
‘ทรูมันนี่’แชมป์ครองใจผู้ใช้ บัซซี่บีส์เผยผลสำรวจผู้บริโภคผ่าน‘โมบาย เพย์เมนต์’
“บัซซี่บีส์”เผยพฤติกรรมคนไทยใช้สมาร์ทโฟนสูงถึง 50% ใช้ทำธุรกรรมการเงินผ่านมือถือ และ 17% กำลังใช้เป็นกระเป๋าเงินออนไลน์ เผย “ทรู มันนี่” นิยมใช้เป็นอันดับ 1 รองลงมา “ไลน์เพย์” และ เอ็มเปย์
นายแกรนท์ บาร์โทลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด สำรวจวิจัยทางการตลาดรูปแบบใหม่บนมือถือ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริการหลักด้าน โมบาย รีเสิร์ช และ ดิจิตอล มีเดีย ภายใต้ระบบอีโค-ซิสเต็มส์ ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคบนฐานข้อมูลของบัซซี่บีส์ ในหัวข้อ “การใช้มือถือในการชำระเงินค่าสินค้าและบริการต่างๆ” เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยสำรวจคนไทยที่ใช้สมาร์ทโฟน รวมจำนวน 2,000 คน ปรากฏว่าเผยพฤติกรรมคนไทยที่ใช้สมาร์ทโฟน สูงถึง 50% ใช้โมบาย เพย์เมนต์ ทำธุรกรรมชำระเงินต่างๆ ผ่านมือถือ และ 17% กำลังใช้ โมบาย วอลเล็ต (กระเป๋าเงินออนไลน์) เป็นช่องทางในการชำระเงิน
สำหรับเหตุผลที่ โมบาย เพย์เมนต์ ขยายตัวมากขึ้น ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ คือ 1. การเติบโตของจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนและรูปแบบการใช้ชีวิตดิจิตอลที่เพิ่มมากขึ้น 2. โครงข่ายโทรคมนาคมและกระบวนการทำธุรกรรมทางด้านการเงินที่ดีขึ้น และ 3. การผลักดันการใช้National e-payment หรือระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่รัฐบาลพยายามผลักดัน
อย่างไรก็ตามสัดส่วน 50% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนมีการใช้งานโมบาย เพย์เมนต์รูปแบบต่างๆ เช่น โมบาย แบงกิ้งเฉลี่ยใช้งานกว่า 6 ครั้งต่อเดือน และ โมบาย ช็อปปิ้ง ใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4 ครั้งต่อเดือน มีเพียง 17% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ใช้ โมบาย วอลเล็ต อยู่ในขณะนี้ ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโต พิจารณาจากจำนวนครั้งต่อเดือนที่ใช้โมบาย วอลเล็ต เฉลี่ยสูงถึง 5 ครั้ง ซึ่งใช้งานบ่อยครั้งกว่าธุรกรรมการชำระเงินในรูปแบบอื่นๆ ยกเว้น โมบาย แบงกิ้ง
สำหรับการใช้งาน ทรูมันนี่ ใช้งานสูงสุดอยู่ที่ 51% ของกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟน รองลงมาคือ ไลน์เพย์ ด้วยอัตราการใช้งานอยู่ที่ 30% และเอ็มเปย์ อยู่ที่ 28% ตามลำดับในขณะที่ โมบาย วอลเล็ต ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่สำหรับผู้ที่เคยใช้แล้ว ส่วนใหญ่สูงถึง 96% พบว่าใช้งานง่ายมากและยิ่งง่ายดายมากยิ่งขึ้นหากมี จุดให้บริการที่มากขึ้นและครอบคลุมทุกแห่ง แสดงให้เห็นว่าเป็นที่ยอมรับ โดยมีจุดให้บริการในหลายพื้นที่
“ในอนาคตอีก 2-3 ปีข้างหน้า Mobile Payment หรือการทำธุรกรรมการชำระเงินผ่านเครือข่ายของระบบโทรศัพท์มือถือในประเทศไทย จะเติบโตอย่างมีศักยภาพและนับเป็นอีกทางเลือกในการชำระเงินที่สามารถปฏิบัติได้ในทุกๆ วัน ซึ่งทุกวันนี้เรายังแชตผ่านทางมือถือ ค้นหาข้อมูลผ่านทางมือถือ เล่นเกมผ่านทางมือถือ ท่องอินเตอร์เน็ตผ่านทางมือถือ แล้วทำไมเราจะชำระเงินผ่านทางมือถือไม่ได้”
ปัจจุบันมาร์เก็ตบัซซี่ ได้นำฐานข้อมูลของบัซซี่บีส์ที่มีฐานข้อมูลที่ใช้งานอยู่จริงกว่า22 ล้านคน ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาจัดทำผลสำรวจอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว แม่นยำ สามารถสำรวจได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ ยังสามารถออกแบบและปรับเปลี่ยนแบบสอบถามได้หลากหลายประเภทตามความต้องการของลูกค้า รวมถึงยังมีบริการด้านการวิจัยอีกหลากหลายรูปแบบ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนา แบรนด์ การประเมินผลโฆษณาและสื่อต่างๆ การวิเคราะห์ประสบการณ์ลูกค้าและลูกจ้าง และการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคอีกด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,210 วันที่ 17 - 19 พฤศจิกายน 2559
