
8 เทรนด์การตลาดแห่งเอเชียที่น่าจับตามองปี 2561
สหพันธ์การตลาดแห่งเอเชีย Asia Marketing Federation (AMF) และสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย จัดทำรายงานพิเศษหัวข้อ 8 เทรนด์การตลาดแห่งเอเชียที่น่าจับตามองในปี 2561 รายงานฉบับนี้เป็นการสังเคราะห์สภาพแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของตลาดในภูมิภาค ผนวกกับความรอบรู้อย่างมืออาชีพและภูมิปัญญาของสมาคมการตลาดจากประเทศสมาชิกในเอเชีย โครงการนี้เป็นการริเริ่มของ มร.เฮอมาวัน การ์ตาจายา กูรูด้านการตลาดชั้นนำของเอเชีย
สหพันธ์การตลาดแห่งเอเชีย Asia Marketing Federation (AMF) ในฐานะองค์กรระดับภูมิภาคและเป็นเครือข่ายของสมาคมการตลาดในเอเชีย โดยมีภารกิจที่สำคัญเพื่อพัฒนาเครือข่ายให้เข้มแข็งและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคมการตลาดในแถบภูมิภาคเอเชีย อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ในการพัฒนาธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคม ประเทศสมาชิก ประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน มองโกเลีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย พม่า กัมพูชา เวียดนาม ศรีลังกา และบังคลาเทศ
8 เทรนด์การตลาดแห่งเอเชียที่น่าจับตามองในปี 2561
1. ดิจิตอลเทคโนโลยี และ IoT จะส่งผลกระทบอย่างสูงกับการปฏิบัติทางการตลาด
การมาถึงของเทคโนโลยีใหม่ๆจะส่งผลกระทบกับแวดวงธุรกิจในหลายแง่มุม โดยเฉพาะธุรกิจในรูปแบบ consumer-to-consumer business ซึ่งได้รับโอกาสทางการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลผ่านช่องทางการขายออนไลน์ (Internet marketplaces) และในขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้นักการตลาดสามารถพัฒนาการสื่อสารกับผู้บริโภคให้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการสื่อสารระดับตัวต่อตัว (one-on-one personalization/customization) ที่เข้าถึงทุกๆคนได้พร้อมๆกัน เป็นการปลดล็อครูปแบบการตลาดเดิมๆ
และเมื่ออุปกรณ์ใหม่ๆ อาทิ Smart TV, PCs, Smartphones, Tablets, Drones, Virtual Reality, Personal Robots, ฯลฯ แพร่หลาย ก็เป็นโอกาสให้นักการตลาดสามารถนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) ล้ำหน้ามาใช้ได้ ซึ่งเทคโนโลยี AI นี่เองที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาสินค้าและบริการแห่งอนาคต ให้มีคุณภาพสูง แม่นยำ มีประสิทธิภาพสูงทั้งด้านเวลาและการลงทุน
ในมุมของคนทำงานก็ต้องมีการปรับตัวเช่นกัน เมื่อการตลาดก้าวสู่ยุคดิจิตอล นักการตลาดจะต้องมีความรู้ด้านเทคโนโลยีมากขึ้น และสามารถนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาปรับใช้ในการทำงานการตลาดได้อย่างกลมกลืน
การตลาดเอเชียกำลังจะก้าวสู่ยุคการตลาดดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีใหม่ๆที่หลากหลาย ทั้ง Internet of Things (IoT) ecosystem, การเข้าสู่ยุค cloud-based era และ โซลูชั่นใหม่ๆทางการสื่อสาร เช่น fixed mobile convergence (FMC) ซึ่งเชื่อมต่อระบบโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว ทั้งหมดนี้เปิดโอกาสให้โมเดลธุรกิจใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบริษัทดั้งเดิมก็ก้าวสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนารูปแบบธุรกิจสู่อนาคต
