thansettakij
thansettakij
‘ไอเอ็มซี’ สำรวจบุคลากรไอที พบใช้ ‘บิ๊กดาต้า-คลาวด์ ’

‘ไอเอ็มซี’ สำรวจบุคลากรไอที พบใช้ ‘บิ๊กดาต้า-คลาวด์ ’

10 มิ.ย. 60 | 04:20 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มิ.ย. 60 | 10:47 น.
ไอเอ็มซี เผยผลสำรวจทักษะบุคลากรด้านไอทีในไทย พบอัตราการใช้เทคโนโลยีคลาวด์-บิ๊กดาต้า ในองค์กยเพิ่มขึ้นสวนทางกับเทคโนโลยีใหม่อย่างบล็อกเชนที่อยู่ในระดับต่ำมาก สะท้อนว่าบุคลากรไทยยังต้องได้รับการผลักดันต่อเนื่องทักษะบล็อกเชน รับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอล

ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการ สถาบันไอเอ็มซี เปิดเผยว่า ผลการสำรวจทักษะบุคลากรด้านไอทีไทย โดยสถาบันไอเอ็มซี พบว่า 40%บุคลากรไอดีไทยเข้าใจและเริ่มใช้เทคโนโลยี บิ๊กดาต้า โดยราว 56% ระบุว่าเคยใช้เทคโนโลยีคลาวด์ ขณะที่ตวามเข้าใจ และเริ่มใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ยังมีอัตราที่ต่ำ ทั้งนี้บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่องค์กรไทยควรตระหนักและนำไปใช้ เพราะ บล็อกเชนนั้นสามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ไม่เพียงการโอนเงินที่ปลอดภัยและรวดเร็ว แต่ยังลดโอกาสที่ไวรัสหรือมัลแวร์จะทำลายข้อมูลในคอมพิวเตอร์ด้วย

App42647755_s “บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่ทุกคนให้ความสนใจ เพราะถูกมองว่าจะเหมือนกับอินเจอร์เน็ตที่เข้ามาเปลี่ยนโลกทั้งใบ อย่างมัลแวร์ WannaCry ถ้ามี บล็อกเชนก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะข้อมูลถูกจัดเก็บหลายที่”

สำหรับ บล็อกเชนนั้นเป็นเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลแบบกระจายหลายที่จนทำให้เกิดความปลอดภัยสูง จุดเด่นนี้ทำให้เทคโนโลยี บล็อกเชนมีแผนถูกนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง โดยจุดเด่นของ บล็อกเชนยังอยู่ที่การตรวจสอบความเคลื่อนไหว ซึ่งจะทำให้องค์กรรับรู้ข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างโปร่งใส ทำให้ บล็อกเชนไม่ได้เหมาะกับเพียงระบบโอนเงินเท่านั้น แต่สามารถนำมาใช้ได้กับทุกระบบที่ต้องการเก็บข้อมูล ทั้งรูปแบบจำกัดเฉพาะคนในองค์กร (Private) และแบบเปิดกว้างต่อสาธารณชน (Public)

ทั้งนี้ผลการสำรวจปี 2559 ของ ไอบีเอ็ม พบว่า 15% ของธนาคารใหญ่ระดับโลก กำลังมีแผนประยุกต์ บล็อกเชนเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ ก่อนที่ตัวเลขนี้จะขยับเพิ่มเป็น 65% ในอีก 3 ปีหรือปี 2563

ดร.ธนชาติ กล่าวต่อไปว่าสถาบันไอเอ็มซีได้เตรียมจัดอบรมสำหรับทั้งนักพัฒนาและผู้บริหาร โดยต้องการให้หลายส่วนได้เรียนรู้ที่มาที่ไป ซึ่งได้เชิญวิทยากร 17 คนซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เคยสัมผัส บล็อกเชนมาแล้วและพบประเด็นจากประสบการณ์ตรง โดยหัวข้อการอบรม จะครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ รวมถึงข้อบังคับ และกฏหมายที่ต้องเตรียม

“ภาพรวม มูลค่าตลาดบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี บล็อกเชนทั่วโลกคาดว่าจะขยายตัวจาก 210 ล้านดอลล่าร์สหรัฐในปี 2559 มาเป็น 2.3 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐในปี 2564 โดยเม็ดเงินบางส่วนจะหมุนวนในกลุ่มผู้ให้บริการโซลูชันและโครงข่ายเป็นหลักสำหรับประเทศไทย เชื่อว่าการลงทุนเรื่องเทคโนโลยี บล็อกเชนควรจะเริ่มที่การพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะทำให้องค์กรไทยมีความพร้อมเพิ่มขีดความสามารถสู่ระดับโลก เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,268 วันที่ 8 - 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560