
อาร์บีทีผนึกโลจิเทคบุกตลาด Video Collaborationกวาดลูกค้า
อาร์ทีบีฯ ตอบรับเทรนด์ตลาด UCC (Unified Communication & Collaboration) ที่กำลังเติบโตเพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มองค์กรยุคใหม่ที่นิยมหลอมรวมการสื่อสารทุกอย่างในองค์กรไว้ด้วยกัน เดินหน้าผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำระดับโลก “โลจิเทค” (Logitech) ลุยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Video Collaboration รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมกัน 4 รุ่น ได้แก่ Logitech Group, Logitech MeetUp, Logitech BRIO, และ Logitech SmartDock ซึ่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำเป็นหัวหอกบุกตลาด ทั้งเปิดตัวผลิตภัณฑ์วิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์รุ่นล่าสุดอีกหลากหลายรุ่น กองทัพกล้องเว็บแคมคุณภาพอีกมากมาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าองค์กรได้ครบ ทุกเซ็กเมนต์
ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่าตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา นอกจากความแข็งแกร่งในตลาดคอนซูเมอร์แล้ว อาร์ทีบีฯ ยังมีความเชี่ยวชาญในการทำตลาดเอ็นเตอร์ไพรส์อย่างมาก โดยปีที่ผ่านมาตลาดเอ็นเตอร์ไพรส์ นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมากโดยมียอดขายเติบโตถึง 30% ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคมีความมั่นใจในแบรนด์สินค้าที่บริษัท นำเข้ามาทำตลาด รวมถึงการมีทีมขายที่แข็งแกร่งและการให้บริการที่แตกต่างอย่างมืออาชีพ
ดังนั้น เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จในการทำตลาดเอ็นเตอร์ไพรส์ กอปรกับแนวโน้มของตลาด UCC (Unified Communication & Collaboration) ที่มีการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น จากข้อมูลของ Global Market Insights, Inc. ระบุว่า ภาพรวมตลาดมีการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักทุกปี และคาดว่าภายในปี 2023 มูลค่าตลาด UCC ทั่วโลกจะอยู่ที่ 96 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดมีการเติบโตสูงขึ้น มาจากองค์กรยุคใหม่กำลังก้าวเข้าสู่ยุค UCC ซึ่งเป็นการหลอมรวมการสื่อสารในองค์กรทุกอย่างไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Instant messaging (Chat), IP telephony, Mobility Features, Web & Video Conferencing เป็นต้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและสะดวกในการบริหารจัดการ
ด้วยเหตุนี้ ในปีนี้ อาร์ทีบีฯ จึงได้ร่วมกับโลจิเทค ซึ่งเป็นแบรนด์ที่คนไทยรู้จักกันดี ในฐานะผู้นำผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ระดับโลกมายาวนาน ในการเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Video Collaboration โดย เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะได้รับผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
สำหรับการรุกตลาด ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในกลุ่ม Video Collaboration จำนวน 4 รุ่นเป็นหัวหอกในการบุกตลาด ได้แก่ Logitech Group, Logitech MeetUp, Logitech BRIO, และ Logitech SmartDock โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 รุ่น มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุดเพื่อมอบประสบการณ์ประชุมในองค์กรด้วยภาพสุดคมชัดและระบบเสียงที่ชัดใสในทุกๆ การประชุมให้กับผู้ใช้งาน เพื่อให้ประหยัดทั้งเวลา ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสามารถประชุมเรื่องเร่งด่วนได้ด้วยความรวดเร็วอีกด้วย
สำหรับ Logitech Group เป็นกล้องวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่ออกแบบมาสำหรับจัดประชุมทางไกลระดับมืออาชีพสำหรับกลุ่มที่มีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 14 คนในห้องเดียว โดยมาพร้อมเทคโนโลยีบันทึกภาพวิดีโอคุณภาพที่มีความละเอียดระดับ HD 1080p ที่อัตรา 30 เฟรมต่อวินาที พร้อมซูม 10 เท่า รองรับภาพโคลสอัพที่แสดงรายละเอียดต่าง ๆ อย่างชัดเจน รวมถึงไมโครโฟนขยายที่เป็นอุปกรณ์เสริม ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Plug-and-Play ที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แมคอินทอช หรือแม้แต่ Thin Client ทำให้องค์กรสามารถเชื่อมต่อและประชุมออนไลน์กับลูกค้าอย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลกก็ตาม พร้อมวางจำหน่าย มีระดับราคาประมาณ 46,000 บาท