2. การผสานกันอย่างกลมกลืนระหว่างหัวใจผู้ประกอบการ และ การตลาด
“Entrepreneurship” จะเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จทางการตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่สถานการณ์ทางธุรกิจไม่แน่นอนและมีการแข่งขันสูงอย่างในยุค VUCA (volatility, uncertainty, complexity, and ambiguity) บริษัทขนาดกลางและเล็กยิ่งต้องนำเอา entrepreneurial marketing หรือ การตลาดเชิงผู้ประกอบการ มาใช้ ทั้งการมุ่งสร้างสินค้าใหม่ๆ เปิดตลาดใหม่ๆ เห็นโอกาสใหม่ๆ และ สร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าและรูปแบบการตลาดใหม่ๆ เพื่อชนะใจผู้บริโภค หากนักการตลาดมีหัวใจของผู้ประกอบการ และเจ้าของกิจการมีหัวใจการตลาด ธุรกิจก็จะมีพลังและพร้อมก้าวนำทุกสถานการณ์อย่างรอบคอบและรัดกุม
3. พลังของคนรุ่นใหม่ผ่านออนไลน์และโซเชียลมีเดีย
ออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ยังคงเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ส่งผลการเติบโตของธุรกิจในทุกๆภาคส่วน โดยแพลตฟอร์มใหม่ๆเหล่านี้ ไม่ได้เข้ามาทดแทนสื่อแบบเดิมๆ แต่จะเข้ามาช่วยเสริมพลังในด้านการตลาด บริษัทต่างๆควรเริ่มพิจารณาการใช้โซเชียลมีเดียเป็นหนึ่งในหมากสำคัญทางกลยุทธ์ ร่วมกับการพิจารณาเรื่อง Content Marketing โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่ม ผู้บริโภค Gen Y และ Gen Z ที่ใช้โซเชียลมีเดียป็นแหล่งสำคัญในการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการซื้อสินค้า
อย่างไรก็ดี แม้คนในสังคมจะใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้น แต่ผู้บริโภคนั้น กลับมีความเป็นปัจเจกนิยม (individualism) มากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการตัดสินใจต่างๆ ผู้บริโภคจะมีความคิดเห็นเป็นตัวของตัวเองสูงขึ้น และนี่ก็เป็นจุดกำเนิดของ Celebgrams หรือ ผู้บริโภคที่ผันตัวมาเป็นผู้นำความคิดทางออนไลน์ในสังคมยุคใหม่
เมื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ขยายตัวขึ้น เทรนด์ E-commerce ก็เติบโตขยายตัวตาม ดังนั้น ขณะนี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่นักการตลาดต้องตามติดเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภค พร้อมพิจารณาเรื่องการตลาดและช่องทางการขายออนไลน์อย่างจริงจัง และนี่คือโอกาสใหม่ๆของบริษัท Startupsและ SMEs อย่างแท้จริง
4. บริษัทต่างๆเริ่มหันมาพิจารณาเรื่อง ผลตอบแทนทางการตลาด หรือ return-on-marketing (ROM) อย่างจริงจัง
ในยุคแห่งการแข่งขัน ความมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญที่จะกำหนดผลกำไรของบริษัท ในมุมมองด้านการตลาดนั้น แม้หลักๆจะยังเป็นการวิเคราะห์ในรูปแบบเดิมๆ แต่บริษัทควรมีการวิเคราะห์เพิ่มเติมเชิงข้อมูล (data-driven analysis) มากขึ้นเพื่อให้ได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่แม่นยำ และในยุคนี้มีเครื่องมือเทคโนโลยีการวิเคราะห์การตลาดที่ซับซ้อน รวมถึงการนำข้อมูล Big Data มาใช้ เพื่อให้ได้รายละเอียดเชิงลึกที่หลากหลายเกี่ยวกับความชอบของลูกค้าและแนวโน้มที่เกิดขึ้นใหม่ จากมุมกว้างไปจนถึงระดับบุคคล ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมีประสิทธิภาพสูง บริษัทได้รับ Hit Rate จำนวนมากและแม่นยำ นำไปสู่ผลตอบแทนทางการตลาดที่สูงและมีประสิทธิภาพกว่า
5. การขยายตัวของตลาดฮาลาล
