
‘ทียู สมาร์ทฯ’เตรียมเปิดใช้
“ทียู สมาร์ท ไบค์ มิเตอร์” ระบบคิดค่าโดยสารผ่านสมาร์ทโฟน พร้อมระบบตรวจจับการขับขี่ และการแจ้งเตือนการเกิดอุบัติเหตุสำหรับจักรยานยนต์รับจ้าง มุ่งแก้ปัญหาการคิดค่าโดยสารไม่เป็นธรรมและป้องกันอาชญากรรม เตรียมเปิดทดลองใช้ในปีการศึกษานี้
ผศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ หัวหน้าโครงการในฐานะอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีมวิจัยทั้งอาจารย์และนักศึกษาได้ร่วมกันคิดค้นนวัตกรรม “TU-SMART BIKE METER” หรือ นวัตกรรมระบบติดตามและการคิดคำนวณค่าโดยสารและติดตามพฤติกรรมการขับขี่แบบมาตรฐานสำหรับจักรยานยนต์รับจ้างสำหรับประเทศไทยขึ้น
โดยยึดหลักการ “เป็นธรรม โปร่งใส ปลอดภัย” โดยสร้างเป็นไอทีแพลตฟอร์มขึ้นตามนโยบาย Thailand 4.0 และเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นเมือง อัจฉริยะของมหาวิทยาลัยด้วยแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นนี้จะเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการข้อมูลตามฐานเวลาปัจจุบันและถูกเก็บไว้ในที่ปลอดภัย วิธีการใช้งานก็ง่ายมาก ผู้โดยสารที่มีมือถือก็แตะเครื่องกับ NFC หรือ Scan QR Code ติดอยู่ด้านหลังเสื้อวิน และจะส่งผ่านข้อมูล ทั้งชื่อ อายุ หมายเลขวินเขตการให้บริการของวินนั้นๆ และตำแหน่งเส้นทางการขับขี่ ราคาค่าโดยสาร ปรากฏในโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้บริการผ่านเว็บบราวเซอร์ซึ่งก็สามารถดูได้จากคอมพิวเตอร์ทั่วไปตามฐานเวลาจริง
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ส่วนที่ 2 คือมิเตอร์ซึ่งจะติดอยู่ด้านแฮนด์ขวาของผู้ขับขี่ ซึ่งจะแสดงค่าโดยสารและจะคำนวณจากปัจจัยหลัก 3 ด้านคือราคาที่แปรผันตามระยะทาง เขตพื้นที่การให้บริการ และปัจจัยที่ส่งผลต่อการเดินทางเช่น ปริมาณความหนาแน่นของรถ โดยอ้างอิงเวลาตามจริงและสามารถส่งต่อให้กับคนที่ใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังในยามวิกาลซึ่งจะช่วยลดปัญหาการก่ออาชญากรรมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งอุปกรณ์ยังสามารถตรวจสอบการเกิดอุบัติเหตุแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะปรากฏหน้าจอแสดงให้เห็นถึงการตรวจเจอการเกิดอุบัติเหตุเช่น กรณีเกิดการกระแทกหรือชนหากผู้ขับขี่ไม่กดยืนยันด้วยตัวเองภายใน 10 วินาที และใน อนาคตจะพัฒนาให้สามารถใช้ได้ในรูปแบบแอพพลิเคชัน ที่ใช้ชื่อว่า Motorbike meter Apps
[caption id="attachment_177706" align="aligncenter" width="503"]
‘ทียู สมาร์ทฯ’เตรียมเปิดใช้[/caption]
ทั้งนี้นวัตกรรมดังกล่าวจะทดลองใช้ในปีการศึกษา 2560 และคาดว่าจะนำมาใช้อย่างเป็นทางการได้ในช่วงต้นปี 2561 และเพื่อให้เกิดการต่อยอดสู่การใช้งานจริงในสังคมจะขยายความร่วมมือการทดสอบไปยังสถานที่อื่นๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ ก่อนนำไปใช้กับวินมอเตอร์ไซค์ทั่วไป และในอนาคตยังสามารถปรับปรุงให้ใช้กับธุรกิจโลจิสติกส์และ โซ่อุปทานต่างๆ ได้ ความซับซ้อนของงานวิจัยนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องนวัตกรรมเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของวัฒนธรรมการให้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เรียกว่า “ระบบวิน” และได้คำนึงถึงวัฒนธรรมนี้ในการดำเนินการซึ่งจะต้องสามารถประสานผลประโยชน์ได้อย่างเป็นธรรมและโปร่งใสในกรณีที่มีการให้บริการวินมอเตอร์ไซค์ข้ามเขตพื้นที่ ทั้งนี้นวัตกรรมดังกล่าวได้รับรางวัลเหรียญทองเกียรติยศ จากเวทีประกวดนวัตกรรมนานาชาติ ณ กรุงเจนีวา ครั้งที่ 45 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และส่วนหนึ่งของนวัตกรรมชิ้นนี้ยังได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยมุ่งเป้าด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทานจากสำนักงานกอง ทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) อีกด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,278 วันที่ 13 - 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
ผศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ หัวหน้าโครงการในฐานะอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีมวิจัยทั้งอาจารย์และนักศึกษาได้ร่วมกันคิดค้นนวัตกรรม “TU-SMART BIKE METER” หรือ นวัตกรรมระบบติดตามและการคิดคำนวณค่าโดยสารและติดตามพฤติกรรมการขับขี่แบบมาตรฐานสำหรับจักรยานยนต์รับจ้างสำหรับประเทศไทยขึ้น
โดยยึดหลักการ “เป็นธรรม โปร่งใส ปลอดภัย” โดยสร้างเป็นไอทีแพลตฟอร์มขึ้นตามนโยบาย Thailand 4.0 และเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นเมือง อัจฉริยะของมหาวิทยาลัยด้วยแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นนี้จะเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการข้อมูลตามฐานเวลาปัจจุบันและถูกเก็บไว้ในที่ปลอดภัย วิธีการใช้งานก็ง่ายมาก ผู้โดยสารที่มีมือถือก็แตะเครื่องกับ NFC หรือ Scan QR Code ติดอยู่ด้านหลังเสื้อวิน และจะส่งผ่านข้อมูล ทั้งชื่อ อายุ หมายเลขวินเขตการให้บริการของวินนั้นๆ และตำแหน่งเส้นทางการขับขี่ ราคาค่าโดยสาร ปรากฏในโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้บริการผ่านเว็บบราวเซอร์ซึ่งก็สามารถดูได้จากคอมพิวเตอร์ทั่วไปตามฐานเวลาจริง
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ส่วนที่ 2 คือมิเตอร์ซึ่งจะติดอยู่ด้านแฮนด์ขวาของผู้ขับขี่ ซึ่งจะแสดงค่าโดยสารและจะคำนวณจากปัจจัยหลัก 3 ด้านคือราคาที่แปรผันตามระยะทาง เขตพื้นที่การให้บริการ และปัจจัยที่ส่งผลต่อการเดินทางเช่น ปริมาณความหนาแน่นของรถ โดยอ้างอิงเวลาตามจริงและสามารถส่งต่อให้กับคนที่ใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังในยามวิกาลซึ่งจะช่วยลดปัญหาการก่ออาชญากรรมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งอุปกรณ์ยังสามารถตรวจสอบการเกิดอุบัติเหตุแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะปรากฏหน้าจอแสดงให้เห็นถึงการตรวจเจอการเกิดอุบัติเหตุเช่น กรณีเกิดการกระแทกหรือชนหากผู้ขับขี่ไม่กดยืนยันด้วยตัวเองภายใน 10 วินาที และใน อนาคตจะพัฒนาให้สามารถใช้ได้ในรูปแบบแอพพลิเคชัน ที่ใช้ชื่อว่า Motorbike meter Apps
[caption id="attachment_177706" align="aligncenter" width="503"]
ทั้งนี้นวัตกรรมดังกล่าวจะทดลองใช้ในปีการศึกษา 2560 และคาดว่าจะนำมาใช้อย่างเป็นทางการได้ในช่วงต้นปี 2561 และเพื่อให้เกิดการต่อยอดสู่การใช้งานจริงในสังคมจะขยายความร่วมมือการทดสอบไปยังสถานที่อื่นๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ ก่อนนำไปใช้กับวินมอเตอร์ไซค์ทั่วไป และในอนาคตยังสามารถปรับปรุงให้ใช้กับธุรกิจโลจิสติกส์และ โซ่อุปทานต่างๆ ได้ ความซับซ้อนของงานวิจัยนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องนวัตกรรมเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของวัฒนธรรมการให้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เรียกว่า “ระบบวิน” และได้คำนึงถึงวัฒนธรรมนี้ในการดำเนินการซึ่งจะต้องสามารถประสานผลประโยชน์ได้อย่างเป็นธรรมและโปร่งใสในกรณีที่มีการให้บริการวินมอเตอร์ไซค์ข้ามเขตพื้นที่ ทั้งนี้นวัตกรรมดังกล่าวได้รับรางวัลเหรียญทองเกียรติยศ จากเวทีประกวดนวัตกรรมนานาชาติ ณ กรุงเจนีวา ครั้งที่ 45 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และส่วนหนึ่งของนวัตกรรมชิ้นนี้ยังได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยมุ่งเป้าด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทานจากสำนักงานกอง ทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) อีกด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,278 วันที่ 13 - 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2560









