thansettakij
thansettakij
THBA เผยกำลังซื้อบ้านชะลอ รีเจ็กต์เรทพุ่ง รับสร้างบ้านชิงแชร์ตลาด

THBA เผยกำลังซื้อบ้านชะลอ รีเจ็กต์เรทพุ่ง รับสร้างบ้านชิงแชร์ตลาด

12 ก.ค. 69 | 11:10 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ก.ค. 69 | 11:17 น.

สมาคมไทยรับสร้างบ้าน ประเมินอสังหาริมทรัพย์ครึ่งแรกปี 69 ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้ออ่อนแอ รีเจ็กต์เรทพุ่ง และเศรษฐกิจโลกผันผวน ธุรกิจรับสร้างบ้านยังเติบโตจากผู้บริโภคหันเลือกบริษัทที่มีมาตรฐานมากขึ้น

KEY

POINTS

  • กำลังซื้อบ้านชะลอตัวลงจากภาวะเศรษฐกิจ ประกอบกับสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) พุ่งสูงขึ้น
  • แม้ตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวมจะซบเซา แต่ธุรกิจรับสร้างบ้านกลับเติบโตสวนกระแส เนื่องจากผู้บริโภคหันมาเลือกใช้บริการบริษัทที่มีมาตรฐานเพื่อลดความเสี่ยง
  • บริษัทรับสร้างบ้านสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดจากผู้รับเหมาทั่วไปได้มากขึ้น ทำให้การแข่งขันในธุรกิจนี้รุนแรงขึ้นจากผู้ประกอบการรายใหม่

สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (Thai Home Builders Association หรือ THBA) ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ว่า ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากกำลังซื้อที่อ่อนแรง พฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่าย และการเข้มงวดปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยชะลอตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจรับสร้างบ้านยังสามารถรักษาการเติบโตได้ จากการที่ผู้บริโภคหันมาใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านที่มีมาตรฐานแทนผู้รับเหมาทั่วไปมากขึ้น

การประเมินของสมาคมฯ ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกสะท้อนการชะลอตัวอย่างชัดเจน กำลังซื้อภาคครัวเรือนลดลง ขณะที่ประชาชนเลือกออมเงินและชะลอการใช้จ่าย ส่งผลให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจลดลง กระทบต่อการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

สินเชื่อเข้ม ต้นทุนพุ่ง ซ้ำเติมตลาดที่อยู่อาศัย

สำหรับตลาดที่อยู่อาศัย ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อยต่างเผชิญแรงกดดันจากยอดจองและยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลง โดยเฉพาะตลาดบ้านระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท

ซึ่งยังเป็นกลุ่มที่มีอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) สูงที่สุด เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเพื่อควบคุมความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)

ขณะเดียวกัน ต้นทุนการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรยังปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งจากราคาที่ดินและต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ส่งผลให้ราคาบ้านสูงเกินกำลังซื้อของประชาชน โดยเฉพาะผู้ซื้อรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน ทำให้การซื้อบ้านเดี่ยวในโครงการจัดสรรเป็นเรื่องยากมากขึ้น นอกจากนี้ ปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อยังขยายไปยังตลาดบ้านระดับราคา 3-5 ล้านบาท สะท้อนว่าผลกระทบได้ลุกลามมาถึงกลุ่มผู้มีรายได้ระดับปานกลางแล้ว

ฝ่ายวิจัยของสมาคมฯ ยังพบว่า บางพื้นที่และบางเซ็กเมนต์มีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 50-60% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบกว่า 10 ปี ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จรอขายสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของตลาดบ้านสร้างเองบนที่ดินของประชาชน ภาพรวมยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน โดยผู้บริโภคจำนวนมากลดงบประมาณการก่อสร้าง หรือเลื่อนแผนปลูกสร้างออกไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 2 สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังกลายเป็นอีกปัจจัยที่ซ้ำเติมความเชื่อมั่น หลังสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่านส่งผลให้ราคาพลังงานและน้ำมันโลกผันผวน กระทบต่อต้นทุนขนส่งและราคาวัสดุก่อสร้าง ทำให้ผู้บริโภคยิ่งชะลอการตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ขนาดใหญ่ เช่น การปลูกสร้างบ้าน

กำลังซื้ออ่อนแรง กดตลาดบ้านชะลอตัว

นายนิรัญ โพธิ์ศรี นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) และกรรมการบริหาร บริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป จำกัด เปิดเผยว่า แม้จำนวนบ้านสร้างเองจะลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่กลับทำให้การแข่งขันในธุรกิจรับสร้างบ้านรุนแรงขึ้น เนื่องจากมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ทั้งผู้รับเหมาท้องถิ่น กลุ่มทุนรายใหญ่ รวมถึงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่หันมาขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดรับสร้างบ้าน หลังตลาดแนวราบชะลอตัว

นิรัญ โพธิ์ศรี นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) และกรรมการบริหาร บริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป จำกัด

อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวกลับส่งผลให้ผู้บริโภคที่ยังมีกำลังซื้อเปลี่ยนพฤติกรรม จากเดิมที่นิยมจ้างผู้รับเหมารายย่อย หันมาเลือกใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านที่มีระบบบริหารจัดการ มีสัญญาชัดเจน และมีผลงานเป็นที่ยอมรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน งบบานปลาย หรือการไม่ส่งมอบงานตามกำหนด

ปัจจุบัน ตลาดรับสร้างบ้านมีผู้ประกอบการทั้งในรูปแบบนิติบุคคลและผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบรวมกว่า 500 รายทั่วประเทศ ส่งผลให้บริษัทรับสร้างบ้านสามารถดึงส่วนแบ่งตลาดจากผู้รับเหมาทั่วไปได้มากขึ้น แม้จำนวนบ้านสร้างเองจะลดลง แต่ในเชิงมูลค่าตลาดรับสร้างบ้านยังสามารถขยายตัวได้ จากการที่ผู้บริโภคย้ายมาใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านมากขึ้น

แข่งเดือด ย้ำผู้บริโภคเช็กประวัติก่อนจ้าง

นายนิรัญกล่าวว่า แม้ธุรกิจรับสร้างบ้านจะเป็นตลาดที่เปิดกว้างให้ผู้ประกอบการเข้ามาดำเนินธุรกิจได้ง่าย แต่ผู้บริโภคไม่ควรตัดสินใจจากการโฆษณาหรือการเป็นสมาชิกขององค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงอย่างเดียว เพราะไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพเท่าเทียมกันทั้งหมด แต่ควรตรวจสอบประวัติการดำเนินงาน ผลงานที่ผ่านมา ฐานะทางการเงิน และเงื่อนไขในสัญญาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจว่าจ้าง

พร้อมกันนี้ ยังฝากถึงผู้ประกอบการว่า ในภาวะการแข่งขันรุนแรง สิ่งสำคัญไม่ใช่การเร่งสร้างยอดขาย แต่คือการรักษาวินัยทางการเงิน เนื่องจากธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นธุรกิจที่รับเงินจากลูกค้าล่วงหน้า หากนำเงินหมุนเวียนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น ลงทุนในทรัพย์สินหรือค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการก่อสร้าง อาจทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่องเมื่อยอดขายชะลอตัว และนำไปสู่การส่งมอบงานล่าช้าหรือไม่สามารถดำเนินโครงการต่อได้

"ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ต้นทุนที่แท้จริง การบริหารกระแสเงินสด และการจัดทำงบการเงินอย่างรอบคอบ เพราะหากขาดวินัยทางการเงิน แม้จะมียอดขายสูง ก็อาจไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนในภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนสูง" นายนิรัญกล่าวปิดท้าย