เทรนด์หนึ่งในเอเชียที่น่าสนใจ คือการเพิ่มขึ้นของความต้องการของกลุ่มสินค้าและบริการที่ได้รับการรับรองจากมุสลิมและฮาลาล ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่หมวดหมู่อาหาร ความงาม แฟชั่น ท่องเที่ยว การเงินและการธนาคาร ส่วนหนึ่งมาจากกำลังซื้อของประชากรมุสลิมที่มีมากในทวีปเอเชีย (60% ของประชากรมาเลเซีย) และ 4 ใน 5 ประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลกนั้นตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิกอีกด้วย ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน อินโดนีเซีย และ บังคลาเทศ
ดังนั้น เทรนด์การเติบโตของสินค้า และ บริการด้านฮาลาลในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการจึงมีการเติบโตสูงมาก ทั้งในประเทศที่มีประชากรมุสลิมเป็นหลัก และประเทศอื่นๆทั่วเอเชีย อาทิ เกาหลีไต้ ไทย และ สิงคโปร์ ตัวอย่างเช่น สิงคโปร์ได้มีการทำ "คู่มืออาหารฮาลาล" เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาอาหารฮาลาลในประเทศสิงคโปร์
และนอกเหนือจากนี้ ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมนั้น กลุ่ม Millennials Gen นับเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ธุรกิจต่างๆในทุกๆประเทศควรมีข้อมูลเกี่ยวกับฮาลาลทางแพลตฟอร์มดิจิทัลและโซเชียลมีเดียประกอบด้วย
6. ยุคแห่งการสร้างประสบการณ์ของผู้บริโภค
เมื่อ “คุณภาพ” กลายเป็นมาตรฐานที่ทุกๆสินค้าและบริการต้องมี ในยุคนี้ สิ่งที่จะทำให้แต่ละแบรนด์แตกต่าง และคงอยู่ในใจผู้บริโภคได้ คือ “การสร้างประสบการณ์” ซึ่งประสบการณ์เหล่านั้น จะต้องถูกร้อยเรียงผ่านทุกๆ Touch Points ในทุกๆขั้นตอนของการเดินทางของลูกค้า (Customer Journey) นอกเหนือจากช่องทางเดิมๆ นักการตลาดต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ผ่านทุกๆช่องทางรวมถึงดิจิตอล ซึ่งมีบทบาทสำคัญมาก
เมื่อผู้บริโภคมีความต้องการที่ซับซ้อน เฉพาะตัว และเร่งด่วน เทรนด์ของ Omni-Channel หรือการผนวกช่องทางออนไลน์กับออฟไลน์เข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ จึงมีความสำคัญมาก เช่น บนเว็บไซต์, บนโมบาย, หน้าร้าน, การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า และการรับชำระเงิน ทั้งหมดเพื่อสร้างประสบการณ์ซื้อขายที่ดีให้กับลูกค้า เป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ
การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคนั้น ควรเกิดขึ้นในทุกๆช่องทางอย่างต่อเนื่อง 24×7×365 และ ในอนาคตอันใกล้ เราจะเห็นว่า Customer Loyalty Program จะไม่ใช่เพียงแค่การทำธุรกรรมอีกต่อไป แต่จะก้าวไปเป็นการสร้าง Emotional Frameworks ที่มีอิทธิพลอย่างมากจาก Big Data และ พฤติกรรมแต่ละช่วงชีวิต
7. การเกิดขึ้นของ Fintech จะนำไปสู่สังคมไร้เงินสดที่แท้จริง
ด้วยเทคโนโลยี digital payment อันทันสมัย ทำให้หลายๆประเทศในเอเชีย อาทิ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นนั้นได้ก้าวสู่สังคมไร้เงินสดไปแล้ว และประเทศอื่นๆก็พร้อมแล้วที่จะก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงนี้ โดย ธุรกรรมการเงินจะสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ผ่าน online transactions และ mobile payment gateways ที่ปลอดภัยและทันสมัย
