thansettakij
thansettakij
‘ศรีเทพไทยพัฒนา’ จากธุรกิจครอบครัวสู่ผู้นำอสังหาฯ EEC

‘ศรีเทพไทยพัฒนา’ จากธุรกิจครอบครัวสู่ผู้นำอสังหาฯ EEC

12 ก.ค. 69 | 23:44 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ค. 69 | 00:37 น.

‘ศรีเทพไทยพัฒนา’ จากธุรกิจครอบครัว สู่ผู้นำอสังหาฯ EEC ฉะเชิงเทรา เปิดเกมรุกปี 2569 มูลค่า 2,000 ล้านบาท ซื้อที่ดินเพิ่ม 200 ไร่ ปั้นองค์กรสู่ IPO

KEY

POINTS

  • บริษัทศรีเทพไทยพัฒนาเติบโตจากธุรกิจครอบครัว (อุตสาหกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์) สู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งเน้นการสร้างบ้านคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้
  • ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ EEC โดยสามารถครองยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านเป็นอันดับ 1 ในจังหวัดฉะเชิงเทราติดต่อกัน 5 ปี
  • ความสำเร็จส่วนสำคัญมาจากการบอกต่อของลูกค้าที่สร้างยอดขายสูงถึง 50% และมีแผนเติบโตในอนาคตด้วยกลยุทธ์ ESG พร้อมเป้าหมายเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

แม้ตลาดที่อยู่อาศัยในหลายพื้นที่ของประเทศยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังคงเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในผู้เล่นรายสำคัญที่เติบโตอย่างโดดเด่นในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา คือ “บริษัท ศรีเทพไทยพัฒนา จำกัด” ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ “ศรีเทพวิลเลจ” และ “เทพสิริวิลล่า” ที่สามารถครองอันดับ 1 ยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านในจังหวัดฉะเชิงเทราติดต่อกันถึง 5 ปี พร้อมสร้างยอดขายจากการบอกต่อของลูกค้าสูงถึง 50%

นายสรสินธุ ไตรจักรภพ ประธานอาวุโส บริษัท ศรีเทพไทยพัฒนา จำกัด

นายสรสินธุ ไตรจักรภพ ประธานอาวุโส บริษัท ศรีเทพไทยพัฒนา จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จุดเริ่มต้นของบริษัทไม่ได้เกิดจากความต้องการสร้างผลกำไรสูงสุด แต่เกิดจากความเชื่อว่าการมีบ้านเป็นของตัวเองคือหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของชีวิต

 “เราเติบโตมาจากธุรกิจอุตสาหกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทในเครือและบริษัทร่วมทุนมากกว่า 20 แห่ง สร้างรายได้รวมกว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี แต่เมื่อเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เรามีแนวคิดชัดเจนว่าอยากสร้างบ้านที่ดีที่สุดในราคาที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ ไม่ใช่ทำในสิ่งที่กำไรที่สุด”

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี บริษัทพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมาแล้วกว่า 4,000 ยูนิต โดยยึดหลักการกำหนดราคาขายจากต้นทุนที่แท้จริง และรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ไม่เกิน 10% เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพได้

พลิกวิกฤตต้มยำกุ้ง สู่ผู้นำตลาดบางปะกง

 ด้าน นายณัษฐพงษ์ วงษ์สัจจา กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า เส้นทางของบริษัทไม่ได้ราบรื่นเสมอไป หลังจากเปิดตัวโครงการแรกในช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 บริษัทได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตต้มยำกุ้งจนต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

“ปี 2544 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เรากลับมาทบทวนโครงสร้างธุรกิจทั้งหมด และตัดสินใจโฟกัสตลาดบางปะกงอย่างจริงจัง ทำให้เราเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ความต้องการของคนในพื้นที่ และสามารถพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ได้ตรงจุด”

 ความเข้าใจในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง ประกอบกับการพัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กร ทำให้ศรีเทพไทยพัฒนา สามารถสร้างยอดโอนกรรมสิทธิ์สะสมมากกว่า 500 ล้านบาทในปี 2568 และครองตำแหน่งผู้นำตลาดในพื้นที่บางปะกงอย่างต่อเนื่อง

 

นางสาวประภัสสร ไตรจักรภพ รองกรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารรุ่นใหม่บริษัท ศรีเทพไทยพัฒนา จำกัด ,นายณัษฐพงษ์ วงษ์สัจจา กรรมการผู้จัดการบริษัท ศรีเทพไทยพัฒนา จำกัด,นายสรสินธุ ไตรจักรภพ ประธานอาวุโส บริษัท ศรีเทพไทยพัฒนา จำกัด
 

