thansettakij
thansettakij
อาถรรพ์เสาร์ 5 เด้งฟ้าผ่า‘ปลัดทรงพร’ อินเตอร์เน็ตประชารัฐพ่นพิษ

อาถรรพ์เสาร์ 5 เด้งฟ้าผ่า‘ปลัดทรงพร’ อินเตอร์เน็ตประชารัฐพ่นพิษ

10 พ.ย. 59 | 04:00 น.
เกิดแรงกระเพื่อมขึ้นในกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 มีคำสั่งเมื่อวันเสาร์ที่ 5 พฤษจิกายน ที่ผ่านมาให้นางทรงพร โกมลสุรเดช พ้นจากตําแหน่ง ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือดีอี และให้ไปดํารงตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ตรวจราชการและเป็นที่ปรึกษาด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

ทั้งนี้นางทรงพร ถือเป็นปลัดกระทรวงดีอีคนแรกหลังจากเปลี่ยนชื่อ และภารกิจจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และอยู่ในตำแหน่งปลัดกระทรวงดีอี ประมาณ 50 วันนับตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน2559 โดยนางทรงพร จะเกษียณอายุราชการในเดือน ตุลาคม 2560

 ตั้ง “วิไลลักษณ์”ผอ.สถิตินั่งแทน

นอกจากนี้แล้ว คสช. ได้ทำการแต่งตั้งให้ นางสาววิไลลักษณ์ ชุลีวัฒนกุล พ้นจากตําแหน่ง ผู้อํานวยการสํานักงานสถิติแห่งชาติ และให้ดํารงตําแหน่ง ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใหม่ตั้งแต่วันที่คำสั่งมีผลบังคับใช้ และการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งภายหลังวันที่คำสั่งนี้บังคับใช้ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีพิจารณา และให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงบประมาณ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับตำแหน่ง และอัตราเงินเดือนของข้าราชการดังกล่าว และให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง หรือพ้นจากตำแหน่งตามคำสั่งนี้ตามมาตรา 24 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ซึ่งคำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

คาดผลจากเน็ตหมู่บ้านล่าช้า

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งอาจมาจากความล่าช้าของโครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐหรืออินเตอร์เน็ตหมู่บ้านซึ่ง ครม.(คณะรัฐมนตรี) มีมติเห็นชอบ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที (เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) ได้อนุมัติตามกรอบงบประมาณจำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท ให้กระทรวงดีอี ไปบริหารจัดการให้แล้วเสร็จภายในปี 2561 แต่ถึง ณ ตอนนี้โครงการก็ยังไม่เดินหน้าแต่อย่างใด
สุดท้ายที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (บอร์ดดีอี) โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้กระทรวงดีอีโอนเงินในการทำโครงการมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท มอบหมายให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ ทีโอที รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินโครงการทั้งหมด

“เมื่อบอร์ด ดีอี มีมติในที่ประชุมแล้ว โครงการต้องเดินหน้าให้ได้ภายในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ พร้อมทั้งติดตั้งให้ครบอย่างน้อย 85% ภายในปี 2560 “

 เริ่มส่งสัญญาณ

แต่ทว่าเมื่อโครงการดังกล่าวถูกโอนมาให้ ทีโอที บริหารจัดการเริ่มมีสัญญาณอะไรบางอย่างออกมา เพราะโครงการนี้อนุมัติเมื่อประมาณเดือนมีนาคมฯ แต่ก็ยังไม่เดินหน้า เนื่องจากมีข้อท้วงติงจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ประกอบด้วยการลงทุนมูลค่าสูงถึง 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งต้องลงทุนด้วยความระมัดระวังรอบคอบ แต่กลับใช้งบกลางในหมวดรายจ่ายอื่น กำหนดโครงการไว้ที่ 12 เดือน โดยเพิ่งได้รับงบประมาณเมื่อกลางปี 2559 ทำให้ต้องเร่งก่อหนี้ผูกพันให้ทันภายในเดือนกันยายน 2559 เพื่อไม่ให้งบประมาณตกไป จึงเกิดการดำเนินงานอย่างเร่งรีบ ทำให้เกิดความไม่รอบคอบได้

นอกจากนี้โครงการดังกล่าวอาจทับซ้อนกับโครงการของสำนักงานกสทช. เกี่ยวกับการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ระหว่างปี 2555-2559 ที่ได้จัดตั้งกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ ยูเอสโอไว้แล้ว เป็นเงินรวมทั้งสิ้นกว่า 34,806 ล้านบาท (ปัจจุบันมีการเบิกจ่ายไปแล้ว 323 ล้านบาท ตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่สั่งให้ชะลอโครงการและทำข้อตกลงให้กระทรวงการคลังยืมเงินจากกองทุนจำนวน 1.4 หมื่นล้านบาท คงเหลือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท) เป็นต้น

 ปมขัดแย้งกับผู้บริหารกสทช.

