thansettakij
thansettakij
ปิดประกาศ 90 วัน  ตรวจสอบผังกทม.ใหม่ดีเดย์10 ส.ค.69  เพื่อสาธารณะร้องแก้ไขได้

ปิดประกาศ 90 วัน ตรวจสอบผังกทม.ใหม่ดีเดย์10 ส.ค.69 เพื่อสาธารณะร้องแก้ไขได้

31 ก.ค. 69 | 01:51 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ก.ค. 69 | 02:13 น.

ผังกทม.ใหม่ ปิดประกาศ 90 วัน ดีเดย์ 10 ส.ค. 69 ให้เจ้าของที่ดิน ตรวจสอบ ย้ำชัด ยื่นคำร้องได้แต่แก้ไขไม่ได้ เว้นแต่ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หลังปรับลดถนนเหลือ 96 สาย ประกาศใช้ปลายปี 70

KEY

POINTS

  • กทม. จะปิดประกาศร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่เป็นเวลา 90 วัน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบและยื่นคำร้องขอแก้ไขได้
  • การยื่นคำร้องขอแก้ไขต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะเท่านั้น เช่น การขอเพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะ แต่ไม่สามารถขอเปลี่ยนสีผังเมืองเพื่อประโยชน์ส่วนตนได้
  • ร่างผังเมืองฉบับนี้ได้มีการปรับแก้ตามเสียงคัดค้านของประชาชนแล้วบางส่วน โดยเฉพาะการลดจำนวนถนนที่ตัดใหม่จาก 148 สาย เหลือ 96 สาย

การจัดทำร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) มีความก้าวหน้าไปมากโดยล่าสุด กรุงเทพมหานคร มีกำหนด ปิดประกาศ 90 วันโดยให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียตรวจสอบแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินและยื่นคำร้องขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรอบสุดท้าย โดยมีสถานที่ตรวจสอบหลัก ได้แก่ สำนักงานเขต 50 แห่ง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร กรมโยธาธิการและผังเมือง และเว็บไซต์สำนักการวางแผนและพัฒนาเมือง

ปิดประกาศ90วัน ผังกทม.ใหม่ ยื่นคำร้องแก้ไขเพื่อส่วนรวมได้

โดยประชาชนผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถยื่นคำรองได้แต่ไม่สามารถแก้ไขการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือปรับแก้สีผังเมืองได้ ยกเว้นยื่นคำร้องเพื่อส่วนรวม ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่นการขอให้เพิ่มพื้นที่สีเขียวซึ่งเป็นสวนสาธารณะเพิ่มเติม เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การผังเมือง พ.ศ. 2562

 

ย้อนไปก่อนหน้านี้ ได้มีประชาชนได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขแผนผังและผลกระทบที่เกิดขึ้น จำนวน 15,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มียื่นคำร้องขอยกเลิกถนนตามร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯฉบับใหม่ ซึ่งกรุงเทพมหานครได้พิจารณาปรับลดและยกเลิกแล้วจากเดิม 148 สาย เหลือ 96 สาย เพื่อลดผลกระทบต่อบ้านเรือนและที่ดินของประชาชน

ปิดประกาศ90วัน ผังกทม.ใหม่

ลดถนนผังเมืองเหลือ96สาย

สำหรับเส้นทางถนนที่ยกเลิกเหลือ 96 สาย โดยเน้นถนนสาย ก (เขตทาง 12 เมตร) และสาย ข (เขตทาง 16 เมตร) หลายสาย รวมถึงพับแผนสร้างถนนสาย ช 2 ขนาดความกว้าง 60เมตร โดยมีจุดเริ่มต้นจากถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร-นวมินทร์) ลากยาวลงมาทางใต้ผ่านถนนเสรีไทย รามคำแหง กรุงเทพกรีฑา มอเตอร์เวย์สาย 7 อ่อนนุช และไปสิ้นสุดที่บริเวณถนนสุขุมวิท 103 (อุดมสุข) หรือถนนบางนา-ตราด (เทพรัตน)หลังมีเสียงคัดค้านจากชาวบ้านอย่างหนัก

