (Therapist) ที่ส่งไปให้บริการที่บ้าน รวมไปถึงการทำความสะอาดครั้งใหญ่ และบริการตัดหญ้าทำสวน โดยมีพื้น ที่การให้บริการอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต ระยอง ชลบุรี กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้คนหันมาใช้บริการบีนีท เนื่องจากงานทำความสะอาดเป็นงานที่มีดีมานด์อยู่แล้วในสังคมคนเมือง ซึ่งคนทั่วไปไม่ค่อยมีเวลาที่จะมาดูแลบ้านด้วยตัวเองวันหยุดก็อยากจะใช้ชีวิตนอกบ้าน งานทำความสะอาดเป็น งานเสียเวลา ถ้าสามารถจ่ายเงินในราคาที่ไม่สูงมากนักก็สามารถซื้อเวลากลับมาให้ตัวเองพักผ่อนได้ บีนีทยังมีการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานของในระบบเพื่อนำมาพยากรณ์การใช้งานและวางแผนการตลาดในอนาคต โดยคนที่มาใช้บริการของบีนีทส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองเช่นผู้เช่าคอนโดฯ เจ้าของบ้าน ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีระดับรายได้ตั้งแต่ปานกลางไปจนถึงระดับบนที่มีที่พักของตนเอง
ทั้งนี้ในส่วนของการระดมทุนล่าสุด บีนีทอยู่ในรอบซีด (Seed Round) โดยมีนักลงทุนจากภาคเอกชน (Private investor) มาร่วมลงทุน ซึ่ง เป้าหมายในการระดมทุนนั้นขึ้นอยู่กับ โอกาสและความจำเป็นว่าจะต้องมีการใช้เงินทุนหรือไม่ และไม่ได้รีบร้อน เนื่องจากปัจจุบันบีนีทเองมีรายได้และสามารถสร้างกำไรได้ด้วยตนเอง ตัวธุรกิจยังสามารถเลี้ยงตัวเองได้ แต่ถ้าเจอพาร์ตเนอร์ที่มีความต้องการที่ตรงกันแนวคิดตรงกันก็พร้อม
หน้า 11 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3458 ระหว่างวันที่ 4-6 เมษายน 2562