 

 

หนึ่งโครงการบ้านหรูในEEC จังหวัดฉะเชิงเทรา ของบริษัท ศรีเทพไทยพัฒนา จำกัด

บรรยากาศภายในโครงการบ้านหรูของบริษัทศรีเทพพัฒนาจำกัด

Word of Mouth พลังสำคัญที่เงินซื้อไม่ได้

หนึ่งในตัวชี้วัดความสำเร็จที่ผู้บริหารภาคภูมิใจ คือ สัดส่วนยอดขายจากการบอกต่อของลูกค้าสูงถึง 50%

“ในยุคที่ทุกคนแข่งขันด้านการตลาดอย่างหนัก การที่ลูกค้าแนะนำญาติหรือเพื่อนให้มาซื้อบ้านกับเรา ถือเป็นเครื่องพิสูจน์คุณภาพที่ดีที่สุด เพราะเกิดจากประสบการณ์จริงของผู้พักอาศัย” นายณัษฐพงษ์กล่าว

เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าวมาจากการสร้างระบบบริการหลังการขายที่เข้มแข็ง การดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนในพื้นที่มายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ

ESG กลยุทธ์สร้างการเติบโตระยะยาว

 นางสาวประภัสสร ไตรจักรภพ รองกรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารรุ่นใหม่ กล่าวว่า การเติบโตในอนาคตของบริษัทจะขับเคลื่อนด้วยแนวคิด ESG อย่างเป็นรูปธรรม

 “เราไม่ได้มอง ESG เป็นเพียงเทรนด์ แต่เป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การเลือกวัสดุก่อสร้าง การออกแบบโครงการ การดูแลลูกค้า ไปจนถึงการวางระบบธรรมาภิบาลเพื่อรองรับการเข้าตลาดทุนในอนาคต”

บริษัทเลือกใช้อิฐขาวมาตรฐานเยอรมัน (Calcium Silicate Brick) ซึ่งช่วยลดความร้อนภายในบ้านได้ 5-7 องศาเซลเซียส พร้อมเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากผู้ผลิตชั้นนำ ส่งผลให้ได้รับการสนับสนุนด้านสินเชื่อในรูปแบบ Green Loan จากสถาบันการเงิน

เปิดเกมรุกปี 2569 มูลค่า 2,000 ล้านบาท

สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขาย 600 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 700 ล้านบาทในปี 2570ขณะเดียวกัน บริษัทได้เข้าซื้อที่ดินสะสมเพิ่มเติมกว่า 200 ไร่ เพื่อรองรับแผนการพัฒนาอีก 7 โครงการในอนาคต รองรับการขยายตัวของพื้นที่ EEC ที่ยังคงเป็นศูนย์กลางการลงทุนสำคัญของประเทศ

 “เราไม่ได้ซื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้านขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการพัฒนาพื้นที่ให้กลายเป็นเมืองแห่งความสุขที่ผู้คนอยากอยู่อาศัยในระยะยาว นี่คือแนวคิดที่เรายึดถือมาตลอด 30 ปี” นางสาวประภัสสรกล่าว

เป้าหมายสู่ IPO บนรากฐานที่แข็งแรง

 ผู้บริหารศรีเทพไทยพัฒนา ยืนยันว่า การเติบโตในอนาคตจะอยู่บนหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่เร่งขยายโครงการเกินศักยภาพ โดยกำหนดนโยบายเปิดโครงการใหม่ไม่เกิน 3 โครงการต่อปี พร้อมยกระดับระบบบริหารจัดการองค์กรให้สอดคล้องกับมาตรฐานตลาดทุน

 เป้าหมายระยะยาว คือ การก้าวสู่บริษัทมหาชนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยอาศัยจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญในพื้นที่ EEC คุณภาพโครงการ ระบบบริหารจัดการที่ได้รับมาตรฐาน ISO 9001:2015 และความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคที่สั่งสมมาตลอดกว่า 30 ปี

 “เราอยากให้ศรีเทพไทยพัฒนาเป็นมากกว่าผู้พัฒนาที่อยู่อาศัย แต่เป็นองค์กรที่สร้างคุณค่าให้กับชุมชน สังคม และเศรษฐกิจในพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ดอย่างยั่งยืน” นางสาวประภัสสรกล่าวทิ้งท้าย