การปรากฏตัวของ Fintech (ซึ่งจะร่วมมือกับธนาคารทั่วไป) จะแข็งแกร่งขึ้น และส่งผลกระทบอย่างสูงต่อระบบธนาคารทั่วไป จึงเป็นผลให้ธนาคารต่างๆทบทวนความพร้อมในการให้บริการทางดิจิตอล และเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับธุรกิจที่เป็น digital base ให้ดียิ่งขึ้น
เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าด้านการเงิน จะกระตุ้นความมั่นใจของผู้บริโภคให้ก้าวสู่สังคมไร้เงินสดได้เร็วขึ้น รวมถึงความนิยมในเรื่อง cryptocurrency ที่กำลังแพร่หลาย จะทำให้ผู้คนจำนวนมากได้รับประโยชน์และผลกำไรจากมูลค่าที่สูงขึ้นอย่างไม่หยุดนิ่งของ cryptocurrency
8. การเติบโตของกลุ่ม Young Entrepreneurs
ในยุคนี้ เป็นยุคที่ใครๆก็ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการ นักศึกษามหาวิทยาลัย และคนรุ่นใหม่ก้าวขึ้นมาทำธุรกิจในรูปแบบต่างๆ และเทรนด์การเติบโตของผู้ประกอบการอิสระรุ่นใหม่ที่เพิ่มมากขึ้น ก็นำไปสู่การเติบโตของธุรกิจออนไลน์, การแสวงหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต, รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจพื้นที่อย่าง Co-Working Space และ พื้นที่ๆเอื้อต่อการสร้างนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ เช่น Incubation hubs ต่างๆ
แม้ว่าคนรุ่นใหม่ที่กระตือรือล้นอยากเป็นเจ้าของกิจการนั้นจะเก่งด้านเทคโนโลยี มีความคิดสร้างสรรค์ และเปิดกว้างในการหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ แต่อัตราความล้มเหลวของเหล่า Start Up นั้นก็สูงมาก สิ่งหนึ่งที่สำคัญและเป็นเคล็ดลับความสำเร็จของหลายๆเจ้าที่อยู่รอด คือ การตั้งเป้าหมายที่สูงกว่าแค่ตัวเลขทางธุรกิจ แต่เป็นเป้าหมายทางสังคม ที่ต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี และตอกย้ำในความเชื่อของพวกเขา จึงเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นจาก ความสามารถ พร้อมความโปร่งใสในการทำธุรกิจที่ไม่ซ้ำใคร บวกความตั้งใจที่จะทำธุรกิจด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน
สหพันธ์การตลาดแห่งเอเชีย Asia Marketing Federation (AMF) ในฐานะองค์กรระดับภูมิภาคและเป็นเครือข่ายของสมาคมการตลาดในเอเชีย โดยมีภารกิจที่สำคัญเพื่อพัฒนาเครือข่ายให้เข้มแข็งและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคมการตลาดในแถบภูมิภาคเอเชีย อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ในการพัฒนาธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคม ประเทศสมาชิก ประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน มองโกเลีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย พม่า กัมพูชา เวียดนาม ศรีลังกา และบังคลาเทศ
8 เทรนด์การตลาดแห่งเอเชียที่น่าจับตามองในปี 2561
1. ดิจิตอลเทคโนโลยี และ IoT จะส่งผลกระทบอย่างสูงกับการปฏิบัติทางการตลาด
การมาถึงของเทคโนโลยีใหม่ๆจะส่งผลกระทบกับแวดวงธุรกิจในหลายแง่มุม โดยเฉพาะธุรกิจในรูปแบบ consumer-to-consumer business ซึ่งได้รับโอกาสทางการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลผ่านช่องทางการขายออนไลน์ (Internet marketplaces) และในขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้นักการตลาดสามารถพัฒนาการสื่อสารกับผู้บริโภคให้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการสื่อสารระดับตัวต่อตัว (one-on-one personalization/customization) ที่เข้าถึงทุกๆคนได้พร้อมๆกัน เป็นการปลดล็อครูปแบบการตลาดเดิมๆ