นายแกรนท์ บาร์โทลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด สำรวจวิจัยทางการตลาดรูปแบบใหม่บนมือถือ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริการหลักด้าน โมบาย รีเสิร์ช และ ดิจิตอล มีเดีย ภายใต้ระบบอีโค-ซิสเต็มส์ ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคบนฐานข้อมูลของบัซซี่บีส์ ในหัวข้อ “การใช้มือถือในการชำระเงินค่าสินค้าและบริการต่างๆ” เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยสำรวจคนไทยที่ใช้สมาร์ทโฟน รวมจำนวน 2,000 คน ปรากฏว่าเผยพฤติกรรมคนไทยที่ใช้สมาร์ทโฟน สูงถึง 50% ใช้โมบาย เพย์เมนต์ ทำธุรกรรมชำระเงินต่างๆ ผ่านมือถือ และ 17% กำลังใช้ โมบาย วอลเล็ต (กระเป๋าเงินออนไลน์) เป็นช่องทางในการชำระเงิน
สำหรับเหตุผลที่ โมบาย เพย์เมนต์ ขยายตัวมากขึ้น ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ คือ 1. การเติบโตของจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนและรูปแบบการใช้ชีวิตดิจิตอลที่เพิ่มมากขึ้น 2. โครงข่ายโทรคมนาคมและกระบวนการทำธุรกรรมทางด้านการเงินที่ดีขึ้น และ 3. การผลักดันการใช้National e-payment หรือระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่รัฐบาลพยายามผลักดัน
อย่างไรก็ตามสัดส่วน 50% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนมีการใช้งานโมบาย เพย์เมนต์รูปแบบต่างๆ เช่น โมบาย แบงกิ้งเฉลี่ยใช้งานกว่า 6 ครั้งต่อเดือน และ โมบาย ช็อปปิ้ง ใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4 ครั้งต่อเดือน มีเพียง 17% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ใช้ โมบาย วอลเล็ต อยู่ในขณะนี้ ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโต พิจารณาจากจำนวนครั้งต่อเดือนที่ใช้โมบาย วอลเล็ต เฉลี่ยสูงถึง 5 ครั้ง ซึ่งใช้งานบ่อยครั้งกว่าธุรกรรมการชำระเงินในรูปแบบอื่นๆ ยกเว้น โมบาย แบงกิ้ง
สำหรับการใช้งาน ทรูมันนี่ ใช้งานสูงสุดอยู่ที่ 51% ของกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟน รองลงมาคือ ไลน์เพย์ ด้วยอัตราการใช้งานอยู่ที่ 30% และเอ็มเปย์ อยู่ที่ 28% ตามลำดับในขณะที่ โมบาย วอลเล็ต ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่สำหรับผู้ที่เคยใช้แล้ว ส่วนใหญ่สูงถึง 96% พบว่าใช้งานง่ายมากและยิ่งง่ายดายมากยิ่งขึ้นหากมี จุดให้บริการที่มากขึ้นและครอบคลุมทุกแห่ง แสดงให้เห็นว่าเป็นที่ยอมรับ โดยมีจุดให้บริการในหลายพื้นที่
“ในอนาคตอีก 2-3 ปีข้างหน้า Mobile Payment หรือการทำธุรกรรมการชำระเงินผ่านเครือข่ายของระบบโทรศัพท์มือถือในประเทศไทย จะเติบโตอย่างมีศักยภาพและนับเป็นอีกทางเลือกในการชำระเงินที่สามารถปฏิบัติได้ในทุกๆ วัน ซึ่งทุกวันนี้เรายังแชตผ่านทางมือถือ ค้นหาข้อมูลผ่านทางมือถือ เล่นเกมผ่านทางมือถือ ท่องอินเตอร์เน็ตผ่านทางมือถือ แล้วทำไมเราจะชำระเงินผ่านทางมือถือไม่ได้”
ปัจจุบันมาร์เก็ตบัซซี่ ได้นำฐานข้อมูลของบัซซี่บีส์ที่มีฐานข้อมูลที่ใช้งานอยู่จริงกว่า22 ล้านคน ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาจัดทำผลสำรวจอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว แม่นยำ สามารถสำรวจได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ ยังสามารถออกแบบและปรับเปลี่ยนแบบสอบถามได้หลากหลายประเภทตามความต้องการของลูกค้า รวมถึงยังมีบริการด้านการวิจัยอีกหลากหลายรูปแบบ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนา แบรนด์ การประเมินผลโฆษณาและสื่อต่างๆ การวิเคราะห์ประสบการณ์ลูกค้าและลูกจ้าง และการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคอีกด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,210 วันที่ 17 - 19 พฤศจิกายน 2559









