thansettakij
thansettakij
'หัวเว่ย' แกร่ง! รายได้-กำไรปี 61 พุ่ง มั่นใจ! โตท่ามกลางอุปสรรค

'หัวเว่ย' แกร่ง! รายได้-กำไรปี 61 พุ่ง มั่นใจ! โตท่ามกลางอุปสรรค

31 มี.ค. 62 | 05:46 น.
อัปเดตล่าสุด :31 มี.ค. 62 | 07:04 น.


'หัวเว่ย' ได้เผยรายงานประจำปี 2561 พบบริษัทยังคงมีการเติบโตทางธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 721.2 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 19.5% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 59.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 25.1% จากปีก่อนหน้า

ในปี 2561 หัวเว่ยได้มีการลงทุนทางด้านวิจัยและพัฒนา เป็นจำนวนเงิน 101.5 พันล้านหยวน (คิดเป็น 14.1% ของรายได้) ถือเป็นบริษัทที่ทุ่มงบประมาณในด้านการวิจัยและพัฒนามากที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ตามข้อมูลของ 2018 EU Industrial R&D Investment Scoreboard โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาของหัวเว่ยได้เพิ่มสูงขึ้นกว่า 480 พันล้านหยวน และตามข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่โดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ในปี 2561 หัวเว่ยได้ยื่นขอสิทธิบัตรรวมทั้งสิ้น 5,405 รายการ ซึ่งสูงเป็นอันดับ 1 ในบรรดาบริษัททั้งหมดทั่วโลก

 

'หัวเว่ย' แกร่ง! รายได้-กำไรปี 61 พุ่ง มั่นใจ! โตท่ามกลางอุปสรรค

 


มร.กัว ผิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หมุนเวียนตามวาระของ 'หัวเว่ย' กล่าวระหว่างการแถลงผลประกอบการประจำปี ว่า "เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลได้เข้าไปมีบทบาทในทุกอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นดิจิทัลและอัจฉริยะ อันเป็นแรงขับเคลื่อนที่อยู่เบื้องหลังเศรษฐกิจดิจิทัลของเรา ด้วยการลงทุนในด้านนวัตกรรม 5G อย่างมหาศาลและต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการติดตั้งใช้งานเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ดีที่สุดในโลก และตลอดทั้งกระบวนการนี้ หัวเว่ยจะปฏิบัติตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ในขณะที่ เราทำงานเพื่อบรรลุสู่เป้าหมายนี้ เราก็ได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่า ความปลอดภัยทางไซเบอร์และการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา เรามั่นใจว่า บริษัทต่าง ๆ ที่เลือกทำงานกับหัวเว่ยจะมีศักยภาพในการแข่งขันมากที่สุดในยุค 5G และประเทศที่เลือกทำงานกับหัวเว่ยจะได้รับประโยชน์จากคลื่นการเติบโตลูกต่อไปในเศรษฐกิจดิจิทัล"
 


มร.กัว เน้นว่า "วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำลายป้อมปราการ คือ การโจมตีจากภายใน ส่วนวิธีที่ง่ายที่สุดในการเสริมกำลังการทำลาย ก็คือ การโจมตีจากด้านนอก จากนี้ต่อไป เราจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ เพื่อกำจัดสิ่งรบกวนภายนอก พัฒนาการบริหารจัดการและสร้างความก้าวหน้าไปสู่เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของเรา เราจะดำเนินการปรับปรุงการปฏิบัติตามกฎระเบียบให้รัดกุมยิ่งขึ้น สร้างความมั่นใจว่า ธุรกิจมีความต่อเนื่องและยั่งยืน และสร้างระบบนิเวศแบบเปิดที่ผู้เล่นทุกคนสามารถทำงานไปด้วยกันและประสบความสำเร็จร่วมกัน นอกจากนี้ เราจะยังดำเนินการปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อสร้างแรงบันดาลใจสู่ความมุ่งมั่นและพลังใจที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมตลอดทั้งองค์กร"

ในธุรกิจโทรคมนาคม หัวเว่ยได้เปิดตัวโซลูชั่น 5G และ SoftCOM AI ล่าสุด โดยมุ่งเน้นการใช้งานและการบำรุงรักษาที่เรียบง่ายที่สุด ในปี 2561 ยังได้เห็นนวัตกรรมด้านต่าง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ บรอดแบนด์บ้านระดับพรีเมียมและอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถคว้าโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ยอดขายของกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมของหัวเว่ยในปี 2561 มีมูลค่าสูงถึง 294 พันล้านหยวน ใกล้เคียงกับปีก่อน

ในส่วนธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ของหัวเว่ยยังคงให้บริการคลาวด์, บิ๊กดาต้า, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโซลูชั่น IoT รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับศูนย์ข้อมูล, สตอเรจแบบ All-Flash และ WiFi โดยผสานเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัล หัวเว่ยได้ช่วยสร้างเมืองอัจฉริยะ เมืองปลอดภัย และสมาร์ทแคมปัสมากมาย และช่วยขับเคลื่อนลูกค้าทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล ทั้งในภาคการเงิน การขนส่ง และพลังงาน ในปี 2561 รายได้ยอดขายของธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ของหัวเว่ยอยู่ที่ 74.4 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 23.8% จากปีก่อนหน้า

ส่วนธุรกิจคลาวด์ หัวเว่ยได้เปิดตัวบริการคลาวด์ 160 รายการ และโซลูชั่นอีก 140 รายการ และทำงานร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อให้บริการลูกค้าทั่วโลก ด้วยโซนที่พร้อมใช้งาน 40 โซน ใน 23 ภูมิภาค โดยในกลุ่มนี้ หัวเว่ยมีพันธมิตรมากขึ้นกว่า 6,000 รายแล้ว และมีโครงการค้นคว้าหานวัตกรรมการใช้งานบริการ AI กว่า 200 โครงการ ครอบคลุม 10 อุตสาหกรรมหลัก

สำหรับธุรกิจคอนซูเมอร์ หัวเว่ยสามารถครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกได้มากขึ้น และยกระดับตำแหน่งทางการตลาดของดีไวซ์ระดับไฮเอนด์ให้ขยับขึ้นไปได้อีก นอกจากนี้ ยังประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในการสร้างระบบนิเวศอัจฉริยะรองรับผู้ใช้งานทุกกลุ่มในปี 2018 รายได้ในธุรกิจคอนซูเมอร์ของหัวเว่ยมีมูลค่าสูงถึง 348.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 45.1% จากปีก่อน