และเมื่ออุปกรณ์ใหม่ๆ อาทิ Smart TV, PCs, Smartphones, Tablets, Drones, Virtual Reality, Personal Robots, ฯลฯ แพร่หลาย ก็เป็นโอกาสให้นักการตลาดสามารถนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) ล้ำหน้ามาใช้ได้ ซึ่งเทคโนโลยี AI นี่เองที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาสินค้าและบริการแห่งอนาคต ให้มีคุณภาพสูง แม่นยำ มีประสิทธิภาพสูงทั้งด้านเวลาและการลงทุน
ในมุมของคนทำงานก็ต้องมีการปรับตัวเช่นกัน เมื่อการตลาดก้าวสู่ยุคดิจิตอล นักการตลาดจะต้องมีความรู้ด้านเทคโนโลยีมากขึ้น และสามารถนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาปรับใช้ในการทำงานการตลาดได้อย่างกลมกลืน
การตลาดเอเชียกำลังจะก้าวสู่ยุคการตลาดดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีใหม่ๆที่หลากหลาย ทั้ง Internet of Things (IoT) ecosystem, การเข้าสู่ยุค cloud-based era และ โซลูชั่นใหม่ๆทางการสื่อสาร เช่น fixed mobile convergence (FMC) ซึ่งเชื่อมต่อระบบโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว ทั้งหมดนี้เปิดโอกาสให้โมเดลธุรกิจใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบริษัทดั้งเดิมก็ก้าวสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนารูปแบบธุรกิจสู่อนาคต
2. การผสานกันอย่างกลมกลืนระหว่างหัวใจผู้ประกอบการ และ การตลาด
“Entrepreneurship” จะเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จทางการตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่สถานการณ์ทางธุรกิจไม่แน่นอนและมีการแข่งขันสูงอย่างในยุค VUCA (volatility, uncertainty, complexity, and ambiguity) บริษัทขนาดกลางและเล็กยิ่งต้องนำเอา entrepreneurial marketing หรือ การตลาดเชิงผู้ประกอบการ มาใช้ ทั้งการมุ่งสร้างสินค้าใหม่ๆ เปิดตลาดใหม่ๆ เห็นโอกาสใหม่ๆ และ สร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าและรูปแบบการตลาดใหม่ๆ เพื่อชนะใจผู้บริโภค หากนักการตลาดมีหัวใจของผู้ประกอบการ และเจ้าของกิจการมีหัวใจการตลาด ธุรกิจก็จะมีพลังและพร้อมก้าวนำทุกสถานการณ์อย่างรอบคอบและรัดกุม
3. พลังของคนรุ่นใหม่ผ่านออนไลน์และโซเชียลมีเดีย
ออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ยังคงเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ส่งผลการเติบโตของธุรกิจในทุกๆภาคส่วน โดยแพลตฟอร์มใหม่ๆเหล่านี้ ไม่ได้เข้ามาทดแทนสื่อแบบเดิมๆ แต่จะเข้ามาช่วยเสริมพลังในด้านการตลาด บริษัทต่างๆควรเริ่มพิจารณาการใช้โซเชียลมีเดียเป็นหนึ่งในหมากสำคัญทางกลยุทธ์ ร่วมกับการพิจารณาเรื่อง Content Marketing โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่ม ผู้บริโภค Gen Y และ Gen Z ที่ใช้โซเชียลมีเดียป็นแหล่งสำคัญในการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการซื้อสินค้า
อย่างไรก็ดี แม้คนในสังคมจะใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้น แต่ผู้บริโภคนั้น กลับมีความเป็นปัจเจกนิยม (individualism) มากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการตัดสินใจต่างๆ ผู้บริโภคจะมีความคิดเห็นเป็นตัวของตัวเองสูงขึ้น และนี่ก็เป็นจุดกำเนิดของ Celebgrams หรือ ผู้บริโภคที่ผันตัวมาเป็นผู้นำความคิดทางออนไลน์ในสังคมยุคใหม่
