
‘โซเชียล เนชั่น’พันธมิตรอินทัชฯตั้งเป้าสยายปีกทั่วโลก
ถือว่าเป็นบริษัทรายที่ 10 ที่โครงการอินเว้นท์ (Invent)ของ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์จำกัด (มหาชน) ได้เข้าไปร่วม ลงทุนกับ บริษัท Social Nation จำกัดสตาร์ตอัพในซิลิคอน วัลเล่ย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ร่วมก่อตั้งเป็นคนไทยมีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Ads Optimal ซึ่งได้ช่วยให้ผู้โฆษณาเข้าถึงผู้ชมไปแล้วกว่า 2,000 ล้านวิวในปี 2558
อย่างไรก็ตาม “ฐานเศรษฐกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ นายปรัชญาไพศาลวิภัชพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท Social Nation จำกัดเกี่ยวกับแผนธุรกิจภายหลังที่ อินเว้นท์เข้ามาร่วมลงทุน
ใครเป็นคนทาบทาม
พี่มด (ธนพงษ์ ณ ระนอง) จากอินเว้นท์ได้ยินชื่อของ Social Nation มาจากคุณอ้อ-พรทิพย์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทจิตตะฯ ซึ่งเป็นบริษัทคนไทย ที่คลุกคลีอยู่กับธุรกิจเทคโนโลยีในตลาดอเมริกาเหมือนกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยได้ยินเกี่ยวกับอินทัชและการลงทุนในบริษัทสตาร์ตอัพคนไทยมาบ้าง แต่ไม่ได้มีการคุยจริงจัง จนกระทั่งพี่มดได้ติดต่อเข้ามาในตอนนั้นผมได้โชว์ผลงานของทีมเราที่เป็นเทคโนโลยีโฆษณาที่เราทำในรูปแบบ 360 องศา สามารถใช้มือถือหมุนดูภาพหรือวิดีโอในมุมมองที่แตกต่างกันได้ และสามารถใช้กับอุปกรณ์ 3 มิติและเทคโนโลยีเสมือนจริง เข้ามาทำให้โฆษณาบนมือถือดูน่าดึงดูดมากขึ้น หลังจากการพบกันเมื่อปีที่แล้ว จากนั้นทีมงานของพี่มด ก็ติดตามผลงานของเรามาตลอด
อย่างไรก็ตามในปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ธุรกิจในสหรัฐอเมริกาเริ่มมีการเติบโต ผมจึงได้เริ่มมีการวางแผนการระดมเงินทุนและได้เริ่มคุยจริงจังกับพันธมิตรทางธุรกิจในภูมิภาคต่างๆ และได้เริ่มคุยเรื่องเงินลงทุนกับอินทัชมากขึ้น จนในที่สุดก็ได้อินทัชเข้ามาร่วมลงทุนในครั้งนี้
เหตุผลที่ให้ อินเว้นท์ ลงทุน
ถึงแม้ว่าธุรกิจโฆษณาในรูปแบบเสมือนจริงปัจจุบันของ Social Nation มีตลาดหลักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในการขยายธุรกิจของบริษัทในปีนี้และปีหน้าจะขยายไปภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกโดยบริษัทมีเงินทุนจากทวีปอเมริกาเหนือเช่น (GreyCroft Partners, Index Ventures,Horizon Media), ยุโรป (BDMI),จีน (Danhua Capital) และอาเซียน(Invent) ทั้งนี้เพื่อวางรากฐานการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจในแต่ละภูมิภาค ด้วยความช่วยเหลือจาก Invent และ Intouch ผมหวังว่าจะสามารถเข้าสู่ตลาดอาเซียน(ASEAN) ซึ่งเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจมากได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมีขนาดใหญ่และเริ่มมีการทำการตลาดแบบดิจิตอลมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมนั้นมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อินทัชเข้ามาร่วมลงทุนด้วย
เป้าหมายหลังจากนี้
ภารกิจของ Social Nation นั้นคือการทำให้เทคโนโลยีเสมือนจริงนั้นเข้าถึงง่ายและแพร่หลาย โดยหัวใจในการขับเคลื่อนธุรกิจของเราคือการมีผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
