thansettakij
thansettakij
Direct PPA โอกาสลงทุนของผู้ผลิตไฟฟ้าสีเขียว สู่การซื้อขายไฟฟ้าเสรี

Direct PPA โอกาสลงทุนของผู้ผลิตไฟฟ้าสีเขียว สู่การซื้อขายไฟฟ้าเสรี

06 พ.ค. 69 | 22:22 น.

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของภูมิทัศน์พลังงานโลก ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการปฏิรูปโครงสร้างกิจการไฟฟ้าครั้งสำคัญ ผ่านการผลักดันนโยบาย Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) หรือสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง

KEY

POINTS

  • Direct PPA คือสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนและผู้ใช้ไฟรายใหญ่ ทำให้เกิดการซื้อขายไฟฟ้าเสรีมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง
  • นโยบายนี้มีขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการไฟฟ้าสีเขียวของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุน
  • ภาครัฐได้อนุมัติโครงการนำร่อง 2,000 เมกะวัตต์ สำหรับโรงไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นใหม่ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มให้บริการได้ภายในปี 2569

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของภูมิทัศน์พลังงานโลก ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการปฏิรูปโครงสร้างกิจการไฟฟ้าครั้งสำคัญ ผ่านการผลักดันนโยบาย Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) หรือสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่จะปลดล็อกสู่การซื้อขายไฟฟ้าแบบเสรี โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ถือเป็นโอกาสสำคัญของผู้ผลิตไฟฟ้าสีเขียวในระยะอันใกล้นี้

สาระสำคัญของ Direct PPA คือรูปแบบของสัญญาซื้อขายพลังงานโดยตรงระหว่างผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนและผู้ใช้พลังงานรายใหญ่ โดยอาศัยกลไกการเปิดให้บุคคลที่สามเข้าใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าหรือ Third Party Access (TPA) เพื่อส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าไปยังจุดใช้งานโดยไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างหน่วยงานรัฐในรูปแบบเดิม เป็นการเปลี่ยนผ่านจากโมเดล “ผู้ซื้อรายเดียว” (Single Buyer) ที่รัฐเป็นผู้ผูกขาดการรับซื้อไฟฟ้า ไปสู่ตลาดที่มีการแข่งขันมากขึ้นและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

แรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ Direct PPA กลายเป็นเรื่องเร่งด่วนคือความต้องการไฟฟ้าสีเขียว จากนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ให้บริการ Data Center และ Cloud Service ระดับโลก ที่มีนโยบายการใช้พลังงานสะอาด 100% (RE100) เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ทำให้ความต้องการไฟฟ้าของ Data Center พุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมหลายสิบเท่าตัว การมีกลไกที่ช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) จึงเป็นปัจจัยตัดสินใจสำคัญในการเลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาค

Direct PPA โอกาสลงทุนของผู้ผลิตไฟฟ้าสีเขียว สู่การซื้อขายไฟฟ้าเสรี

คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้เห็นชอบหลักเกณฑ์โครงการนำร่อง Direct PPA ในปริมาณไม่เกิน 2,000 เมกะวัตต์ เมื่อกลางปี 2567 เพื่อรองรับความต้องการของ Data Center ที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และที่ผ่านมาคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ. ) ได้เผยร่างระเบียบว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Direct PPA และร่างประกาศข้อกำหนด TPA Code ไปแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างนำเสนอ กพช. พิจารณาหลักเกณฑ์สุดท้าย และข้อสรุปเกี่ยวกับอัตราค่าบริการสายส่ง (Wheeling Charge) โดยคาดการณ์ว่าการให้บริการจะสามารถเริ่มต้นได้ภายในปี 2569 นี้

สำหรับร่างหลักเกณฑ์ของ Direct PPA โรงไฟฟ้าที่เข้าร่วมต้องเป็นโครงการที่พัฒนาขึ้นใหม่ และยังไม่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ผูกพันกับภาครัฐหรือเอกชนรายอื่น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาโครงการใหม่ๆ เช่น โซลาร์ฟาร์ม กังหันลม โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ หรือพลังงานนํ้าขนาดเล็ก

นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาให้ใช้ระบบกักเก็บพลังงานแบบแบตเตอรี่ (BESS) ร่วมกับแหล่งพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างความเสถียรให้กับระบบ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว 10-25 ปี และสามารถกำหนดราคาไฟฟ้าแบบคงที่ ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก

อีกทั้ง ยังสามารถออกใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificates - RECs) เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับพลังงานที่ผลิตได้ ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อการรายงานด้านความยั่งยืนและเป้าหมาย ESG ของลูกค้าองค์กร

การขับเคลื่อน Direct PPA ยังสอดรับกับร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) ซึ่งมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้ถึง 70% ภายในปี 2593 โดยนโยบายนี้จะทำงานควบคู่ไปกับอัตราค่าไฟฟ้าสีเขียว (Utility Green Tariff - UGT) ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อที่ไม่ต้องการจัดการสัญญาโดยตรงกับผู้ผลิตแต่ต้องการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่การไฟฟ้าจัดหาให้

การมีนโยบายดังกล่าว ถือเป็นความมุ่งของประเทศในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy) และการเตรียมพร้อมรับมือกับมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป

จากนี้ไปคงต้องรอคอยความชัดเจนของหลักเกณฑ์สุดท้ายจาก กพช. ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางและอัตราค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย หากนโยบายนี้ถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการในปี 2569 นี้ได้ ระยะยไฟฟ้าไม่เพียงเปลี่ยนจากระบบผูกขาด ไปสู่ตลาดเสรีพลังงานสะอาด แต่ยังช่วยให้ไทยรักษาฐานการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำไว้ได้ และยังสร้างสนามแข่งขันใหม่ให้กับผู้ผลิตไฟฟ้าไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีการบริหารจัดการพลังงาน เช่น Smart Grid และระบบกักเก็บพลังงานสมัยใหม่

Direct PPA จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการซื้อขายไฟฟ้า แต่คือการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและความยั่งยืนของประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ระดับสากลอย่างแท้จริง