เมื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ขยายตัวขึ้น เทรนด์ E-commerce ก็เติบโตขยายตัวตาม ดังนั้น ขณะนี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่นักการตลาดต้องตามติดเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภค พร้อมพิจารณาเรื่องการตลาดและช่องทางการขายออนไลน์อย่างจริงจัง และนี่คือโอกาสใหม่ๆของบริษัท Startupsและ SMEs อย่างแท้จริง
4. บริษัทต่างๆเริ่มหันมาพิจารณาเรื่อง ผลตอบแทนทางการตลาด หรือ return-on-marketing (ROM) อย่างจริงจัง
ในยุคแห่งการแข่งขัน ความมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญที่จะกำหนดผลกำไรของบริษัท ในมุมมองด้านการตลาดนั้น แม้หลักๆจะยังเป็นการวิเคราะห์ในรูปแบบเดิมๆ แต่บริษัทควรมีการวิเคราะห์เพิ่มเติมเชิงข้อมูล (data-driven analysis) มากขึ้นเพื่อให้ได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่แม่นยำ และในยุคนี้มีเครื่องมือเทคโนโลยีการวิเคราะห์การตลาดที่ซับซ้อน รวมถึงการนำข้อมูล Big Data มาใช้ เพื่อให้ได้รายละเอียดเชิงลึกที่หลากหลายเกี่ยวกับความชอบของลูกค้าและแนวโน้มที่เกิดขึ้นใหม่ จากมุมกว้างไปจนถึงระดับบุคคล ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมีประสิทธิภาพสูง บริษัทได้รับ Hit Rate จำนวนมากและแม่นยำ นำไปสู่ผลตอบแทนทางการตลาดที่สูงและมีประสิทธิภาพกว่า
5. การขยายตัวของตลาดฮาลาล
เทรนด์หนึ่งในเอเชียที่น่าสนใจ คือการเพิ่มขึ้นของความต้องการของกลุ่มสินค้าและบริการที่ได้รับการรับรองจากมุสลิมและฮาลาล ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่หมวดหมู่อาหาร ความงาม แฟชั่น ท่องเที่ยว การเงินและการธนาคาร ส่วนหนึ่งมาจากกำลังซื้อของประชากรมุสลิมที่มีมากในทวีปเอเชีย (60% ของประชากรมาเลเซีย) และ 4 ใน 5 ประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลกนั้นตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิกอีกด้วย ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน อินโดนีเซีย และ บังคลาเทศ
ดังนั้น เทรนด์การเติบโตของสินค้า และ บริการด้านฮาลาลในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการจึงมีการเติบโตสูงมาก ทั้งในประเทศที่มีประชากรมุสลิมเป็นหลัก และประเทศอื่นๆทั่วเอเชีย อาทิ เกาหลีไต้ ไทย และ สิงคโปร์ ตัวอย่างเช่น สิงคโปร์ได้มีการทำ "คู่มืออาหารฮาลาล" เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาอาหารฮาลาลในประเทศสิงคโปร์
และนอกเหนือจากนี้ ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมนั้น กลุ่ม Millennials Gen นับเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ธุรกิจต่างๆในทุกๆประเทศควรมีข้อมูลเกี่ยวกับฮาลาลทางแพลตฟอร์มดิจิทัลและโซเชียลมีเดียประกอบด้วย
6. ยุคแห่งการสร้างประสบการณ์ของผู้บริโภค
เมื่อ “คุณภาพ” กลายเป็นมาตรฐานที่ทุกๆสินค้าและบริการต้องมี ในยุคนี้ สิ่งที่จะทำให้แต่ละแบรนด์แตกต่าง และคงอยู่ในใจผู้บริโภคได้ คือ “การสร้างประสบการณ์” ซึ่งประสบการณ์เหล่านั้น จะต้องถูกร้อยเรียงผ่านทุกๆ Touch Points ในทุกๆขั้นตอนของการเดินทางของลูกค้า (Customer Journey) นอกเหนือจากช่องทางเดิมๆ นักการตลาดต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ผ่านทุกๆช่องทางรวมถึงดิจิตอล ซึ่งมีบทบาทสำคัญมาก