“ถึงแม้ว่าทุกวันนี้เราจะมีกลุ่มลูกค้าระดับแนวหน้าอย่าง The New YorkTimes, The Washington Post, TimeInc ใช้ผลิตภณั ฑ์ของเราอยู่ แต่การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีของเรา จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้นนำหน้าคู่แข่งไปอีกขั้นและสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น”
ในขณะเดียวกันก็จะมีการลงทุนด้านการตลาดเพื่อทำธุรกิจของเราให้เป็นที่รู้จักในลูกค้าหมู่มากขึ้น เพราะฉะนั้นเป้าหมายระยะสั้น คือการทำให้เทคโนโลยีโฆษณาเสมือนจริงถูกใช้งานในหมู่ลูกค้าแนวหน้าด้วยประสิทธิภาพเหนือคู่แข่งส่วนเป้าหมายระยะยาวคือการสร้างเครือข่ายโฆษณาระดับพรีเมียม และผลักดันให้เครือข่ายของเราเป็นมาตรฐานในการนำเสนอโฆษณารูปแบบเสมือนจริง เพื่อขยายบริการไปสู่ลูกค้าทั่วโลก
แผนรุกตลาด
เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของเราถูกสร้างมาเพื่อใช้กับสื่ออินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะแผนการตลาดของบริษัท เน้นสื่อออนไลน์เป็นหลัก โดยบริษัทมีการสร้างแบรนด์และการโปรโมตผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของสื่อดิจิตอล การนำเสนอของเราเน้นการให้ลูกค้าเข้ามาทดลองใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงของจริงด้วยตัวเอง ซึ่งเราสามารถแจกจ่ายโฆษณาตัวอย่างให้ดูผ่านทางเว็บหรือลิงก์จากที่ใดก็ได้บนโลกได้ทันที
เนื่องจากจุดเด่นของผลิตภัณฑ์คือ การนำเสนอเนื้อหาในมิติใหม่ๆ แต่เปิดดูได้ง่ายจากมือถือเครื่องใดๆ ก็ได้ การเผยแพร่ผลิตภัณฑ์โดยใช้การตลาดออนไลน์จึงเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับธุรกิจของเรา
อินทัช สนับสนุนในเรื่องใดบ้าง
เงินทุนและคำปรึกษา อินทัชมีบริษัทในเครือข่ายจำนวนมากที่จะช่วยเชื่อมทีมงานของ Social Nation ให้เข้าถึงลูกค้าในประเทศต่างๆ ในอาเซียนได้อินทัชจึงนับเป็นเป็นพันธมิตรในภูมิภาคนี้ที่ดีมาก
แผนลงทุน
ประกอบด้วยกัน 3 ส่วน คือ 1.ขยายทีมงาน 2. พัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม และ 3. การตลาด
มูลค่าตลาด
ทุกวันนี้ตลาดของเทคโนโลยีเสมือนจริงมีแนวโน้มการเติบโตไปกับยอดขายเครื่องมือออกแบบเสมือนจริง (VR: Vertual Reality) ในขณะที่ Samsung GearVR เพิ่งประกาศยอดขาย 1 ล้านเครื่องและ PlayStation VR ที่มีแนวโน้มจะขายได้มากเช่นกัน ซึ่งขนาดของธุรกิจโฆษณาในโลกเสมือนจริงก็จะโตตามการใช้งานของผู้ใช้นี้เอง โดยในอุตสาหกรรมนี้มีการคาดการณ์กันว่าตลาดเทคโนโลยีเสมือนจริงจะใหญ่กว่าตลาดเทคโนโลยีมือถือในปี 2020 และบริษัทก็เคยเห็นบริษัทที่มีมูลค่านับพันล้านดอลลาร์จากเทคโนโลยีโฆษณาของมือถือมาก่อนหน้านี้แล้ว
พันธมิตรเสริมภาพลักษณ์อย่างไร
ลูกค้าของ Social Nation เป็นกลุ่มแบรนด์และสื่อออนไลน์พรีเมียม ในขณะที่บริษัทมีชื่อของลูกค้าชั้นนำมาใช้งานของบริษัทแล้ว การที่ได้รับเงินทุนจากสถาบันที่มีชื่อนั้นยังทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ส่งเสริมภาพลักษณ์จากบริษัทสตาร์ตอัพมาเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงมากขึ้น
ประวัติ นายปรัชญา ไพศาลวิภัชพงศ์ อายุ 30 ปี การศึกษาปรญิ ญาตร:ี คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้านการทำงานปี 2555-ปัจจุบัน ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารในโซเชียลเนชั่น, ปี 2554-2555 ทำงานด้านซอฟต์แวร์เอนจิเนียริง ที่ กูเกิลSoftware Engineer at Googleและ ปี 2551-2554 ทำงานที่ด้านซอฟต์แวร์ เอนจิเนียริง ที่ ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ด้านการแข่งขันต่างๆ เหรียญเงินการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกวิชาการ ปี2546 และ 2547 ชนะเลิศรางวัลMicrosoft Imagine Cup 2550
