
‘สหภาพกสท.’ยื่น3หน่วยงาน สอบแยกโครงข่ายตั้งบริษัทลูก
สร.กสท ยื่นหนังสือถึง 3 หน่วยงาน “ศาลปกครองกลาง-ป.ป.ช.และ ผู้ตรวจการแผ่น ดิน” เดินหน้าคัดค้านแยกโครงข่ายหลัก ของ “ทีโอที และ แคท” ให้ตรวจสอบ การกระทำทุจริตประพฤติมิชอบในการจัดตั้งบริษัท NBN และบริษัท NGDC
นายสังวรณ์ พุ่มเทียน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ สร.กสท เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้สร.กสท ได้ยื่นหนังสือคัดค้านจัดตั้ง บริษัท โครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด (NBN Co) และ บริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศศูนย์ข้อมูลอินเตอร์เน็ต จำกัด (NGDC Co) ตามมติของ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2560 และได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัททั้ง 2 แห่ง เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ศาลปกครองรับฟ้องคดีที่ สหภาพฯ กสท ฟ้องแล้ว เป็นคดีหมายเลขดำ ที่ 571/2561 ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว เนื่อง จากเอกสารหลักฐานที่จะระงับการโอนทรัพย์สินต่างๆ และความเสียหายต่างๆ
“สร.กสท ที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการและให้ความร่วมมือเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและรักษาผลประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจ จึงได้นำเรื่องร้องต่อศาลปกครองกลางในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 เพื่อพิจารณาการดำเนินงานดังกล่าวที่ขัดต่อหลักนิติรัฐ และขัดต่อนโยบายและมติ ครม.ที่อาจจะทำให้หน่วยงานรัฐเสียหาย”
นอกจากนี้ยังได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ คือ การตรวจสอบการกระทำทุจริตประพฤติมิชอบในการจัดตั้งบริษัท NBN และบริษัท NGDC และมีการโอนทรัพย์สินอันมีค่าโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และได้ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ คือ การตรวจสอบและระงับการจัดตั้งบริษัท NBN และบริษัท NGDC โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และระงับการโอนทรัพย์สินและการกระทำอื่นๆ ที่ผิดกฎหมาย
นายสังวรณ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เหตุผลที่ทำหนังสือคัดค้านในครั้งนี้ เนื่องจากว่า การดำเนินการแยกทรัพย์สินที่เป็นโครงข่ายและบริการหลัก ของ ทีโอที และ แคท ไปจัดตั้งบริษัทลูก ยังไม่มีความชัดเจน จากแผนปรับเปลี่ยนธุรกิจและแผนคุ้มครองผู้ใช้บริการ ที่อยู่ระหว่างบริษัทที่ปรึกษาพิจารณาดำเนินการ และ ที่ต้องจัดทำแผนดำเนินการที่สมบูรณ์ เพื่อให้สะท้อนมูลค่าทรัพย์สินประมาณการรายได้ ค่าใช้จ่ายและผลตอบแทนทางการเงินที่แท้จริง ก็ยังไม่เห็น แผนถ่ายโอนทรัพย์สิน แผนการโอนย้ายพนักงาน และแนวทางในการกำกับดูแลการดำเนินการ และแผน เพิ่มประสิทธิภาพ ของ ทีโอที และ แคท ก็ยังไม่ปรากฏ จึงเป็นการดำเนินการที่ขัดแย้งกับมติ ครม.เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2550 เรื่องหลักเกณฑ์การจัดตั้ง/ร่วมทุนและกำกับดูแลบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจ คือ บริษัทในเครือต้องไม่ดำเนินกิจการที่เป็นภารกิจหลักของรัฐวิสาหกิจแม่ และต้องพิจารณาผลกระทบและประโยชน์ที่บริษัทแม่จะได้รับก่อนจึงจะขออนุมัติความเห็นชอบจาก ครม.ต่อไป
“สร.กสท จึงมีความเห็นว่า การจัดตั้งบริษัทลูก ดังกล่าวที่ยังไม่มีความชัดเจน และไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ คำสั่ง กฎ ระเบียบ และมติ ครม.ที่เกี่ยวข้องแต่ประการใด และ การแยกทรัพย์สินที่เป็นโครงข่ายและบริการหลักออกไปจาก ทีโอที และ แคท จึงขัดต่อนโยบายไม่ใช่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ทำให้ทั้ง 2 หน่วยงานอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด รัฐจะขาดเครื่องมือในการดำเนินธุรกิจแทนรัฐ เพื่อสาธารณประโยชน์ของสังคมและการพัฒนาในพื้นที่ห่างไกล และหากไม่มีการถ่วงดุลค่าบริการผู้ใช้บริการจะถูกเอาเปรียบได้”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,347 วันที่ 11 - 14 มีนาคม พ.ศ. 2561
นายสังวรณ์ พุ่มเทียน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ สร.กสท เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้สร.กสท ได้ยื่นหนังสือคัดค้านจัดตั้ง บริษัท โครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด (NBN Co) และ บริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศศูนย์ข้อมูลอินเตอร์เน็ต จำกัด (NGDC Co) ตามมติของ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2560 และได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัททั้ง 2 แห่ง เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ศาลปกครองรับฟ้องคดีที่ สหภาพฯ กสท ฟ้องแล้ว เป็นคดีหมายเลขดำ ที่ 571/2561 ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว เนื่อง จากเอกสารหลักฐานที่จะระงับการโอนทรัพย์สินต่างๆ และความเสียหายต่างๆ
นอกจากนี้ยังได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ คือ การตรวจสอบการกระทำทุจริตประพฤติมิชอบในการจัดตั้งบริษัท NBN และบริษัท NGDC และมีการโอนทรัพย์สินอันมีค่าโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และได้ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ คือ การตรวจสอบและระงับการจัดตั้งบริษัท NBN และบริษัท NGDC โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และระงับการโอนทรัพย์สินและการกระทำอื่นๆ ที่ผิดกฎหมาย
“สร.กสท จึงมีความเห็นว่า การจัดตั้งบริษัทลูก ดังกล่าวที่ยังไม่มีความชัดเจน และไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ คำสั่ง กฎ ระเบียบ และมติ ครม.ที่เกี่ยวข้องแต่ประการใด และ การแยกทรัพย์สินที่เป็นโครงข่ายและบริการหลักออกไปจาก ทีโอที และ แคท จึงขัดต่อนโยบายไม่ใช่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ทำให้ทั้ง 2 หน่วยงานอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด รัฐจะขาดเครื่องมือในการดำเนินธุรกิจแทนรัฐ เพื่อสาธารณประโยชน์ของสังคมและการพัฒนาในพื้นที่ห่างไกล และหากไม่มีการถ่วงดุลค่าบริการผู้ใช้บริการจะถูกเอาเปรียบได้”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,347 วันที่ 11 - 14 มีนาคม พ.ศ. 2561









