thansettakij
thansettakij
‘กะปุกท็อปอัพ’ตั้งเป้าปี 60 เดินหน้าลุยภูธร

‘กะปุกท็อปอัพ’ตั้งเป้าปี 60 เดินหน้าลุยภูธร

24 ธ.ค. 59 | 05:00 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ธ.ค. 59 | 12:04 น.
ต้องยอมรับว่าตู้เติมเงินโทรศัพท์เคลื่อนที่กำลังได้ความนิยมเพิ่มขึ้นในลำดับ ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการหลายค่ายเข้ามาในตลาด ไม่ได้จำกัดแค่ ตู้บุญเติม,ซิงเกอร์,เอจี เท่านั้น หากแต่ยังมี “กะปุกท็อปอัพ (KapookTopup) ที่เป็นผู้เล่นในตลาด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ เซเว่นอีเลฟเว่น ยกเลิกขายบัตรเติมเงิน วัน-ทู-คอล ส่งผลให้บรรดาตู้เติมเงินได้รับผลประโยชน์เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม “ฐานเศรษฐกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ นายธนัญชัย สมุหวิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ เว็บ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการธุรกรรมออนไลน์ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายตู้เติมเงิน“กะปุก” หรือ "กะปุกท็อปอัพ (KapookTopup) ติดตามอ่านจากบรรทัดถัดจากนี้

 ยอดเพิ่มขึ้นหรือไม่

ส่งผลให้ยอดเติมเงินเพิ่มขึ้น 20% จากเดิมวัน-ทู-คอล เติมประมาณ 100 ล้านบาทต่อเดือนติดตั้งอยู่บริเวณรอบชุมชน ซึ่งตู้กะปุกส่วนใหญ่กระจายไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดมากกว่ากรุงเทพ

 วางโพสิชัน

ตลาดต่างจังหวัดยังมีโอกาสอีกเยอะและมีช่องว่างพอสมควรส่วนใหญ่เป็นลูกค้าระบบเติมเงิน จากข้อมูลสถิติของผู้ใช้ระบบเติมเงินหรือพรีเพด มีผู้ใช้งานประมาณ 70 % ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหมด 82 ล้านเลขหมายทั่วประเทศ คิดเป็น 122% จากจำนวนประชากรทั้งหมด เป็นแบบเติมเงิน 83 % แบบรายเดือน 17% แบ่งเป็นระบบ 3จี –4จี ประมาณ 98 % โดยมีอัตราการเติบโตจากจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ต 21 % จากจำนวนผู้ใช้โซเชียลมีเดีย19 % จำนวนผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กบนสมาร์ทโฟน21 % ขณะที่จำนวนหมายเลขโทรศัพท์ที่จดทะเบียนลดลง 15 %

เหตุผลที่ระบบเติมเงินเติบโตมีด้วยกัน 2 ปัจจัย คือ 1.ปริมาณการใช้ข้อมูลดาต้าที่เพิ่มขึ้น ปริมาณของคนใช้งานของเบอร์โทร และ ค่าโทร จึงเยอะขึ้นเนื่องจากแนวโน้มของธุรกิจเปลี่ยนไป เพราะมีเทคโนโลยี 4 จีเร็วขึ้น และ การสื่อสารผ่านโซเชียลมากขึ้น และ 2.การกระจายตู้ออกไปมากขึ้นในปี 2560

 ตู้ทั้งหมด

สิ้นปี 1 หมื่นตู้ คอนเซ็ปต์ของบริษัทฯแตกต่างจากคู่แข่ง คือ ของเราเป็นทั้งแฟรนไชส์และขายขาด เหตุผลเพราะว่าบางครั้งในบางสถานที่ต้องการรูปแบบแฟรนไชส์ และ ซื้อขาดเป็นของตัว แต่บริษัทฯเน้นแฟรนไชส์ 85% ค่าแฟรนไชส์ 1.29 หมื่นบาท แฟรนไชส์ จะตอบโจทย์มีรายได้เพิ่ม และ ไม่มีเวลา

 นอกเหนือจากตู้เติมเงิน

เติมเงิน บัตรเกม บัตรเงินสด จ่ายบิลค่าโทรศัพท์รายเดือน และในเดือนธันวาคม ทำแคมเปญร่วมกับเซเรบอส ขายกระเช้าแบรนด์ซุปไก่ เป็นโครงการที่ร่วมมือกันสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านตู้เติมเงินได้ ต่อไปตู้เติมเงินเปลี่ยนบริการที่อยู่ในตู้ไม่ใช่เติมเงินเพียงอย่างเดียว แต่จะขายสินค้าด้วย ต่อไปตู้เติมเงินจะทำหน้าที่เป็นจุดขายสินค้าและบริการ รวมไปถึงจำนำมือถือมาขายในตู้เติมเงินอีกด้วย เพราะแคมเปญของ เซเรบอส โครงการสิ้นสุดประมาณเดือนมกราคม 2559 หน้าที่ของตู้เติมเงิน 1.รับเงินเข้าบัตรในระบบ และ 2ทำหน้าที่ซื้อและบริการตลอด 24 ชั่วโมง

 สัดส่วนระบบที่เติมเงิน

เอไอเอส ประมาณ 55% ,ดีแทค 25% และ ทรูมูฟ 15%

 แผนปีหน้า

ปีนี้จบที่ 1 หมื่นตู้ และ ยอดเติมเงินเติบโต 40% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ปีนี้อยู่ที่2,200 ล้านบาท เหตุผลที่เติบโตคนใช้ระบบเติมเงินมากขึ้นเนื่องจากการใช้งานดาต้า และ บริการใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น และ บริการโอนเงินหน้าตู้เติมเงิน เริ่มทำแล้วเมื่อตั้งแต่ไตรมาส 2/2559 เสียค่าธรรมเนียมต่อครั้ง 40 บาท เป็นไปตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งไป ต่อไปตู้เติมเงินจะไม่ได้แค่เติมเงิน

“บริษัทเราทำเติมเงินออนไลน์ชื่อ www.siamtopup.com สมัยก่อนจะเห็นตู้รับชำระบิลค่าน้ำและค่าไฟ แบบ Manual (จัดการด้วยตัวเอง) เห็นโอกาสได้เขียนซอฟต์แวร์ระบบหลังบ้านขึ้นมาและติดตั้งให้หลายๆ บริษัทเช่นเดียวกัน เป็นสมาชิกในเว็บไซต์ 1 แสนราย”

 จุดเด่น

ของบริษัทฯมาจากสายพัฒนาซอฟต์แวร์ เขียนโปรแกรมเองทั้งหมด การที่มาทำตู้เติมเงินทำให้คุณสมบัติแตกต่างกับตู้เติมเงินรายอื่น บางตู้ต้องกดค่ายมือถือ แต่ของกะปุกท็อปอัพ กดเลขหมายได้เลย ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที ถ้าเติม 10 บาทคิดค่าบริการเพิ่ม 2 บาท

 ผลการดำเนินงาน

ปี 2557 มียอดเติมเงินในระบบ 1,230 ล้านบาท และ ในปี 2558 มียอดเติมเงินในระบบ 1,610 ล้านบาท เติบโตคิดเป็นสัดส่วน 31%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,220 วันที่ 22-24 ธันวาคม 2559