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,217 วันที่ 11 - 14 ธันวาคม 2559
อย่างไรก็ตาม “ฐานเศรษฐกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ นายปรัชญาไพศาลวิภัชพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท Social Nation จำกัดเกี่ยวกับแผนธุรกิจภายหลังที่ อินเว้นท์เข้ามาร่วมลงทุน
ใครเป็นคนทาบทาม
พี่มด (ธนพงษ์ ณ ระนอง) จากอินเว้นท์ได้ยินชื่อของ Social Nation มาจากคุณอ้อ-พรทิพย์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทจิตตะฯ ซึ่งเป็นบริษัทคนไทย ที่คลุกคลีอยู่กับธุรกิจเทคโนโลยีในตลาดอเมริกาเหมือนกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยได้ยินเกี่ยวกับอินทัชและการลงทุนในบริษัทสตาร์ตอัพคนไทยมาบ้าง แต่ไม่ได้มีการคุยจริงจัง จนกระทั่งพี่มดได้ติดต่อเข้ามาในตอนนั้นผมได้โชว์ผลงานของทีมเราที่เป็นเทคโนโลยีโฆษณาที่เราทำในรูปแบบ 360 องศา สามารถใช้มือถือหมุนดูภาพหรือวิดีโอในมุมมองที่แตกต่างกันได้ และสามารถใช้กับอุปกรณ์ 3 มิติและเทคโนโลยีเสมือนจริง เข้ามาทำให้โฆษณาบนมือถือดูน่าดึงดูดมากขึ้น หลังจากการพบกันเมื่อปีที่แล้ว จากนั้นทีมงานของพี่มด ก็ติดตามผลงานของเรามาตลอด
อย่างไรก็ตามในปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ธุรกิจในสหรัฐอเมริกาเริ่มมีการเติบโต ผมจึงได้เริ่มมีการวางแผนการระดมเงินทุนและได้เริ่มคุยจริงจังกับพันธมิตรทางธุรกิจในภูมิภาคต่างๆ และได้เริ่มคุยเรื่องเงินลงทุนกับอินทัชมากขึ้น จนในที่สุดก็ได้อินทัชเข้ามาร่วมลงทุนในครั้งนี้
เหตุผลที่ให้ อินเว้นท์ ลงทุน
ถึงแม้ว่าธุรกิจโฆษณาในรูปแบบเสมือนจริงปัจจุบันของ Social Nation มีตลาดหลักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในการขยายธุรกิจของบริษัทในปีนี้และปีหน้าจะขยายไปภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกโดยบริษัทมีเงินทุนจากทวีปอเมริกาเหนือเช่น (GreyCroft Partners, Index Ventures,Horizon Media), ยุโรป (BDMI),จีน (Danhua Capital) และอาเซียน(Invent) ทั้งนี้เพื่อวางรากฐานการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจในแต่ละภูมิภาค ด้วยความช่วยเหลือจาก Invent และ Intouch ผมหวังว่าจะสามารถเข้าสู่ตลาดอาเซียน(ASEAN) ซึ่งเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจมากได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมีขนาดใหญ่และเริ่มมีการทำการตลาดแบบดิจิตอลมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมนั้นมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อินทัชเข้ามาร่วมลงทุนด้วย
เป้าหมายหลังจากนี้
ภารกิจของ Social Nation นั้นคือการทำให้เทคโนโลยีเสมือนจริงนั้นเข้าถึงง่ายและแพร่หลาย โดยหัวใจในการขับเคลื่อนธุรกิจของเราคือการมีผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
“ถึงแม้ว่าทุกวันนี้เราจะมีกลุ่มลูกค้าระดับแนวหน้าอย่าง The New YorkTimes, The Washington Post, TimeInc ใช้ผลิตภณั ฑ์ของเราอยู่ แต่การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีของเรา จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้นนำหน้าคู่แข่งไปอีกขั้นและสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น”
