
2561 ปีแห่งการเข้าสู่ ‘ดิจิตอลทรานส์ฟอร์ม’เต็มรูปแบบ
บทสรุปการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีของประเทศ ไทยในปี 2560 ที่ผ่านมาถือว่าน่าสนใจ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี โดยถือเป็นปีแห่งการวางรากฐานการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิตอล ทั้งในของภาคเอกชน และภาครัฐ มีความชัดเจนในการเตรียมพร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิตอลไล่ล่า
โดยเอกชนนั้นการแข่งขันทางธุรกิจถือเป็นแรงขับเคลื่อนให้ภาคเอกชนต้องปรับตัว มีการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิตอล โดยจะเห็นการลงทุนด้านคลาวด์เทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่นเดียวกับการลงทุนวางรากฐานไปสู่เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง หรือ อินเตอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) และการใช้งานแบบเคลื่อนที่ หรือ โมบิลิตี ทั้งในแง่ของการทำงาน และการให้บริการกับลูกค้า นอกจากนี้ยังเห็นการนำข้อมูล หรือ ดาต้า มาใช้ประโยชน์เชิงธุรกิจ โดยมีการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลมากขึ้น
โดยมุมมองของนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมไอซีดี “จาริตร์ สิทธุ” ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัย สายงานศึกษาตลาดไคลเอนต์ ดีไวซ์ บริษัทไอดีซี ประเทศไทย จำกัด ระบุว่าการลงทุนเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งคลาวด์ IoT รวมถึง AI ของภาคเอกชนไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และมาในทิศทางที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามมีข้อกังวลในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย หรือ ซิเคียวริตี ที่ยังมองว่าภาคเอกชนให้ความสำคัญน้อยอยู่
[caption id="attachment_246094" align="aligncenter" width="350"]
จาริตร์ สิทธุ[/caption]
“เหมือนกับเรากำลังแต่งรถ เราพัฒนาเครื่องยนต์ของรถให้แรงขึ้น แต่เราไม่ได้ดูเรื่องระบบความปลอดภัย อย่างเบรกให้รองรับกับความเร็วที่เพิ่มขึ้น”
ส่วนภาครัฐ ภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0 นั้น มีการจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขึ้นมาดูแลเศรษฐกิจดิจิตอล มีการเปลี่ยนหน่วยงานอย่างสำนักงานส่งเสริมอุตสาห กรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า เป็นสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า และเปลี่ยนสำนักงานรัฐบาลอิเล็ก ทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ EGA เป็นสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.)ขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ภาครัฐยังมีโครงการสนับสนุนการลงทุนของเทคโนโลยีของภาคเอกชน โครงการส่งเสริมการลงทุนเอกชนทั้งในและต่างประเทศ รวมไปถึงกลุ่มสตาร์ตอัพ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ โครงการ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ขณะที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ อนุมัติคลื่นความถี่ย่าน 920-925 MHz รองรับการใช้งาน IoT ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีก่อนมีเทคโนโลยี 5G เช่นเดียวกับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธปท. ที่ออกแนวปฏิบัติการใช้คลาวด์ของภาคการเงินการธนาคาร จัดตั้ง Sandbox ขึ้นมาให้ธนาคาร และผู้ให้บริการฟินเทค เข้ามาทดสอบนวัตกรรมบริการเงินดิจิตอล รวมไปถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่เตรียมจัดตั้ง Sandbox สำหรับกลุ่มบริษัทจดทะเบียนขึ้นมาเช่นเดียวกัน
“จาริตร์” กล่าวแสดงความเห็นว่าภาครัฐเดินมาในทิศทางที่ถูกต้อง โดยบทบาทภาครัฐควรเป็นผู้ให้การสนับสนุน โดยลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงมาตรการสนับสนุน ส่งเสริมให้เอกชนในประเทศ รวมถึงสตาร์ต อัพ ในการลงทุน รวมถึงดึงต่างประเทศเข้ามาลงทุน