โดยเฉพาะอย่างยิ่งปมขัดแย้งระหว่างผู้บริหาร กสทช. กับ นางทรงพร โกมลสุรเดช อดีตปลัดกระทรวงดีอี เนื่องจาก กสทช.ต้องการให้นำเงินจากโครงการกองทุนยูเอสโอ ไปบริหารจัดการ หากแต่ นางทรงพร ยืนยันว่าจะใช้เงินงบประมาณที่ได้รับจาก ครม.มาบริหารจัดการเองทั้งหมด นั้นคือ ปมขัดแย้งของทั้งสองหน่วยงานที่เกิดขึ้น รวมไปถึงการร่างเงื่อนไขทีโออาร์ตัดสิทธิ์ ทีโอที เนื่องจากขาดคุณสมบัติส่งเอกสารไม่ครบ ทำให้โครงการนี้ล่าช้าออกไป
นั้นจึงเป็นข้อสังเกตุที่ คสช.งัดม.44 มีคำสั่ง “ปลด” นางทรงพร โกมลสุรเดช ไปนั่งที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

 โอน1.5หมื่นล.ให้TOTบริหาร

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอีฯ เตรียมโอนเงินจำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท ให้ ทีโอที ไปบริหารจัดการ ตั้งแต่ร่างหลักเกณฑ์เงื่อนไข (ทีโออาร์) ตลอดจนวิธีการจัดซื้อจัดจ้างและต้องเริ่มลงมือทำโครงการให้ได้ในวันที่ 25 ธันวาคมเพื่อให้โครงการติดตั้งให้ครบ 85 % ภายในปี 2560 และติดตั้งให้ครบทั้งหมดภายในต้นปี 2561

พร้อมทั้งให้ ทีโอที ไปดำเนินติดตั้ง 2.47 หมื่นแห่ง และกสทช. อีกจำนวน1.57 หมื่นแห่ง โดยใช้งบโครงการ ยูเอสโอ ที่เหลืออยู่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาททำโครงการโดยจะแบ่งเป็นโครงการยูเอสโอที่ คสช .ได้ปลดล็อกคำสั่งชะลอโครงการ 3,920 แห่ง ที่ต้องเสร็จภายในสิ้นปีนี้ และอีก 1.18 หมื่นแห่ง โดยต้องรอประชุมร่วมกับกระทรวงในการจัดสรรพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง

“เราดูระเบียบแล้วเห็นว่ากระทรวงสามารถโอนเงินให้รัฐวิสาหกิจในหน่วยงานเพื่อทำโครงการได้ กระทรวงจึงตัดสินใจให้ ทีโอที ทำทั้งๆ ที่คุณสมบัติไม่ผ่าน แต่เราก็ตัดสินใจให้ ทีโอที ต้องทำเพราะได้งบประมาณมาแล้ว ท่านนายกฯ ก็ไม่พอใจที่โครงการล่าช้า ไม่พอใจทุกคน ผมด้วย ปลัดกระทรวงด้วย แต่ท่านให้โอกาส โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบแนวทางที่ให้ ทีโอที รับหน้าที่ดำเนินงานอีกครั้งหนึ่งภายในเดือนนี้”นั้นคือคำบอกเล่าของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านมูลค่า 1.5 หมื่น่ล้านบาท ที่ดำเนินการล่าช้าเพราะรัฐบาลต้องการให้เร่งเบิกจ่ายตามปีงบประมาณ 2559 เพื่อเกิดการลงทุนและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง

 ยังไม่มีใครนั่งครบเทอมสักคน

หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.เข้ามากุมอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ช่วงระหว่าง 2 ปีที่ผ่านมา เก้าอี้ของผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงไอซีที กระเพื่อมอยู่ตลอดเวลา ไล่เรียงตั้งแต่ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการฯ และ ปลัดกระทรวงฯ ยังไม่มีใครนั่งได้ครบเทอม เริ่มตั้งแต่ นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีไอซีทีฯ ถูกปรับออกจากตำแหน่งหลังปรับ ครม.ประยุทธ์ 3 แม้แต่นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีไอซีที คนสุดท้ายก็ชิงลาออกไปก่อนทั้ง ๆ ที่เป็นโต้โผผลักดันเน็ตหมู่บ้าน

ส่วนปลัดกระทรวงไอซีที ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งมีด้วยกัน 2 คน คือ นางเมธินี เทพมณี ถูกโยกไปนั่งเก้าอี้ ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์ของทางราชการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการเตรียมการจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ ล่าสุด คือ นางทรงพร โกมลสุรเดช

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,208 วันที่ 10 - 12 พฤศจิกายน 2559