 สำหรับ ตัวอย่างพื้นที่ที่มีการยกเลิกถนน เขตพญาไท ยกเลิก 3 สาย เช่น ซอยศุภราช 1 ถึงถนนวิภาวดีรังสิต และถนนพระรามที่ 6 ซอย 30 เขตดินแดง ยกเลิก 2 สาย เช่น ซอยวิภาวดีรังสิต 14/8 และถนนประชาสงเคราะห์ เขตจตุจักร ยกเลิก 4 สาย เช่น ถนนประชาชื่น-ลาดพร้าว และสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์-พหลโยธิน เขตวัฒนา ยกเลิก 5 สาย เช่น ซอยสุขุมวิท 31 และถนนอโศกมนตรี ขณะที่การปรับขนาดเขตทาง ถนนบางสายที่กำหนดไว้ 20 เมตร และ 30 เมตร ได้ถูกปรับลดขนาดให้แคบลงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเจ้าของพื้นที่

 นอกจากนี้ยังมีการปรับพื้นที่ใช้ประโยชน์ที่ดินลงบริเวณเขตวัฒนา ซึ่งเดิม กรุงเทพ- มหานครจะยกระดับ จากพื้นที่สีนํ้าตาล (ที่ดินประเภทหนาแน่นมาก)ให้เป็น พื้นที่สีแดง (ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม) ศูนย์กลางเศรษฐกิจส่วนต่อขยาย หรือCBD ส่วนต่อขยาย ต่อมาจาก เพลินจิต ชิดลม ฯลฯ แต่เนื่องจากประชาชนเจ้าของพื้นที่คัดค้าน โดยให้คงเป็นพื้นที่สีนํ้าตาลเช่นเดิม เนื่องจากเกรงว่าจะมีนักลงทุนเข้ามาพัฒนาโรงแรม ศูนย์การค้า สถานบันเทิง สร้างความอึกกระทึก กระทบความเป็นอยู่ที่เคยเงียบสงบที่เคยมีอยู้เดิม

ขณะเดียวกัน ยังปรับลดการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณชายทะเลบางขุนเทียนจากพื้นที่สีเขียวให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่สีเขียวทะแยงขาว (ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม) รวมถึงปรับเพิ่มการใช้ประโยชน์ที่ดิน บริเวณนอร์ธปาร์ค (North Park) บนถนนวิภาวดีรังสิต และบริเวณสถานีรถไฟฟ้าทุ่งสองห้องเขตหลักสี่ เป็นพื้นที่สีแดง พ.5 (ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม) ซึ่งที่ผ่านมามีเสียง คัดค้านจากหลายฝ่ายให้ปรับลดลง เป็นพื้นที่สีส้ม (ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง) แต่คณะกรรมการผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมืองยืนยันให้เป็นพื้นที่สีแดง มองว่ามีความเหมาะสม เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง และโครงสร้างพื้นฐานรัฐ ที่จะสร้างแหล่งงาน ย่านพาณิชยกรรมแห่งใหม่

เอกชนขอลดถนนเพิ่ม

 แม้กรุงเทพมหานครจะปรับลดจำนวนถนนลง แต่ยังมีหลายฝ่ายต้องการให้ปรับลดจำนวนถนนตามร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯฉบับใหม่ลงอีกให้เหลือเพียง 5-10 เส้นทาง จากจำนวน 96 เส้นทาง โดยมองว่ายังมีจำนวนที่มากเกินพอดี และเกิดการรอนสิทธิประชาชนเจ้าของพื้นที่ ไม่สามารถขยับขยายทำอะไรได้ รวมถึงอาจมีผลกระทบจากสถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อ และการซื้อขายหยุดชะงัก เพราะมีแนวถนนตามผังเมืองรวมขวางอยู่ ซึ่งไม่แน่ชัดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้เมื่อใด และเมื่อเทียบกับงบประมาณที่กรุงเทพมหานคร ได้รับจัดสรร เพื่อเวนคืนก่อสร้าง โครงข่ายถนนแต่ละปีไม่เกิน 2 เส้นทาง ขณะต้องปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพฯให้มีความทันสมัยในทุก 5 ปี

ถนนในกทม.มี7% เทียบต่างประเทศ

 อย่างไรก็ตามในมุมของ แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สาเหตุที่ต้องกำหนดเขตทางของถนนไว้ในร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯ เพราะต้องการลดผลกระทบจากการเวนคืนในอนาคต ขณะเดียวกัน ภาพรวมของกรุงเทพฯ มีโครงข่ายถนนเพียง 7% เท่านั้น ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับฮ่องกง สิงคโปร์ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องกำหนดแนวเส้นทางที่จำเป็นในอนาคตไว้นอกจากโครงข่ายรถไฟฟ้า และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันเป็นมานครระดับโลกที่มีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาลงทุนทำธุรกิจและใช้ชีวิตในระยะยาว

อย่างไรก็ตามขั้นตอนต่อไป หากครบกำหนด 90 วันจะรวบรวมและพิจารณาคำร้อง เสนอคณะกรรมการผังเมือง และการออกข้อบัญญัติบังคับใช้ สำหรับขั้นตอนการพิจารณาคำร้อง เจ้าหน้าที่นำคำร้องขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนดที่ประชาชนยื่นเข้ามาในช่วง 90 วัน มาพิจารณาความเหมาะสม โดยคณะกรรมการเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการผังเมืองกรุงเทพ-มหานครและคณะกรรมการผังเมืองเพื่ออนุมัติปรับ ออกข้อบัญญัติและประกาศใช้ เสนอเรื่องเข้าสู่สภากรุงเทพมหานครเพื่อตราเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป คาดว่าจะประกาศใช้ได้ประมาณปลายปี 2570

ทั้งนี้ที่น่าสนใจ ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯฉบับใหม่ มีผลต่อการพัฒนา เมือง เจ้าของที่ดินและผู้ประกอบการ มองเห็นอนาคต ของกรุงเทพมหานคร มุ่งปรับสีผังเมืองให้สอดคล้องกับแนวรถไฟฟ้าใหม่ โดยเพิ่มพื้นที่สีส้ม (ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง) 23.49% โดยเฉพาะโซนเหนือและโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ เพื่อรองรับการพัฒนาอาคารสูงและคอนโดมิเนียม ในรัศมี 500 - 800 เมตรจากสถานีรถไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเมืองและที่อยู่อาศัย ปรับฝั่งธนบุรีจากพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม (เขียวทะแยงขาว) เป็นพื้นที่สีเหลือง (ย.1-ย.4) ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย เพื่อรองรับรถไฟฟ้าสายสีทองและสายสีม่วง

เพิ่มพื้นที่สีส้มพัฒนาคอนโดแนวรถไฟฟ้า

นอกจากนี้ยังลดพื้นที่สีเขียวทแยงขาวปรับลดพื้นที่เกษตรกรรมชนบทลงกว่า 78% โดยเฉพาะย่านตลิ่งชัน หนองจอก ลาดกระบัง เพื่อรองรับการพัฒนาเมือง เพิ่ม FAR Bonusจูงใจผู้พัฒนา โครงการให้เพิ่มพื้นที่สาธารณะหรือโครงสร้างพื้นฐาน โดยให้โบนัสพื้นที่ก่อสร้างเพิ่มขึ้น 5-20% ปรับข้อกำหนดที่จอดรถเพิ่มขนาดพื้นที่ที่จอดรถสำหรับคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้า เพื่อลดความหนาแน่น ปรับลดพื้นที่นํ้าหลาก (Floodway)ลดพื้นที่ทางนํ้าหลากย่านหนองจอก-ลาดกระบังลง จาก 150 ตารางกิโลเมตร เหลือ 50 ตารางกิโลเมตร เพื่อขยายพื้นที่พัฒนา ปรับพื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ เช่น เยาวราช บางลำพู เพิ่มข้อจำกัด ความสูงอาคาร ปรับพื้นที่อนุรักษ์ เช่นถนนข้าวสาร เป็นพื้นที่สีแดง (ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม) แต่การจำกัดความสูงยังเป็นไปตามข้อกำหนดของพื้นที่ควบคุมเกาะรัตนโกสินทร์เป็นต้น