ส่วนฝั่งคอนซูเมอร์รอบปีที่ผ่านมามีผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาสร้างสีสันให้กับตลาด โดยเฉพาะกลุ่มสมาร์ทโฟนไร้ขอบ ไร้ปุ่มโฮม แต่ยังไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญกับตลาดมากนัก โดยเทคโนโลยีวีอาร์ และเออาร์ยังคงรอความพร้อมในเรื่องของคอนเทนต์ ซึ่งขณะนี้ฝั่งคอนซูเมอร์เริ่มไม่ตื่นเต้นกับคอนเทนต์ที่เป็น 2 มิติ แต่ต้องการบริโภคคอนเทนต์แบบ 3 มิติ เช่นเดียวกับเทคโนโลยีการสั่งการด้วยเสียงที่จะเข้ามาทดแทนการใช้คีย์บอร์ด ปุ่ม และทัชสกรีนหน้าจอ ซึ่งเบื้องหลังการสั่งการด้วยเสียง คือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งปีนี้เริ่มเห็นสมาร์ทโฟน ที่มีเทคโนโลยี AI ออกสู่ตลาดไม่มาก
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,327 วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560 - 3 มกราคม พ.ศ. 2561
โดยมุมมองของนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมไอซีดี “จาริตร์ สิทธุ” ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัย สายงานศึกษาตลาดไคลเอนต์ ดีไวซ์ บริษัทไอดีซี ประเทศไทย จำกัด ระบุว่าการลงทุนเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งคลาวด์ IoT รวมถึง AI ของภาคเอกชนไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และมาในทิศทางที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามมีข้อกังวลในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย หรือ ซิเคียวริตี ที่ยังมองว่าภาคเอกชนให้ความสำคัญน้อยอยู่
[caption id="attachment_246094" align="aligncenter" width="350"]
“เหมือนกับเรากำลังแต่งรถ เราพัฒนาเครื่องยนต์ของรถให้แรงขึ้น แต่เราไม่ได้ดูเรื่องระบบความปลอดภัย อย่างเบรกให้รองรับกับความเร็วที่เพิ่มขึ้น”
ส่วนภาครัฐ ภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0 นั้น มีการจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขึ้นมาดูแลเศรษฐกิจดิจิตอล มีการเปลี่ยนหน่วยงานอย่างสำนักงานส่งเสริมอุตสาห กรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า เป็นสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า และเปลี่ยนสำนักงานรัฐบาลอิเล็ก ทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ EGA เป็นสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.)ขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ภาครัฐยังมีโครงการสนับสนุนการลงทุนของเทคโนโลยีของภาคเอกชน โครงการส่งเสริมการลงทุนเอกชนทั้งในและต่างประเทศ รวมไปถึงกลุ่มสตาร์ตอัพ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ โครงการ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ขณะที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ อนุมัติคลื่นความถี่ย่าน 920-925 MHz รองรับการใช้งาน IoT ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีก่อนมีเทคโนโลยี 5G เช่นเดียวกับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธปท. ที่ออกแนวปฏิบัติการใช้คลาวด์ของภาคการเงินการธนาคาร จัดตั้ง Sandbox ขึ้นมาให้ธนาคาร และผู้ให้บริการฟินเทค เข้ามาทดสอบนวัตกรรมบริการเงินดิจิตอล รวมไปถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่เตรียมจัดตั้ง Sandbox สำหรับกลุ่มบริษัทจดทะเบียนขึ้นมาเช่นเดียวกัน
ส่วนฝั่งคอนซูเมอร์รอบปีที่ผ่านมามีผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาสร้างสีสันให้กับตลาด โดยเฉพาะกลุ่มสมาร์ทโฟนไร้ขอบ ไร้ปุ่มโฮม แต่ยังไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญกับตลาดมากนัก โดยเทคโนโลยีวีอาร์ และเออาร์ยังคงรอความพร้อมในเรื่องของคอนเทนต์ ซึ่งขณะนี้ฝั่งคอนซูเมอร์เริ่มไม่ตื่นเต้นกับคอนเทนต์ที่เป็น 2 มิติ แต่ต้องการบริโภคคอนเทนต์แบบ 3 มิติ เช่นเดียวกับเทคโนโลยีการสั่งการด้วยเสียงที่จะเข้ามาทดแทนการใช้คีย์บอร์ด ปุ่ม และทัชสกรีนหน้าจอ ซึ่งเบื้องหลังการสั่งการด้วยเสียง คือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งปีนี้เริ่มเห็นสมาร์ทโฟน ที่มีเทคโนโลยี AI ออกสู่ตลาดไม่มาก
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,327 วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560 - 3 มกราคม พ.ศ. 2561











