
เสริมปลอดภัยเครื่องพิมพ์ ‘เอชพี’เปิดตัวโปรแกรมรายงานช่องโหว่รายแรก
เอชพี ผนึก “บั๊กคราวด์” เปิดตัว Bug Bounty โปรแกรม สำหรับรายงานช่องโหว่ความปลอดภัยในเครื่องพิมพ์เป็นรายแรก ยํ้าจุดยืนในการส่งมอบเครื่องพิมพ์ที่มีความปลอดภัยสูงที่สุดในโลกสู่มือผู้บริโภค ประกาศให้เงินรางวัลสูงถึง 10,000 ดอลลาร์ หากสามารถหาช่องโหว่ของโปรแกรมได้
นายชิวอน อัลไบรท์ หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีความปลอดภัยเครื่องพิมพ์ บริษัทเอชพี อิงค์ เปิดเผยว่าเอชพีเป็นผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ หรือพรินเตอร์รายแรกที่ลงทุนในโปรแกรม Bug bounty สำหรับรายงานช่องโหว่ความปลอดภัยในเครื่องพิมพ์ เพื่อส่งมอบความปลอดภัยให้ลูกค้าจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีเป้าหมายทั้งทางธุรกิจและพนักงานโดยตรง โดยจากรายงานของบั๊กคราวด์ (Bugcrowd) เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่าเป้าหมายลำดับต้นๆ ที่กลุ่มแฮกเกอร์ให้ความสนใจโจมตีคือ อุปกรณ์ปลายทางของผู้ใช้งาน โดยอาศัยช่องโหว่ของเครื่องพิมพ์ ซึ่งมีอัตราเพิ่มขึ้นถึง 21% ในรอบปีที่ผ่านมา
“เอชพีเป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนานว่าเป็นผู้นำในการสร้างนวัตกรรมที่มีระบบความปลอดภัยสูง และเป็นผู้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรม โดย “บั๊กคราวด์” โปรแกรมสำหรับเครื่องพิมพ์ของเอชพีนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งมอบความปลอดภัยระดับสูงสุดสำหรับลูกค้าและคู่ค้าของเอชพี โดยภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์มีความซับซ้อนและทวีขึ้นต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องใช้ระบบความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้ตั้งแต่ระดับเฟิร์มแวร์ และนี่คือสิ่งที่เอชพียึดถือในการคิดค้นพัฒนาเครื่องพิมพ์ที่มีความปลอดภัยสูงสุดของโลก”
สำหรับโปรแกรม Bug Bounty ที่ประกาศออกมานั้นจะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ คือหากมีการค้นพบช่องโหว่ในโปรแกรมปฏิบัติการของบริษัท จะต้องส่งรายงานแจ้งไปยังบริษัทบั๊กคราวด์ (Bugcrowd) ซึ่งจะมีการนำไปประเมินเทียบกับรายงานช่องโหว่หรือความเสี่ยงที่เคยปรากฏก่อนหน้าที่พบโดยเอชพี และจะมอบรางวัลให้ผู้ค้นพบช่องโหว่นั้น โดยบริษัทบั๊กคราวด์ฯ จะทำการตรวจสอบข้อผิดพลาด (bugs) ที่เกิดขึ้น และมอบรางวัลแก่ผู้ที่พบช่องโหว่โดยขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของข้อบกพร่องที่พบโดยมีเงินรางวัลสูงสุด 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 320,000 บาท (คิดที่ 32 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
นายจัสติน โบน ซีอีโอของ เมดเซค (MedSec) หนึ่งในทีมที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยทางเทคโนโลยีของเอชพี กล่าวว่า “ถึงแม้ฝ่ายดูแลด้านความปลอดภัยสารสนเทศขององค์กร (CISO) อาจไม่ค่อยมีส่วนร่วมในการตัดสินใจจัดซื้อเครื่องพิมพ์สำหรับองค์กรเท่าใดนัก แต่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการดูแลความปลอดภัยและการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆในองค์กรให้เป็นไปอย่างปลอดภัย ราบรื่น เป็นเวลาหลายทศวรรษที่เอชพีให้ความสำคัญกับระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นอันดับแรก โดยเน้นมุ่งมั่นพัฒนาเครื่อง พิมพ์ที่มีระบบความปลอดภัยที่แน่นหนา ซึ่งนับเป็นการยืนหยัดในบทบาทผู้ช่วยด้านความปลอดภัยสารสนเทศขององค์กรในทุกระดับ”
..............................................................................................