เมื่อผู้บริโภคมีความต้องการที่ซับซ้อน เฉพาะตัว และเร่งด่วน เทรนด์ของ Omni-Channel หรือการผนวกช่องทางออนไลน์กับออฟไลน์เข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ จึงมีความสำคัญมาก เช่น บนเว็บไซต์, บนโมบาย, หน้าร้าน, การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า และการรับชำระเงิน ทั้งหมดเพื่อสร้างประสบการณ์ซื้อขายที่ดีให้กับลูกค้า เป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ
การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคนั้น ควรเกิดขึ้นในทุกๆช่องทางอย่างต่อเนื่อง 24×7×365 และ ในอนาคตอันใกล้ เราจะเห็นว่า Customer Loyalty Program จะไม่ใช่เพียงแค่การทำธุรกรรมอีกต่อไป แต่จะก้าวไปเป็นการสร้าง Emotional Frameworks ที่มีอิทธิพลอย่างมากจาก Big Data และ พฤติกรรมแต่ละช่วงชีวิต
7. การเกิดขึ้นของ Fintech จะนำไปสู่สังคมไร้เงินสดที่แท้จริง
ด้วยเทคโนโลยี digital payment อันทันสมัย ทำให้หลายๆประเทศในเอเชีย อาทิ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นนั้นได้ก้าวสู่สังคมไร้เงินสดไปแล้ว และประเทศอื่นๆก็พร้อมแล้วที่จะก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงนี้ โดย ธุรกรรมการเงินจะสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ผ่าน online transactions และ mobile payment gateways ที่ปลอดภัยและทันสมัย
การปรากฏตัวของ Fintech (ซึ่งจะร่วมมือกับธนาคารทั่วไป) จะแข็งแกร่งขึ้น และส่งผลกระทบอย่างสูงต่อระบบธนาคารทั่วไป จึงเป็นผลให้ธนาคารต่างๆทบทวนความพร้อมในการให้บริการทางดิจิตอล และเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับธุรกิจที่เป็น digital base ให้ดียิ่งขึ้น
เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าด้านการเงิน จะกระตุ้นความมั่นใจของผู้บริโภคให้ก้าวสู่สังคมไร้เงินสดได้เร็วขึ้น รวมถึงความนิยมในเรื่อง cryptocurrency ที่กำลังแพร่หลาย จะทำให้ผู้คนจำนวนมากได้รับประโยชน์และผลกำไรจากมูลค่าที่สูงขึ้นอย่างไม่หยุดนิ่งของ cryptocurrency
8. การเติบโตของกลุ่ม Young Entrepreneurs
ในยุคนี้ เป็นยุคที่ใครๆก็ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการ นักศึกษามหาวิทยาลัย และคนรุ่นใหม่ก้าวขึ้นมาทำธุรกิจในรูปแบบต่างๆ และเทรนด์การเติบโตของผู้ประกอบการอิสระรุ่นใหม่ที่เพิ่มมากขึ้น ก็นำไปสู่การเติบโตของธุรกิจออนไลน์, การแสวงหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต, รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจพื้นที่อย่าง Co-Working Space และ พื้นที่ๆเอื้อต่อการสร้างนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ เช่น Incubation hubs ต่างๆ
แม้ว่าคนรุ่นใหม่ที่กระตือรือล้นอยากเป็นเจ้าของกิจการนั้นจะเก่งด้านเทคโนโลยี มีความคิดสร้างสรรค์ และเปิดกว้างในการหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ แต่อัตราความล้มเหลวของเหล่า Start Up นั้นก็สูงมาก สิ่งหนึ่งที่สำคัญและเป็นเคล็ดลับความสำเร็จของหลายๆเจ้าที่อยู่รอด คือ การตั้งเป้าหมายที่สูงกว่าแค่ตัวเลขทางธุรกิจ แต่เป็นเป้าหมายทางสังคม ที่ต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี และตอกย้ำในความเชื่อของพวกเขา จึงเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นจาก ความสามารถ พร้อมความโปร่งใสในการทำธุรกิจที่ไม่ซ้ำใคร บวกความตั้งใจที่จะทำธุรกิจด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน











