
“พิเชฐ” ดึงแนวร่วมภาคเอกชนพลิกโฉมประเทศด้วยดิจิทัล
กระทรวงดีอี โดยดีป้า จัดกิจกรรมผู้บริหารกระทรวงฯ พบผู้บริหารภาคเอกชนอาทิ ฮอนด้า โตโยต้า ปตท. มิตรผล ไลน์ หัวเว่ย อนันดากรุ๊ป ฯลฯ เปิดเวทีหารือร่วมกัน เพื่อผลักดันนโยบายประเทศด้านเศรษฐกิจดิจิทัล
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้าไปมีบทบาทอย่างมาก สิ่งที่กระทรวงฯ ดำเนินการอยู่คือ โครงการเน็ตประชารัฐ ปัจจุบันประเทศไทยมีอยู่ 75,000 หมู่บ้าน มีเน็ตประชารัฐไปแล้ว 30,000 หมู่บ้าน อีกสามเดือนคาดว่าจะเห็นอีก 24,000 หมู่บ้าน และใช้เงินจากกองทุนเงินข้างนอกเพื่อดำเนินการให้ครบ 18,000 หมู่บ้านสุดท้ายเมื่อทุกหมู่บ้านลืมตาอ้าปากได้เพราะมีซุปเปอร์ไฮเวย์ ก็จะพลิกโฉมวิธีการทำงานของเราให้ทันสมัยมากขึ้น
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกประการคือ เรื่องสุขภาพ ขณะนี้ดีอีได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขพัฒนาระบบ e-Health เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ตอนนี้แพทย์ชุมชนสามารถปรึกษาแพทย์จากโรงพยาบาลในเมืองได้ โดยที่สัญญานไม่กระตุก เพราะสามสิบเมกะบิทสามารถดูแลเครื่อง MRI หรือเอกซเรย์ได้เลย นอกจากนี้ยังมี e-อสม. ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ผลิต อสม.ขึ้นมาถ้าผนวกรวมกับระบบดิจิทัลให้เขาสร้างเครือข่ายถึงกันได้ก็จะเป็นประโยชน์แบ่งปันความรู้และข้อมูลถึงกันได้รวดเร็ว
ขณะที่นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการแห่งไลน์ ก็ระบุว่า ประเทศไทยใช้ไลน์เป็นช่องทางการสื่อสารเป็นสองรองจากญี่ปุ่น และมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องจากการใช้ไลน์มากมาย โดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่ปัจจุบันมีเครือข่ายถึงกว่า 30,000 แห่ง และเร็ว ๆ นี้จะเปิดไลน์แท็กซี่
ด้าน ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการดีป้า กล่าวว่า โครงสร้างประชากรไทยเกือบเจ็ดสิบล้านคนแจ้งตัวเลขของคนที่ยังไม่เข้าสู่ความเป็นดิจิทัล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรราว 5 ล้านครัวเรือนหรือกว่า 7 ล้านคน โดยคนเหล่านี้ต้องการการสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาเป็นคนพันธุ์ดิจิทัล ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของภาคอุตสาหกรรมใหม่ประเทศ โดยเฉพาะในธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีเกือบ 3 ล้าน จะทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนแปลงเอสเอ็มอีเหล่านี้ไปสู่ผู้ประกอบการด้านดิจิทัลที่สามารถกระตุ้นจีดีพีให้เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องได้มันสมองระดับซีอีโอของภาคเอกชนมาช่วยขับเคลื่อน ก็จะทำให้ประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างแท้จริง
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้าไปมีบทบาทอย่างมาก สิ่งที่กระทรวงฯ ดำเนินการอยู่คือ โครงการเน็ตประชารัฐ ปัจจุบันประเทศไทยมีอยู่ 75,000 หมู่บ้าน มีเน็ตประชารัฐไปแล้ว 30,000 หมู่บ้าน อีกสามเดือนคาดว่าจะเห็นอีก 24,000 หมู่บ้าน และใช้เงินจากกองทุนเงินข้างนอกเพื่อดำเนินการให้ครบ 18,000 หมู่บ้านสุดท้ายเมื่อทุกหมู่บ้านลืมตาอ้าปากได้เพราะมีซุปเปอร์ไฮเวย์ ก็จะพลิกโฉมวิธีการทำงานของเราให้ทันสมัยมากขึ้น
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกประการคือ เรื่องสุขภาพ ขณะนี้ดีอีได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขพัฒนาระบบ e-Health เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ตอนนี้แพทย์ชุมชนสามารถปรึกษาแพทย์จากโรงพยาบาลในเมืองได้ โดยที่สัญญานไม่กระตุก เพราะสามสิบเมกะบิทสามารถดูแลเครื่อง MRI หรือเอกซเรย์ได้เลย นอกจากนี้ยังมี e-อสม. ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ผลิต อสม.ขึ้นมาถ้าผนวกรวมกับระบบดิจิทัลให้เขาสร้างเครือข่ายถึงกันได้ก็จะเป็นประโยชน์แบ่งปันความรู้และข้อมูลถึงกันได้รวดเร็ว
ขณะที่นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการแห่งไลน์ ก็ระบุว่า ประเทศไทยใช้ไลน์เป็นช่องทางการสื่อสารเป็นสองรองจากญี่ปุ่น และมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องจากการใช้ไลน์มากมาย โดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่ปัจจุบันมีเครือข่ายถึงกว่า 30,000 แห่ง และเร็ว ๆ นี้จะเปิดไลน์แท็กซี่
ด้าน ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการดีป้า กล่าวว่า โครงสร้างประชากรไทยเกือบเจ็ดสิบล้านคนแจ้งตัวเลขของคนที่ยังไม่เข้าสู่ความเป็นดิจิทัล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรราว 5 ล้านครัวเรือนหรือกว่า 7 ล้านคน โดยคนเหล่านี้ต้องการการสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาเป็นคนพันธุ์ดิจิทัล ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของภาคอุตสาหกรรมใหม่ประเทศ โดยเฉพาะในธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีเกือบ 3 ล้าน จะทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนแปลงเอสเอ็มอีเหล่านี้ไปสู่ผู้ประกอบการด้านดิจิทัลที่สามารถกระตุ้นจีดีพีให้เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องได้มันสมองระดับซีอีโอของภาคเอกชนมาช่วยขับเคลื่อน ก็จะทำให้ประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างแท้จริง