ในขณะเดียวกันก็จะมีการลงทุนด้านการตลาดเพื่อทำธุรกิจของเราให้เป็นที่รู้จักในลูกค้าหมู่มากขึ้น เพราะฉะนั้นเป้าหมายระยะสั้น คือการทำให้เทคโนโลยีโฆษณาเสมือนจริงถูกใช้งานในหมู่ลูกค้าแนวหน้าด้วยประสิทธิภาพเหนือคู่แข่งส่วนเป้าหมายระยะยาวคือการสร้างเครือข่ายโฆษณาระดับพรีเมียม และผลักดันให้เครือข่ายของเราเป็นมาตรฐานในการนำเสนอโฆษณารูปแบบเสมือนจริง เพื่อขยายบริการไปสู่ลูกค้าทั่วโลก
แผนรุกตลาด
เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของเราถูกสร้างมาเพื่อใช้กับสื่ออินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะแผนการตลาดของบริษัท เน้นสื่อออนไลน์เป็นหลัก โดยบริษัทมีการสร้างแบรนด์และการโปรโมตผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของสื่อดิจิตอล การนำเสนอของเราเน้นการให้ลูกค้าเข้ามาทดลองใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงของจริงด้วยตัวเอง ซึ่งเราสามารถแจกจ่ายโฆษณาตัวอย่างให้ดูผ่านทางเว็บหรือลิงก์จากที่ใดก็ได้บนโลกได้ทันที
เนื่องจากจุดเด่นของผลิตภัณฑ์คือ การนำเสนอเนื้อหาในมิติใหม่ๆ แต่เปิดดูได้ง่ายจากมือถือเครื่องใดๆ ก็ได้ การเผยแพร่ผลิตภัณฑ์โดยใช้การตลาดออนไลน์จึงเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับธุรกิจของเรา
อินทัช สนับสนุนในเรื่องใดบ้าง
เงินทุนและคำปรึกษา อินทัชมีบริษัทในเครือข่ายจำนวนมากที่จะช่วยเชื่อมทีมงานของ Social Nation ให้เข้าถึงลูกค้าในประเทศต่างๆ ในอาเซียนได้อินทัชจึงนับเป็นเป็นพันธมิตรในภูมิภาคนี้ที่ดีมาก
แผนลงทุน
ประกอบด้วยกัน 3 ส่วน คือ 1.ขยายทีมงาน 2. พัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม และ 3. การตลาด
มูลค่าตลาด
ทุกวันนี้ตลาดของเทคโนโลยีเสมือนจริงมีแนวโน้มการเติบโตไปกับยอดขายเครื่องมือออกแบบเสมือนจริง (VR: Vertual Reality) ในขณะที่ Samsung GearVR เพิ่งประกาศยอดขาย 1 ล้านเครื่องและ PlayStation VR ที่มีแนวโน้มจะขายได้มากเช่นกัน ซึ่งขนาดของธุรกิจโฆษณาในโลกเสมือนจริงก็จะโตตามการใช้งานของผู้ใช้นี้เอง โดยในอุตสาหกรรมนี้มีการคาดการณ์กันว่าตลาดเทคโนโลยีเสมือนจริงจะใหญ่กว่าตลาดเทคโนโลยีมือถือในปี 2020 และบริษัทก็เคยเห็นบริษัทที่มีมูลค่านับพันล้านดอลลาร์จากเทคโนโลยีโฆษณาของมือถือมาก่อนหน้านี้แล้ว
พันธมิตรเสริมภาพลักษณ์อย่างไร
ลูกค้าของ Social Nation เป็นกลุ่มแบรนด์และสื่อออนไลน์พรีเมียม ในขณะที่บริษัทมีชื่อของลูกค้าชั้นนำมาใช้งานของบริษัทแล้ว การที่ได้รับเงินทุนจากสถาบันที่มีชื่อนั้นยังทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ส่งเสริมภาพลักษณ์จากบริษัทสตาร์ตอัพมาเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงมากขึ้น
ประวัติ นายปรัชญา ไพศาลวิภัชพงศ์ อายุ 30 ปี การศึกษาปรญิ ญาตร:ี คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้านการทำงานปี 2555-ปัจจุบัน ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารในโซเชียลเนชั่น, ปี 2554-2555 ทำงานด้านซอฟต์แวร์เอนจิเนียริง ที่ กูเกิลSoftware Engineer at Googleและ ปี 2551-2554 ทำงานที่ด้านซอฟต์แวร์ เอนจิเนียริง ที่ ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ด้านการแข่งขันต่างๆ เหรียญเงินการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกวิชาการ ปี2546 และ 2547 ชนะเลิศรางวัลMicrosoft Imagine Cup 2550
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,217 วันที่ 11 - 14 ธันวาคม 2559