หน้า 5 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,407 ระหว่างวันที่ 7-10 ตุลาคม 2561
นายชิวอน อัลไบรท์ หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีความปลอดภัยเครื่องพิมพ์ บริษัทเอชพี อิงค์ เปิดเผยว่าเอชพีเป็นผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ หรือพรินเตอร์รายแรกที่ลงทุนในโปรแกรม Bug bounty สำหรับรายงานช่องโหว่ความปลอดภัยในเครื่องพิมพ์ เพื่อส่งมอบความปลอดภัยให้ลูกค้าจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีเป้าหมายทั้งทางธุรกิจและพนักงานโดยตรง โดยจากรายงานของบั๊กคราวด์ (Bugcrowd) เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่าเป้าหมายลำดับต้นๆ ที่กลุ่มแฮกเกอร์ให้ความสนใจโจมตีคือ อุปกรณ์ปลายทางของผู้ใช้งาน โดยอาศัยช่องโหว่ของเครื่องพิมพ์ ซึ่งมีอัตราเพิ่มขึ้นถึง 21% ในรอบปีที่ผ่านมา
“เอชพีเป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนานว่าเป็นผู้นำในการสร้างนวัตกรรมที่มีระบบความปลอดภัยสูง และเป็นผู้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรม โดย “บั๊กคราวด์” โปรแกรมสำหรับเครื่องพิมพ์ของเอชพีนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งมอบความปลอดภัยระดับสูงสุดสำหรับลูกค้าและคู่ค้าของเอชพี โดยภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์มีความซับซ้อนและทวีขึ้นต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องใช้ระบบความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้ตั้งแต่ระดับเฟิร์มแวร์ และนี่คือสิ่งที่เอชพียึดถือในการคิดค้นพัฒนาเครื่องพิมพ์ที่มีความปลอดภัยสูงสุดของโลก”
สำหรับโปรแกรม Bug Bounty ที่ประกาศออกมานั้นจะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ คือหากมีการค้นพบช่องโหว่ในโปรแกรมปฏิบัติการของบริษัท จะต้องส่งรายงานแจ้งไปยังบริษัทบั๊กคราวด์ (Bugcrowd) ซึ่งจะมีการนำไปประเมินเทียบกับรายงานช่องโหว่หรือความเสี่ยงที่เคยปรากฏก่อนหน้าที่พบโดยเอชพี และจะมอบรางวัลให้ผู้ค้นพบช่องโหว่นั้น โดยบริษัทบั๊กคราวด์ฯ จะทำการตรวจสอบข้อผิดพลาด (bugs) ที่เกิดขึ้น และมอบรางวัลแก่ผู้ที่พบช่องโหว่โดยขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของข้อบกพร่องที่พบโดยมีเงินรางวัลสูงสุด 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 320,000 บาท (คิดที่ 32 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
นายจัสติน โบน ซีอีโอของ เมดเซค (MedSec) หนึ่งในทีมที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยทางเทคโนโลยีของเอชพี กล่าวว่า “ถึงแม้ฝ่ายดูแลด้านความปลอดภัยสารสนเทศขององค์กร (CISO) อาจไม่ค่อยมีส่วนร่วมในการตัดสินใจจัดซื้อเครื่องพิมพ์สำหรับองค์กรเท่าใดนัก แต่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการดูแลความปลอดภัยและการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆในองค์กรให้เป็นไปอย่างปลอดภัย ราบรื่น เป็นเวลาหลายทศวรรษที่เอชพีให้ความสำคัญกับระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นอันดับแรก โดยเน้นมุ่งมั่นพัฒนาเครื่อง พิมพ์ที่มีระบบความปลอดภัยที่แน่นหนา ซึ่งนับเป็นการยืนหยัดในบทบาทผู้ช่วยด้านความปลอดภัยสารสนเทศขององค์กรในทุกระดับ”
..............................................................................................
หน้า 5 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,407 ระหว่างวันที่ 7-10 ตุลาคม 2561