ขณะที่ Logitech MeetUp เป็นกล้องวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ระดับพรีเมี่ยมรุ่นใหม่ล่าสุด เหมาะสำหรับการประชุมทางวิดีโอขนาดกลุ่มเล็กถึงกลางที่มีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 6 คนในห้องเดียว มาพร้อมกับเซนเซอร์รับภาพ Ultra HD 4K ที่รองรับความละเอียดของวิดีโอได้หลายรูปแบบ ทั้ง HD (720p), Full HD (1080p) และ Ultra HD (4K หรือ 2160p), สามารถให้มุมมองภาพ (FOV) ได้ 120 องศา เพื่อให้เห็นคนในห้องประชุมได้ครอบคลุมที่สุด ทั้งยังมีไมโครโฟนขยายที่เป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อรองรับผู้ใช้ไม่เกิน 8 คนในการประชุมร่วมกัน พร้อมรองรับการติดตั้งได้หลากหลายรูปแบบ เช่นวางบนโต๊ะ ยึดติดกับหน้าจอแสดงภาพหรือยึดติดกับผนังด้านบนหรือด้านล่างของจอแสดงภาพ พร้อมวางจำหน่ายปลายเดือนกรกฏาคมนี้ ในราคา 37,900 บาท
ส่วน Logitech BRIO เป็นสุดยอดกล้องเว็บแคม สำหรับการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอระดับพรีเมี่ยม โดยเป็นกล้องเว็บแคมรุ่นแรกของโลจิเทค ที่มาพร้อมเทคโนโลยีภาพที่มีความละเอียดสูงในระดับ 4K Ultra HD ทำให้ได้ภาพสุดคมชัด พร้อมกับเทคโนโลยีประมวลผลภาพ RightLight™ 3 และ High Dynamic Range (HDR) ที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการสตรีมมิ่งหรือวิดีโอแชทที่สวยงาม และเก็บภาพในที่แสงน้อยได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังสามารถซูมภาพแบบ Full HD ได้ 5 เท่า โดยที่คุณภาพไม่เสียหาย ยิ่งกว่านั้น ตัวกล้องยังถูกออกแบบให้มีความทันสมัยและมีระบบ Infrared สำหรับตรวจจับใบหน้า ซึ่งรองรับการทำงานร่วมกับฟังก์ชั่นการเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์ผ่านการสแกนใบหน้า หรือ Windows Hello™ ทำให้สามารถป้องกันการล็อคอินโดยไม่ได้รับอนุญาตได้อย่างปลอดภัย พร้อมวางจำหน่ายในราคา 8,400 บาท
สำหรับ Logitech SmartDock เป็นโซลูชั่นห้องประชุมที่ถูกออกแบบเป็นพิเศษสำหรับ Microsoft Skype for Business ซึ่งจะเปิดประสบการณ์ใหม่ในการประชุมที่สมบูรณ์แบบและง่ายดายอย่างไม่เคยมีมาก่อน ด้วยการผนวกระบบ Skype Room System (SRS) ให้ทำงานร่วมกับจอแสดงผลวิดีโอได้ถึง 2 จอพร้อมๆ กัน (2 x HDMI-Out) และเป็นแบบแยกกัน (Extend) ระหว่างภาพวิดีโอคอนเฟอเรนซ์และภาพข้อมูล (Shared Content) รวมถึงทำงานร่วมกันกับกล้องวิดีโอคอนเฟอเรนซ์แบบ USB ที่มีอยู่อย่างง่ายดายด้วยการสัมผัสเพียงครั้งเดียว ก็สามารถเริ่มการประชุมได้ทันที พร้อมวางจำหน่ายในราคาประมาณ 29,900 บาท ไม่รวม Microsoft Surface
ทั้งทางนี้ อาร์ทีบีฯ ยังมีผลิตภัณฑ์วิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์หลายรุ่น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าและครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์มากยิ่งขึ้น อาทิ ผลิตภัณฑ์สำหรับ โมบายเวิร์กเกอร์ ในการประชุมนอกสถานที่ หรือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต่อพ่วงกับ “โน๊ตบุ๊ค” และ “เดสก์ทอป” เดี่ยว ๆ ได้แก่ Logitech BRIO , Logitech Webcam C930e , Logitech C925e Webcam , Logitech B525 HD Webcam เป็นต้น
ห้องประชุมขนาดเล็กที่มีผู้เข้าร่วมประชุมอยู่ที่ 1-4 คน เหมาะกับผลิตภัณฑ์ Logitech ConferenceCam Connect , Logitech ConferenceCam BCC950 เป็นต้น ห้องประชุมขนาดกลางที่มีผู้เข้าร่วมประชุมอยู่ที่ 4-8 คน เหมาะกับผลิตภัณฑ์ Logitech MeetUp , Logitech ConferenceCam Kit , Logitech SmartDock เป็นต้น
หรือห้องประชุมขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมประชุมอยู่ที่ 8-15 คนขึ้นไป เหมาะกับผลิตภัณฑ์ Logitech Group , Logitech PTZ Pro Camera , Logitech ConferenceCam Kit , Logitech SmartDock เป็นต้น
ด้านนางสาวศิราณี วุฒิภดาดร ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท โลจิเทค จำกัด กล่าวว่า นับเป็นความร่วมมือในการดำเนินธุรกิจครั้งแรกและเป็นครั้งสำคัญของบริษัทฯ กับอาร์ทีบีฯ โดยได้มอบหมายให้อาร์ทีบีฯ เป็นพันธมิตรหลักที่สำคัญในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Video Collaboration ครั้งนี้ เนื่องจากเล็งเห็นว่าอาร์ทีบีฯ มีเครือข่ายของ Reseller ที่เป็นพันธมิตรทางด้าน UCC (Unified Communication & Collaboration) ที่แข็งแกร่ง รวมทั้งมีทีมขายในกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรส์ที่เจาะเซ็กเม้นต์สำคัญในเมืองไทยได้ครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์ และการให้บริการหลังการขายแบบมืออาชีพ จึงทำให้มั่นใจว่าการร่วมเป็นพันธมิตรในครั้งนี้จะผลักดันให้สินค้า Video Collaboration ของโลจิเทคก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดในเวลาอันรวดเร็ว











